โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

UOBAM ชี้บรรยากาศเริ่มเอื้อลงทุน แนะลดถือเงินสดลุยตราสารหนี้โลก

ทันหุ้น

อัพเดต 27 ก.ค. 2567 เวลา 05.59 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2567 เวลา 05.59 น.

#UOBAM #ทันหุ้น บลจ.ยูโอบี มองภาพรวมเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวแบบไม่รุนแรง จับตาเฟดลดดอกเบี้ยครึ่งปีหลังหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน แนะลดถือเงินสด และกระจายลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก รวมถึงจัดพอร์ตกระจายลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ ทางด้านหุ้นไทย มองบวกSETปีนี้ไป SET 1,443จุด พร้อมคัดกองทุนเด็ดเก็บเข้าพอร์ต

นางสาววรรณจันทร์ อึ้งถาวร รองกรรมการผู้จัดการ สายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ. ยูโอบี (UOBAM) ได้ให้มุมมองว่า ภาพรวมเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี แม้ว่าเศรษฐกิจหลักของโลกอย่างสหรัฐฯ จะมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่การชะลอตัวลงดังกล่าวคาดว่าจะไม่รุนแรงถึงระดับภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง (Hard Landing) ทั้งนี้ หากธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มดำเนินการลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ก็จะช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง เพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดทุนโดยรวม และทำให้สภาวะเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะสมดุลได้

ยุโรปฟื้นตัว

สำหรับเศรษฐกิจของยุโรปมีการฟื้นตัวดีกว่าที่คาดไว้หลังจากประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยเล็กน้อย (Mild recession) โดยธนาคารกลางยุโรปมีการปรับดอกเบี้ยนโยบายลงหลังทิศทางเงินเฟ้อในยุโรปลดลง

สำหรับมุมมองทิศทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศฝั่งเอเชีย ตัวเลขเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มที่ดีขึ้นและเริ่มส่งสัญญานฟื้นตัวโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ จากภาครัฐตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ระดับราคาหุ้นเอเชียที่ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจต่อการลงทุนในภูมิภาคและอาจดึงดูดเม็ดเงินให้ไหลกลับสู่ตลาดเอเชียหากธนาคารกลางสหรัฐปรับดอกเบี้ยนโยบายลงและค่าเงินในภูมิภาคเอเชียมีเสถียรภาพมากขึ้น

ไทยจะฟื้นตัวต่ำกว่าคาด

บลจ.ยูโอบี คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวต่ำกว่าคาดและมีการฟื้นตัวที่ไม่ครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ โดยปัจจัยหลักที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยวซึ่งฟื้นตัวต่อเนื่องตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูงขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐที่เริ่มเบิกจ่ายได้เพิ่มขึ้นหลังจากการผ่านงบประมาณประจำปี

อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่เริ่มส่งสัญญาณในเชิงลบมากขึ้น โดยเฉพาะภาคการผลิตอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญการแข่งขันจากต่างประเทศที่มีความสามารถเชิงแข่งขันสูงกว่า และผลิตสินค้าได้สอดคล้องกับความต้องการในตลาดโลกมากกว่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคการส่งออก เศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง และการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น

ไทยต้องปรับตัวอย่างเข้มข้น

ส่งผลให้ภาคการผลิตอุตสาหกรรมของไทยจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเข้มข้นเพื่อพลิกฟื้นธุรกิจให้กลับคืนมา ซึ่งกระบวนการปรับตัวนี้จำเป็นต้องใช้เวลา นอกจากนี้ภาคครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กยังประสบปัญหาระดับหนี้สินอยู่ในระดับสูงและจำเป็นต้องลดระดับหนี้ลง จึงส่งผลกระทบให้กำลังซื้อเพื่อใช้จ่ายบริโภคอุปโภค รวมถึงการลงทุนลดลง ประกอบกับสถาบันการเงินเริ่มได้รับผลกระทบจากระดับหนี้เสีย Non-Performing Loan (NPL) ที่เพิ่มขึ้น จนจำเป็นต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นในการให้กู้ยืม ส่งผลให้ภาวะการเงินของภาคครัวเรือนและธุรกิจขนาดกลาง-เล็กตึงตัวเพิ่มขึ้น

สำหรับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปล่าสุดของเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 บลจ.ยูโอบี คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปดังกล่าวจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีและอยู่ในช่วงร้อยละ 1.0-1.5 จากราคาพลังงาน และสาธารณูปโภค แม้ว่าราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มลดลงจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ทางด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานนั้นมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 1 ยังถือเป็นระดับที่มีความกดดันต่อเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ

การฟื้นตัวต่ำกว่าคาดของเศรษฐกิจไทย และอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ อีกทั้งภาวะการเงินที่ตึงตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยของประเทศขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะปรับลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี จะส่งผลกดดันต่อเงินทุนเข้าออก และค่าเงินบาทซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงเกินไป

SET ไป 1.443 จุด

ดังนั้น คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 ในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ และคาดการณ์เป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ 1.443 จุด โดยมีมุมมองเชิงบวกกับหุ้นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายภาครัฐ การท่องเที่ยว การกระตุ้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือน และ สาธารณูปโภค เป็นต้น

จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น บลจ. ยูโอบี จึงมีมุมมองว่า การเติบโตของเศรษฐกิจในกรณีพื้นฐาน (Base Case) จะเป็นไปในลักษณะที่มีการชะลอตัวแบบไม่รุนแรง (Soft Landing) ซึ่งการบริหารความเสี่ยงท่ามกลางสภาวะที่มีความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และนักลงทุนไม่ควรที่จะกลัวการลงทุนมากไป พร้อมแนะนำเน้นการคัดสรรหลักทรัพย์ที่จะลงทุนและการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนควบคู่กันไปด้วย

