สาวไทยป่วยหนัก ขณะไปอบรมเกาหลี ค่ารักษาพุ่งทะลุล้าน น้องชายวอนช่วยเหลือ
สาวไทยป่วยหนัก ขณะไปอบรมเกาหลี ค่ารักษาพุ่งทะลุล้าน น้องชายวอนช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nakarin Rungthongkumkul โพสต์ระบุว่า “สวัสดีครับ วันนี้ผมและครอบครัวมีความทุกข์ใจเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับเรื่องของพี่สาวที่กำลังป่วยหนัก และต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล Inje University Haeundae Paik Hospital ในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เลยอยากจะแชร์เรื่องราว รวมถึงอัพเดตอาการอย่างละเอียดให้กับเพื่อนๆ และทุกคนที่กำลังเป็นห่วงอยู่ได้ทราบ
พี่สาวของผม พี่ขิม ปุริมา (สงวนนามสกุล) ภูมิลำเนาเกิดที่กรุงเทพมหานคร มีโอกาสได้ไปเทรนงานกับบริษัท ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ โดยโปรแกรมทั้งหมดเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 23-27 มิ.ย. 67 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
– วันอาทิตย์ ที่ 23 มิ.ย. 67 เวลา 23.30 น.
ออกเดินทางจากประเทศไทย ไปยังประเทศเกาหลี ในวันนี้พี่ขิมยังคงสบายดี ไม่มีอาการป่วยหรือเจ็บไข้ใดๆ ในระหว่างการเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้
– วันที่ 1 วันจันทร์ ที่ 24 มิ.ย. 67 เวลา 06.55 น.
พี่ขิมลงเครื่องที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ในช่วงเช้า และต้องเดินทางต่อด้วยรถไฟความเร็วสูง KTX เพื่อไปยังเมืองปูซาน และเที่ยวตามโปรแกรม วันนี้ในช่วงดึกพี่สาวได้มีการวิดีโอคอลมาหาครอบครัว เพื่ออัพเดตเรื่องราวต่างๆ และบอกว่ามีอาการปวดหัว เหมือนจะไม่สบายคิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการพักผ่อนน้อย เพราะไม่ได้นอนเลยตลอดการเดินทางเนื่องจากโดยปกติพี่ขิมจะไม่หลับเวลาเดินทาง ทางบ้านจึงบอกให้กินยาและนอนพักผ่อน
– วันที่ 2 วันอังคาร ที่ 25 มิ.ย. 67 (สัมมนาวันที่ 1)
พี่ขิมออกไปงานสัมมนาตามปกติจนจบโปรแกรม โดยที่ยังคงมีอาการปวดหัวอยู่ ในวันนี้ยังมีการติดต่อกับครอบครัว โดยส่งภาพที่ไปเข้ารับการเทรนงานมาให้ครอบครัวดู และเมื่อถามถึงอาการป่วย พี่ขิมตอบกลับมาว่ายังคงมีอาการปวดหัวอยู่ และต้องคอยกินยาเป็นระยะ
– วันที่ 3 วันพุธ ที่ 26 มิ.ย. 67 (สัมมนาวันที่ 2)
วันนี้พี่ขิมมีอาการปวดหัวหนักตั้งแต่เช้า โดยในระหว่างทางที่กำลังไปยังสถานที่สัมมนา ได้เกิดการอาเจียนบนรถ 1 ครั้ง โดยมีพี่ทีมงานเอมิตี้ (ผู้เข้ามาร่วมสัมมนาในครั้งนี้ด้วย) เป็นผู้เข้าช่วยเหลือและดูแลพี่ขิมตลอดเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทางพี่ทีมงานได้มีการสอบถามอาการของพี่ขิม ณ ตอนนั้นว่าไหวหรือไม่ ซึ่งพี่ขิมได้ตอบกลับทางพี่ๆ ว่ายังไหว และยังคงฝืนต่ออาการป่วย
พร้อมทั้งขอร่วมเดินทางไปสัมมนางานตามปกติ แต่เมื่อไปถึงสถานที่แล้วร่างกายเริ่มแสดงอาการอีกครั้ง พี่ทีมงานเอมิตี้ จึงได้มีการพาพี่ขิมไปนอนพักประมาณ 1 ชั่วโมง แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ทางทีมงานที่ดูแลจึงได้รีบพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลใกล้เคียง
เมื่อถึงโรงพยาบาลแล้วพยาบาลได้มีการซักประวัติเรื่องการกินอาหาร การแพ้ยาต่างๆ ทุกอย่างยังคงปกติอาการเบื้องต้น คือ ปวดหัวจนอยากอาเจียน และปวดเมื่อยตามร่างกาย จากนั้นเข้าพบคุณหมอ คุณหมอได้ทำการตรวจเช็กร่างกายทั่วไป เช่น การตรวจดูม่านตา และตรวจภายในช่องปาก แต่ไม่พบความผิดปกติ จึงจ่ายยาตามอาการและให้กลับไปพักเองได้ แต่ทางทีมงานที่ช่วยเหลือเห็นว่าพี่ขิมยังมีอาการเพลียอยู่ จึงขอให้นอนพักเพื่อให้น้ำเกลือไปก่อน
หลังจากที่นอนพักให้น้ำเกลือเสร็จทางทีมงานได้กลับมารับพี่สาวผมในช่วงบ่าย พบว่าพี่ขิมได้อาเจียนอีก 1 ครั้ง คุณหมอจึงทำการตรวจเพิ่ม แต่ก็ไม่มีไข้ใดๆ วัดความดันอยู่ในเกณฑ์ปกติ คุณหมอจึงแจ้งว่าสาเหตุอาจเป็นเพราะท้องว่าง และไม่มีอาหารตกถึงท้อง (เนื่องจากช่วงเช้าทานน้อย และอาเจียนออกมาหมดแล้ว) คุณหมอจึงเปลี่ยนยาและยืนยันให้กลับไปพักที่โรงแรมได้ตามเดิม
หลังจากกลับมาที่โรงแรมพี่ขิมก็ได้ทานอาหาร ทานยา และนอนพัก โดยมีพี่ๆ ทีมงานอมิตี้ที่ช่วยเหลือก็เข้ามาเช็กอาการเป็นระยะ พี่สาวยังคงพูดคุยได้ตามปกติ และบอกว่ายังมีอาการมึนอยู่ แต่ก็ดีขึ้น
เมื่อถึงช่วงค่ำพี่ขิมได้ติดต่อกับทางทีมงานเพื่อขอยาคลายกล้ามเนื้อ เพราะมีอาการปวดกล้ามเนื้อช่วงต้นคอร่วมด้วย จากการบอกเล่าของเพื่อนที่เป็นรูมเมทเล่าว่ายังคุยกับพี่ขิมตามปกติ และเผลอหลับไปในช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม และในระหว่างนอนหลับได้ยินเสียงว่าพี่ขิมเหมือนจะมีอาการหายใจแรง แต่คิดว่าเป็นแค่การนอนกรนปกติจึงไม่ได้เอะใจอะไร และในวันนี้เป็นวันที่พี่ขิมไม่ได้ติดต่อใครในครอบครัวรวมถึงแฟนเลย ซึ่งปกติจะมีการอัพเดตมาตลอด
วันที่ 4 วันพฤหัสบดี ที่ 27 มิ.ย. 67 (วันที่ต้องเดินทางกลับไทย)
ในวันนี้เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนต้องลงมาทานอาหารเช้า พี่ขิมยังไม่ลงมา พี่ที่ร่วมทริปที่มาสัมมนาด้วยกันไปสอบถามรูมเมทด้วยความเป็นห่วงว่าขิมเป็นยังไงบ้าง ทางรูมเมทตอบว่าได้มีการเรียกพี่ขิมแล้ว แต่พี่ขิมไม่ยอมตื่น ซึ่งเมื่อพี่ๆ ที่ร่วมทริปทราบเรื่องจึงรีบแจ้งกับทางทีมเอมิตี้ให้รีบขึ้นไปดูอาการพี่ขิมที่ห้องพักว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อทีมเอมิตี้ขึ้นไปปลุกพี่ขิม แต่เรียกยังไงพี่ขิมก็ไม่ตื่น อาการของพี่สาวในตอนนั้นคือหายใจติดขัด เกร็งที่มือและเท้า พร้อมทั้งมีร่องรอยของปัสสาวะบนเตียง ทางทีมงานจึงได้รีบช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดโดยมีรูมเมทคอยช่วยอยู่ พร้อมทั้งได้ประสานงานกับทางทีมเอมิตี้ที่รออยู่ด้านล่างให้ขึ้นไปดู จากนั้นทีมเอมิตี้จึงแจ้งทางไกด์และโรงแรมเพื่อเรียกรถ 911 มารับตัวส่งไปโรงพยาบาลเป็นการด่วน ซึ่งทีม 911 มาถึงภายในเวลา 5-7 นาที
ในระหว่างการช่วยเหลือของหน่วยทีมแพทย์ พี่ขิมยังคงมีอาการยังชักเกร็ง ตามร่างกายและใบหน้า ซึ่งทางทีมแพทย์พยายามใส่ท่อช่วยหายใจ แต่ร่างกายของพี่ขิมตอบสนองด้วยการปัดป้องและพยายามพ่นออก
ซึ่งในระหว่างนั้นทางทีมที่เข้าช่วยเหลือได้รีบประชุมกัน และได้ข้อสรุปว่าจะเหลือทีมเอมิตี้และครีเอทที่เกาหลีอีกคนจะตามไปโรงพยาบาลด้วย
เมื่อถึงโรงพยาบาลพี่ขิมถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน ทางโรงพยาบาลได้ทำการเจาะเลือดไปตรวจ และได้มีการแจ้งเพิ่มเติมว่าคุณหมอต้องทำ MRI และ CT สแกน และจะต้องเจาะไขสันหลังเพื่อไปตรวจพร้อมกันด้วย โดยขบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาในการรอผลไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง
สุดท้ายเมื่อผลตรวจออกมาพบว่าพี่ขิมป่วยเป็น “โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ” จึงต้องรักษาอยู่ในห้องปลอดเชื้อประมาณ 2-3 สัปดาห์ ไม่สามารถส่งตัวกลับมารักษาต่อที่ไทยได้ในตอนนี้จนกว่าอาการจะดีขึ้น หรือจนกว่าคุณหมอจะประเมินแล้วว่าสามารถออกจากห้องปลอดเชื้อได้
ในวันเดียวกันนั้น เวลาประมาณ 10 โมง ของประเทศไทย เป็นเวลาที่ครอบครัวได้ทราบข่าวอาการป่วยของพี่ขิมจากผู้จัดการของบริษัทที่พี่ขิมทำงานอยู่ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ครอบครัวเสียใจเป็นอย่างมาก และรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้จริงๆ
ซึ่งในวันนั้นควรที่จะต้องเป็นวันที่พี่สาวของพวกเราได้เดินทางกลับบ้าน และได้เจอกันกับครอบครัวและคนที่พี่ขิมรัก ส่วนของทางครอบครัวก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้มีการขอความช่วยเหลือผ่านทางโซเชียลมีเดีย จากหลายๆ ฝ่ายที่ให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือในทุกๆ ด้าน
วันที่ 5 วันศุกร์ ที่ 28 มิ.ย. 67
ในวันนี้ขอแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อ
– การติดต่อกับสถานฑูต
สถานฑูตได้ทราบเรื่องทุกอย่าง และมีการประสานงานไปยังโรงพยาบาลที่พี่ขิมรักษาตัว มีการติดต่อพูดคุยกับทางผม และพี่เบียร์ (แฟนพี่ขิม) ตลอด เพื่ออัปเดตอาการ รวมไปถึงขั้นตอนต่างๆ หรือมีทางใดที่จะสามารถส่งพี่ขิมกลับมาที่ไทยได้
– อาการของพี่ขิม
วันนี้อาการของพี่ขิมเริ่มทรุดหนักกว่าเดิม ทางคุณหมอลงความเห็นว่าต้องทำการผ่าตัดโดยมีการส่งเอกสารยินยอมให้กับทางครอบครัวเซ็น ทางครอบครัวได้รีบเซ็นเอกสารยินยอมให้ทำการผ่าตัด แต่ทางโรงพยาบาลแจ้งกลับมาอีกครั้งว่าไม่สามารถผ่าตัด ณ ตอนนี้ได้แล้ว เนื่องจากความดันเลือดในสมองมีมากเกินกว่าที่จะสามารถทำการผ่าตัดได้ และหลังจากผ่าตัดแล้วก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าพี่ขิมจะกลับมาดีขึ้น หรือหายเป็นปกติได้หรือไม่
เรื่องนี้สร้างความใจหาย และความเสียใจกับครอบครัวของผมเป็นอย่างมาก และหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ที่จะช่วยให้พี่ขิมกลับมารักษาตัว และหายเป็นปกติได้ แม้ความหวังอาจจะดูน้อยมากก็ตาม ซึ่งในวันเดียวกันนั้นทางบ้านรีบไปทำพาสสปอร์ตให้กับคุณพ่อ คุณแม่ และน้องสาว ก่อนที่จะมาทราบเรื่องนี้ครับ
ล่าสุด วันจันทร์ ที่ 1 ก.ค. 67
ทางผมและพี่เบียร์แฟนพี่ขิมได้เดินทางมาถึงปูซาน และรีบมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล โดยมีคุณจินซึ่งได้เป็นล่ามที่สามารถสื่อสารภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ ที่ทางพี่ๆ จากบริษัท Amity Beauty supply ได้จัดมาให้เพื่ออำนวยความสะดวกให้พวกผมทั้งสองคน ในการสื่อสารกับทางโรงพยาบาลเพื่อขอเข้าเยี่ยมพี่ขิม
เมื่อไปถึงก็พบพี่ขิมที่นอนโดยมีเครื่องช่วยหายใจประคองชีวิตไว้ หลังจากนั้นหมอได้เรียกพวกเราเข้าไปคุยและอธิบายว่าถึงอาการของพี่ขิมในตอนนี้ว่า พี่ขิมมีสภาวะ “สมองตาย” ซึ่งจะไม่รับรู้อะไร และถึงแม้ทางหมอจะให้ยาจนสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียในสมองไปจนหมดได้ ก็ดูเหมือนจะช้าเกินไป จากภาพเอ็กซเรย์สมองของพี่ขิมบวมไปหมดแล้ว ทางโรงพยาบาลจึงให้เราตัดสินใจว่าจะยังคงรักษาพี่ขิมต่อหรือไม่
หากเรายืนยันที่จะรักษาต่อไป ค่าใช้จ่ายในการดูแลพี่ขิมจะตกอยู่ราวๆ วันละ “120,000” บาท แต่ถ้าเราหยุดรักษาแต่เพียงเท่านี้ ยอดการรักษาจะหยุดอยู่ที่ “600,000” บาท โดยประมาณ สิริรวมค่ารักษาทั้งหมด จะมีที่ทางบริษัทพี่ขิมจ่ายไปก่อนก้อนแรก “550,000” และมีรอบล่าสุดอีกประมาณ “600,000” รวมเป็นเงินประมาณ “1,150,000 บาท” (ราคาประมาณจากโรงพยาบาล ถ้าได้ตัวเลขที่แน่นอนจะรีบแจ้งครับ)
ซึ่งทางบ้านก็หนักใจและลำบากใจเป็นอย่างมากที่จะต้องตัดสินใจครั้งนี้ แต่สุดท้ายแล้วเมื่อประเมินจากความเป็นไปได้ทั้งหมดที่มีอยู่ ทางผมและครอบครัว จึงตัดสินใจยุติการรักษาพี่ขิมเพื่อให้พี่ขิมไม่ทรมานไปมากกว่านี้ แต่ยังคงมีความประสงค์ที่จะพาพี่ชิมกลับไปในรูปแบบของอัฐิ เพื่อให้สะดวกต่อการส่งกลับประเทศไทยเช่นเดิม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวไทยป่วยหนัก ขณะไปอบรมเกาหลี ค่ารักษาพุ่งทะลุล้าน น้องชายวอนช่วยเหลือ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th