โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปรียบเทียบ! ผ้าอนามัย 6 แบบ ตัวช่วยสาวๆ ในวันแดงเดือด

Dek-D.com

อัพเดต 13 พ.ค. 2567 เวลา 09.12 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2567 เวลา 06.33 น. • DEK-D.com
มีประจำเดือนครั้งแรก ควรเลือกใช้ผ้าอนามัยแบบไหนดี?

มีประจำเดือนครั้งแรก ควรเลือกใช้ผ้าอนามัยแบบไหนดี?

ถ้าให้นึกถึงสิ่งของที่จำเป็นสำหรับน้องๆ ชาว Dek-D ที่ต้องพกติดไว้ในกระเป๋า จะนึกถึงอะไรกันบ้างนะ? แต่แน่ๆ เชื่อว่าต้องมี “ผ้าอนามัย”อยู่ในลิสต์ของที่จำเป็นแน่ๆ ถือเป็นไอเทมอีกอย่างหนึ่งที่สาวๆ จะต้องพกติดตัวไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน หรือช่วงที่มีประจำเดือนนั่นเอง แต่ว่าผ้าอนามัยที่จำหน่ายตามท้องตลาด ก็ไม่ได้มีแบบเดียว ทั้งยี่ห้อ ขนาดความยาว ราคา รวมไปถึงรูปแบบและการใช้งานก็จะมีความแตกต่างกัน วันนี้พี่ปลิวเลยได้รวบรวมผ้าอนามัยแต่ละแบบมาเปรียบเทียบให้ดูกันไปเลยย!

1. ผ้าอนามัยแบบแผ่น

ผ้าอนามัยแบบแผ่น ออกแบบมาให้พร้อมใช้งาน เพียงแค่ลอกที่แปะกาวออกซึ่งผ้าอนามัยแบบแผ่น ก็จะมีทั้งแบบหนา แบบบาง มีปีก ไม่มีปีก แบบกลางวัน และแบบกลางคืน ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการและความเหมาะสม

ข้อดี :

  • หาซื้อง่าย มีหลายไซส์ ใช้เสร็จแล้วสามารถทิ้งได้เลย

ข้อเสีย :

  • ห่อตัวง่าย แถบกาวไม่แน่น เสี่ยงเลอะได้ระหว่างวัน
  • ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

ข้อควรระวัง :

  • ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งทั้งก่อนและหลังใส่
  • ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 3 - 4 ชม. หรือเปลี่ยนเมื่อรู้สึกว่าผ้าอนามัยซึมซับเต็มแล้ว
  • อย่าลืมอ่านวันหมดอายุก่อนใช้ ยิ่งใกล้วันหมดอายุ คุณภาพก็จะยิ่งลดลง!

ราคา : 2 - 8 บาท/ชิ้น

2. ผ้าอนามัยแบบสอด

ผ้าอนามัยแบบสอด มีลักษณะเป็นแท่งๆ ใช้สำหรับสอดเข้าไปในช่องคลอด เพื่อดูดซับประจำเดือนซึ่งผ้าอนามัยแบบนี้จะถูกผลิตด้วยวัสดุซึมซับพิเศษที่บีบอัดให้มีลักษณะเป็นแท่งเล็กๆ และก็มีหลากหลายขนาดและหลายแบบไม่ว่าจะสำหรับวันมามากหรือวันมาน้อย

แต่เชื่อว่ายังมีสาวๆ อีกหลายคนที่ยังไม่กล้าลองใช้ เพราะกลัวเจ็บ แต่บอกเลยว่าถ้าหากใส่ถูกวิธี ชีวิตจะง่ายขึ้น จะรู้สึกสบายตัว จนลืมไปเลยว่าใส่อยู่และสำหรับมือใหม่ แนะนำให้ลองใช้แบบที่มีอุปกรณ์ช่วยดัน เพราะว่าเขาจะมีแท่งพลาสติกขนาดเล็กมาให้ เพื่อช่วยดันผ้าอนามัยเข้าไปในช่องคลอด

ข้อดี :

  • มีขนาดเล็ก พกพาง่าย
  • สามารถใส่ลงน้ำได้
  • เหมาะกับใส่ทำกิจกรรมกีฬาหรือกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ให้ความรู้สึกที่คล่องตัว ไม่อึดอัดเหมือนกับการใส่ผ้าอนามัยแบบแผ่น

ข้อเสีย :

  • อาจทำให้เกิดการระคายเคือง หรือเสี่ยงติดเชื้อได้ ถ้ารักษาความสะอาดไม่ดี

ข้อควรระวัง :

  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งทั้งก่อนและหลังใส่
  • เมื่อขึ้นจากน้ำ ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยใหม่ทันที
  • เมื่อแกะซองผ้าอนามัยแล้ว ควรใช้ทันที
  • หากทำตกแล้ว ไม่ควรหยิบขึ้นมาใช้เด็ดขาด
  • ไม่ควรใช้เมื่อหมดรอบเดือนแล้ว หรือขณะมีเพศสัมพันธ์ และตอนนอน
  • ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 4 - 6 ชม. หรือเปลี่ยนเมื่อรู้สึกว่าผ้าอนามัยซึมซับเต็มแล้ว

ราคา : 4 - 11 บาท/ชิ้น

3. ผ้าอนามัยแบบถ้วย

ผ้าอนามัยแบบถ้วย จะมีรูปทรงแบบกรวย และปลายจะมีก้านเล็กๆ ยื่นออกมาเล็กน้อย โดยตัวถ้วยทำจากยางหรือซิลิโคนชนิดที่มีความนุ่มพิเศษ อ่อนโยนต่อจุดซ่อนเร้น ซึ่งตัวถ้วยสามารถบีบและบิดให้เล็กลงได้ เพื่อสอดใส่ผ่านช่องคลอดเข้าไปด้านในซึ่งถ้าหากใส่ถูกต้อง ถ้วยก็จะไม่เลื่อนหรือหลุดออกมา ทำให้เราสามารถขยับตัวและทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเต็มที่

ข้อดี :

  • เป็นวัสดุที่ใช้ในทางการแพทย์ เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้ผ้าอนามัย
  • ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองและไม่เป็นอันตรายต่อจุดซ่อนเร้น
  • สามารถรองรับประจำเดือนได้เยอะ ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย
  • สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ เพียงแค่นำมาล้างน้ำกับสบู่ให้สะอาดและซับให้แห้ง
  • ช่วยลดค่าใช้จ่าย เพราะสามารถใช้ได้หลายครั้ง

ข้อเสีย :

  • ต้องใส่ใจเรื่องของการทำความสะอาดมากกว่าการใช้ผ้าอนามัยรูปแบบอื่น
  • หากเลือกใช้ถ้วยอนามัยที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและบาดเจ็บบริเวณช่องคลอดได้
  • การสวมใส่และถอดค่อนข้างลำบากในช่วงแรก หากยังไม่ชำนาญอาจเสียเวลาและเกิดการบาดเจ็บได้

ข้อควรระวัง :

  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งทั้งก่อนและหลังใส่
  • แนะนำให้เปลี่ยนถ้วยอนามัยทุกๆ 4-12 ชั่วโมง
  • ก่อนใช้ควรตรวจสอบสภาพของถ้วยอนามัย และทำความสะอาดก่อนนำมาใช้งาน
  • ไม่ควรใส่นานเกินกว่าที่ระบุเอาไว้ที่ฉลากผลิตภัณฑ์ เพราะมีความเสี่ยงที่เลือดในถ้วยจะล้นจนไหลซึมออกมาด้านนอกได้ แถมยังเสี่ยงติดเชื้อ

ราคา :200 - 3,000 บาท/ชิ้น

4. ผ้าอนามัยแบบกางเกง

ผ้าอนามัยแบบกางเกงจะมีรูปทรงเหมือนกางเกงในที่เราสวมใส่เลย ซึ่งเขาจะผลิตจากผ้าแบบบาง โดยมีส่วนรองรับประจำเดือน บริเวณเป้าตรงกลาง นอนดิ้นแค่ไหนก็ไม่มีเลอะ!

ข้อดี :

  • ใส่แล้วกระชับ มีความยืดหยุ่นได้ดี
  • ใช้งานง่าย สามารถใส่แทนกางเกงในได้เลย
  • หมดปัญหาผ้าอนามัยเลื่อน กาวหลุด
  • เหมาะสำหรับใช้ตอนกลางคืน และวันมามาก
  • นอนดิ้นแค่ไหนประจำเดือนก็ไม่มีเลอะ ป้องกันการซึมเปื้อนได้ดี

ข้อเสีย :

  • ราคาค่อนข้างแพง
  • การระบายอากาศไม่ค่อยดี ทำให้เกิดการอับชื้นได้ง่าย
  • มีไซส์ให้เลือกน้อย ส่วนใหญ่รองรับขนาดสะโพกสูงสุดแค่ 48 นิ้ว

ข้อควรระวัง :

  • ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 3 - 4 ชม. หรือเปลี่ยนเมื่อรู้สึกว่าผ้าอนามัยซึมซับเต็มแล้ว

ราคา :29 - 37 บาท/ชิ้น

5. ผ้าอนามัยแบบซักได้

ผ้าอนามัยแบบซักได้หรือผ้าอนามัยแบบผ้า รูปทรงเหมือนผ้าอนามัยแบบทั่วไป และส่วนใหญ่จะผลิตมาจากผ้าฝ้าย ผ้าคอตตอน ผ้าลินิน ฯลฯ เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่ายเพราะผ้าอนามัยแบบซักได้ เขาจะมีความสะอาด อ่อนโยน ไม่ทำให้เกิดผื่นคัน และการระคายเคือง ปลอดภัยต่อน้องสาวของเราอย่างแน่นอน

ข้อดี :

  • ไม่ทำให้เกิดการซึมเปื้อน
  • ใช้งานง่าย แค่แปะผ้าอนามัยแล้วติดกระดุม
  • ไม่ทำให้เกิดผื่นคัน ความอับชื้น และกลิ่นหมักหมม
  • สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เพียงแค่ซักและตากให้แห้ง
  • ช่วยประหยัดงบในการซื้อผ้าอนามัยและเป็นการช่วยรักษ์โลก
  • สามารถใช้งานได้นาน 4-7 ปี (ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละคน)

ข้อเสีย :

  • ไม่เหมาะใส่ไปข้างนอกในวันมามาก เพราะต้องนำผ้าอนามัยที่เปื้อนมาซัก

ข้อควรระวัง :

  • ควรตากแดด และตากในที่อากาศถ่ายเทให้แห้งสนิท
  • ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 3 - 4 ชม. หรือเปลี่ยนเมื่อรู้สึกว่าผ้าอนามัยซึมซับเต็มแล้ว

ราคา :90 - 400 บาท/ชิ้น

6. กางเกงในอนามัย

อีกหนึ่งทางเลือกของสาวๆ กับกางเกงในอนามัย ซึ่งเหมือนกับกางเกงในทั่วไปที่เราใส่กันปกติเลย ไม่ต้องกังวลว่าจะซึมเปื้อนหรือเลอะ เพราะทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ ดูดซับได้ดีเช่น ผ้าฝ้าย ผ้าเยื่อไผ่ ผ้าคอตตอน ฯลฯ โดยส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบที่ใช้คู่กับผ้าอนามัย และแบบที่สามารถใส่แทนผ้าอนามัยได้เลย

ข้อดี :

  • มีหลายไซส์ หลายแบบให้เลือก
  • ป้องกันการซืมเปื้อน ช่วยลดอาการอับชื้น
  • ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือผื่นคัน
  • ใช้งานง่ายเหมือนกับกางเกงในทั่วไป นุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี
  • มีอายุการใช้งานได้นานกว่า 2 ปี
  • สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เพียงแค่ซักทำความสะอาดและตากให้แห้ง
  • ช่วยลดค่าใช้จ่าย เพราะสามารถใช้ได้หลายครั้ง

ข้อเสีย : ราคาค่อนข้างสูง

ข้อควรระวัง :ห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มในการซัก

ราคา :120 - 280 บาท/ชิ้น

รู้หรือไม่? การใส่ผ้าอนามัยเป็นเวลานาน จะทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโต จนอาจทำให้ติดเชื้อโรคได้
และมีไข้สูง เกิดเป็นพิษ ช็อกตายได้ (Toxic Shock Syndrome) จึงควรเปลี่ยนทุกๆ 4 ชั่วโมง และไม่ควรปล่อยให้เกิดการอับชื้นเป็นเวลานาน

เรื่องเพศและสุขอนามัยเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว โดยเฉพาะการรักษาความสะอาดของจุดซ่อนเร้น หากวันไหนมีประจำเดือนก็ยิ่งต้องรักษาความสะอาดซึ่งควรเลือกใช้ผ้าอนามัยให้เหมาะสม และไม่ควรใส่อันเดียวตลอดทั้งวัน เพราะอาจเสี่ยงติดเชื้อได้แล้วน้องๆ ชาว Dek-D ชอบใช้ผ้าอนามัยยี่ห้อไหน หรือใครเคยลองใช้แบบอื่นนอกเหนือจากแบบแผ่น ก็สามารถมาเล่าประสบการณ์ได้น้า (แต่สำหรับพี่ปลิวยี่ห้อในดวงใจคือน้องริลัคคุมะ กาวเหนียวแน่นติดทนสุดๆ)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...