ทูน เสียใจถูกเด็ก 17 ทำร้าย เพราะแค่ตักเตือน ขอสั่งสอนด้วยกฎหมาย
ไนน์เอ็นเตอร์เทน
อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 14.35 น. • NineEntertain ข่าวบันเทิงอันดับ 1 ของไทยเข้าตรวจร่างกายหลังถูกทำร้าย สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ ทูน หิรัญทรัพย์ หรือ สพัชญ์นนทน์ เซสพีเดส ที่เดินทางมาตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลกลาง หลังโดนวัยรุ่นทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บ ขณะไปเดินซื้อของในซอยข้างคลองถมพลาซ่า เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ผ่านมา โดย ทูน เปิดใจกับทีมข่าวไนน์เอ็นเตอร์เทนว่า มีอาการบาดเจ็บ บวมช้ำ และมีเลือดออกบริเวณตาข้างขวา ซึ่งสาเหตุเกิดจากการที่โดนชกบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ ที่ตนมาตรวจก็เพราะเดิมทีตาข้างขวาบอดสนิท มองไม่เห็นอะไร จึงไม่สามารถรู้ว่าได้รับผลกระทบใด ๆ อีกหรือไม่ ส่วนตอนนี้คงต้องรอผลตรวจประมาณ 4-5 วัน จึงจะนำผลตรวจที่ได้ไปให้กับพนักงานสอบสวน และวันพรุ่งนี้ตนก็จะเดินทางไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเข้าตรวจอย่างละเอียดกับแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงตรวจสมองด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ส่วนตาฝั่งซ้ายตนไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งการมองเห็นสามารถมองได้ชัดเจนแค่ 30% เป็นปกติอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ทูน ยอมรับว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยิ่งคู่กรณียังเป็นเยาวชน อายุเพียง 17 และ 19 ปี เท่านั้น ก่อนจะเล่าย้อนว่า ตอนที่เกิดเหตุมีเจตนาแค่ตักเตือนในการใช้คำพูดของเด็ก ด้านตนเองก็อายุมากถึง 70 ปีแล้ว แค่อยากจะพูดคุย เพราะทราบว่าอีกฝ่ายเป็นพนักงานของร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งมองว่าควรจะใช้คำพูดต่าง ๆ ให้ดีกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้โกรธคู่กรณี เพียงแต่เสียดายอนาคตมากกว่า ส่วนภาพที่ออกมาแสดงให้เห็นถึงการทะเลาะวิวาทของมนุษย์ 2 คน หากจะบอกว่าใครผิดใครถูก หรือใครเป็นสีขาวสีดำ ตนมองว่ามันไม่ใช่ แต่อยากให้โฟกัสที่ตน ซึ่งเป็นผู้สูงวัย และการที่เยาวชนจะเข้ามาทำร้ายในขณะนั้น ตนมองว่าผิด เพราะการอยู่ร่วมกันในสังคมไม่ควรใช้ความรุนแรง
สำหรับเรื่องคดีความ ต้องรอผลจากโรงพยาบาล จึงจะมีการยื่นให้กับพนักงานสอบสวนต่อไป ก่อนหน้านี้ตนได้มีการพูดคุยกับคู่กรณีแล้ว จริง ๆ ก็สามารถยอมความได้ หากคู่กรณียอมขอโทษ แต่ทางคู่กรณีบอกว่าเขาไม่ผิดแล้วก็ไม่ยอมขอโทษ ทางฝ่ายตนจึงอยากใช้กฎหมาย เพื่อให้กฎหมายลงโทษดีกว่า แต่ก็ไม่รู้ว่าในทางกฎหมายจะเป็นยังไงต่อ เพราะคู่กรณีเป็นเยาวชนด้วย จึงไม่แน่ใจว่าจะจัดการได้มากน้อยแค่ไหน เพียงแต่อยากจะให้เขาได้เรียนรู้ถึงการกระทำของตัวเอง การอยู่ร่วมกันในสังคมจะต้องมีคุณธรรมจริยธรรม และต้องมีความยืดหยุ่นกัน การที่ผู้ใหญ่มาสั่งสอนแนะนำไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ตนเองก็เสียใจ เพราะรู้สึกว่าที่ผ่านมาได้อยู่เบื้องหลังงานหลายอย่างให้กับสังคมและเยาวชน ไม่คิดว่าการที่ไปเตือนสติเขาแบบนั้นจะทำให้เขาอารมณ์เปลี่ยนไปได้ ส่วนจากคำสัมภาษณ์ของคู่กรณีที่บอกว่าเราเข้าไปยั่วโมโหเขา จนทำให้บันดาลโทสะ ตนเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเวลารู้ว่าจะโดนทำร้าย ก็ต้องมีการป้องกันตัว ตอนเกิดเหตุขณะที่กำลังพูดคุยกัน ตนก็เห็นสถานการณ์เริ่มจะไม่ดี จึงมีการจับตัวของอีกฝ่ายบ้าง แต่เราไม่รู้ว่าจับไปโดนแขนฝั่งไหน เพราะตาเราก็มองไม่เห็นจนทำให้อีกฝ่ายต่อยมาที่ตาขวา ทั้งนี้ หากอีกฝ่ายจะเข้ามาขอโทษ ตนต้องดูอีกทีว่าเขาสำนึกผิดหรือเปล่า อนาคตถ้าสามารถหาทางออกร่วมกันได้ก็ต้องพิจารณาอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน