โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทหารพราน-ตร.วางกำลังแน่นตลอดแนวชายแดน จ.สระแก้ว

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 21.00 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 13.05 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สระแก้ว 10 มิ.ย. – ทหารพราน-ตำรวจ วางกำลังแน่นตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว เพิ่มความเข้มงวดลาดตระเวน-ตั้งจุดตรวจคัดกรอง ขณะที่ตลาดโรงเกลือยังเปิดทำการ แต่บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา ด้านชาวบ้าน จ.บุรีรัมย์ เริ่มคลายกังวล ออกทำไร่ทำสวน ใช้ชีวิตปกติ

บรรยากาศบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ อ.โคกสูง และ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ยังคงเคร่งครัดมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 12-13 ตชด. จัดกำลังออกลาดตระเวนตลอดแนวชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่บ้านหนองจาน ต.โคกสูง ซึ่งอยู่ใกล้แนวชายแดนเพียงไม่กี่กิโลเมตร

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ได้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบตามแนวถนนสีเพ็ญ เส้นทางที่เชื่อมชายแดนไทยกับกัมพูชา ใกล้ตลาดโรงเกลือ จุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ

แม้จะมีการวางกำลังแน่นหนา แต่ในช่วงเช้าวันนี้ (10 มิ.ย.) ตลาดโรงเกลือยังคงเปิดทำการตามปกติ พ่อค้าแม่ค้านำสินค้านานาชนิดมาวางขาย เช่น เสื้อผ้า รองเท้า และของใช้ทั่วไป มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินจับจ่ายซื้อของอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศโดยรวมยังค่อนข้างเงียบเหงากว่าช่วงก่อนหน้า เนื่องจากความวิตกของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับความปลอดภัย หลังเกิดข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ทางการมีการปรับเปลี่ยนเวลาเปิด-ปิดด่านพรมแดน ส่งผลให้การเดินทางเข้า-ออกของนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด บรรดานักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งยังคงรู้สึกไม่มั่นใจในการเดินทางเข้ามาในพื้นที่ชายแดน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือเหตุรุนแรงขึ้น

ขณะเดียวกันบริเวณด่านพรมแดนถาวรบ้านเขาดิน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ร่วมกับทหารพรานจากหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ตั้งจุดตรวจคัดกรองอย่างละเอียด โดยเน้นการตรวจสอบเอกสารการเข้า-ออกของชาวกัมพูชาและนักท่องเที่ยว พร้อมตรวจค้นสัมภาระและสิ่งของต้องสงสัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและการนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายทหารและตำรวจยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่พบสิ่งผิดปกติหรือเหตุการณ์ใดที่กระทบต่อความมั่นคง แต่จะยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

ชาวบ้านเริ่มคลายกังวล ออกทำไร่ทำสวน
บรรยากาศที่บ้านสายโท 5 ใต้ และสายโท 6 ใต้ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านอยู่ใกล้แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ชาวบ้านเริ่มคลายความกังวล ออกมาใช้ชีวิตทำมาหาหากิน ทำไร่ทำสวนตามปกติ หลังตัวแทนทหารทั้งสองฝ่ายเจรจาปรับกำลังออกจากจุดพิพาทช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เชื่อการปรับกำลังออกจากจุดพิพาทเป็นสัญญาณที่ดี และหวังว่าสถานการณ์พิพาทแนวชายแดนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ไปมาหากันได้เหมือนเดิมโดยเร็ว เพราะทั้งสองฝั่งไม่อยากให้เกิดสงครามหรือการสู้รบกัน เพราะจะกระทบต่อการดำรงชีวิตและทำมาหากิน

กรมการค้าต่างประเทศเผยมูลค่าการค้าไทย-กัมพูชา 174,530 ล้าน
ปัจจุบันสถานการณ์เปิดด่านระหว่างไทยและกัมพูชายังไม่ปกติ กรมการค้าต่างประเทศ เผยมูลค่าการค้าชายแดนรวม 5 ด่าน ในพื้นที่ไทย-กัมพูชา มีมูลค่าการค้ารวม 174,530 ล้านบาท โดยหากมีการปิดด่านใหญ่ 3 แห่ง จะทำให้การค้าชายแดนไทย-กัมพูชาหยุดชะงักเกือบทั้งหมด

การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา (ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2568) หากปิดด่านชายแดนสำคัญจะกระทบมูลค่าการค้าชายแดน 4 ด้านคือ 1.ผลกระทบเชิงพื้นที่ ดูจากข้อมูลค่าการค้าในแต่ละด่านศุลกากรสำคัญในปี 2567 จะพบดังนี้ 1.อรัญประเทศ (สระแก้ว) 110,718 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 63.4% 2.คลองใหญ่ (ตราด) 29,289 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 16.8% 3.จันทบุรี 26,621 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 15.3% 4.ช่องจอม (สุรินทร์) 6,084 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.5% 5.ช่องสะงำ (ศรีสะเกษ) 1,818 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.0% รวม 5 ด่าน มูลค่าการค้ารวม 174,530 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากปิดด่านอรัญประเทศเพียงแห่งเดียวจะส่งผลต่อมูลค่าการค้ามากกว่า 60% ของทั้งหมด หากปิดด่านคลองใหญ่ จ.จันทบุรี รวมกันอีก 30% ดังนั้น สรุปการปิดด่านใหญ่ 3 แห่ง จะทำให้การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา หยุดชะงักเกือบทั้งหมด

2.ผลกระทบเชิงโครงสร้างสินค้าส่งออกและนำเข้าที่สำคัญ 3.ผลกระทบเชิงเวลาและความต่อเนื่อง แม้ปัจจุบัน ในเดือนมิถุนายน 2568 จะมีการ “ปรับวันและเวลาเปิด-ปิดด่าน” เฉพาะการควบคุมคนเข้าออก และ 4.โอกาสในการบริหารความเสี่ยง หากการปิดด่านเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรพิจารณาคือ การกระจายความเสี่ยงการค้าไปยังด่านอื่นที่เปิดอยู่.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...