ลดถือเงินสด-ลงทุนตราสารหนี้โลก

ทั้งนี้ บลจ. ยูโอบี แนะนำให้ปรับลดน้ำหนักการถือครองเงินสดและเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนทั่วโลกเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจในช่วงวัฏจักรดอกเบี้ยนโยบายขาลง โดยเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ระดับ Investment Grade ที่มีคุณภาพเพื่อลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ในระยะข้างหน้าที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว ในขณะเดียวกัน บลจ. ยูโอบี มีมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มประเทศเอเชียโดยเฉพาะประเทศจีนที่แม้ว่าจะมีมูลค่าที่น่าสนใจแต่ตลาดได้รับรู้ปัจจัยบวกไปพอสมควรแล้ว และการฟื้นตัวในระยะข้างหน้ายังต้องเผชิญกับความท้าทายที่มากขึ้น

คัดกองทุนเด่นเข้าพอร์ต

นายกุลฉัตร จันทวิมล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บลจ. ยูโอบี ได้ให้ความเห็นต่อการจัดพอร์ต การลงทุนว่า ปัจจัยที่ต้องติดตาม มีดังนี้

  • 1. ผลของการดำเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวและการปรับลดการสนับสนุนด้านการคลังในช่วงปีที่ผ่านมาจะเริ่มสะท้อนให้เห็นในภาคส่วนต่างๆ ซึ่งทำให้จัดสรรการลงทุนต้องมีความระมัดระวังเพิ่มเติม
  • 2. อัตราเงินเฟ้อที่แม้ว่าจะปรับตัวลดลงแล้วแต่ต้องติดตามดูพัฒนาการว่าจะสามารถปรับตัวลดลงได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
  • 3. ความเสี่ยงด้านการเมืองที่เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของ การเลือกตั้งของสหรัฐฯ, การเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมืองในฝั่งยุโรป รวมไปถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนได้

มันนี่มาร์เก็ตฟันด์ เน้นพักเงิน

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงของตลาดหรือต้องลงทุนในระหว่างรอจังหวะการลงทุน บลจ. ยูโอบีแนะนำ กองทุนรวมตลาดเงิน คือ กองทุนเปิด ไทย แคช แมเนจเม้นท์ (TCMF) ระดับความเสี่ยง 1 ที่มีนโยบายมุ่งเน้นลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ และ/หรือเงินฝาก หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ทั้งภาครัฐ และ/หรือภาครัฐวิสาหกิจ ที่มีความมั่นคงและมีสภาพคล่องสูงเป็นหลัก

ตราสารหนี้โลกน่าสนใ

และหากสามารถรับความเสี่ยงและต้องการกระแสรายได้จากการลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก แนะนำลงทุนในกองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอลอินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ (UGIS) และกองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ เอฟเอ็กซ์ ฟันด์ (UGISFX) ระดับความเสี่ยง 5 ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ PIMCO GIS Income Fund (Class I) (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ซึ่งกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระแสรายได้ในระดับสูงโดยการบริหารการลงทุนอย่างรอบคอบ และมีวัตถุประสงค์ในการสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว มีหลักการกระจายการลงทุนไปในตราสารหนี้ประเภทต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลก

โดยกองทุน UGIS มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ ส่วนกองทุนUGISFX อาจพิจารณาลงทุนใน Derivative เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) หรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

กองผสม ลุยหุ้น-ตราสารหนี้

กองทุนแนะนำสำหรับนักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนในระยะยาวจากการลงทุนแบบผสมทั้งในหุ้น ตราสารหนี้ ได้แก่ กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลบอล แอลโลเคชั่น ฟันด์ (UOBSGA) ระดับความเสี่ยง 5 ลงทุนในหน่วยลงทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ BGF Global Allocation Fund ที่จดทะเบียนในประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปเพียงกองทุนเดียว

โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนในต่างประเทศทั่วโลกในสภาวการณ์ปกติไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งมีการบริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A.กองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

รับเสี่ยงสูง-ชอบหุ้นโลกชู 3กองทุนเด่น

กองทุนแนะนำสำหรับนักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนในระยะยาวจากการลงทุนในหุ้น แนะนำลงทุนในหุ้นทั่วโลกในอุตสาหกรรมที่ได้รับปัจจัยบวกจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ได้แก่ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์(UESG) ระดับความเสี่ยง 6 กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ RobecoSustainable Global Stars Equities IL EUR (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ซึ่งกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนมุ่งหวังสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวและส่งเสริมการลงทุนด้าน ESG โดยกองทุนหลักมีการนำปัจจัยด้าน ESG เข้ามาพิจารณาใช้ในกระบวนการลงทุน (ESG integrated) กองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โรโบติกส์ & อาร์ติฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์ อีทีเอฟ (UBOT) ระดับความเสี่ยง 6 กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ Global X Robotics & Artificial Intelligence ETF (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ซึ่งกองทุนหลักเป็นกองทุนรวมประเภท ETF ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ

กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เอเชีย (UOBSA) ระดับความเสี่ยง 6 ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ คือ กองทุน United Asia Fund Class T SGD Acc กองทุนหลักจัดตั้งและบริหารจัดการโดย UOB Asset Management (Singapore) มุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามกองทุนหลัก

โดยกองทุนหลักใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรุก (active management) และกองทุนหลักมีการนำ AI-Augmentation เข้ามาเป็นเครื่องมือร่วมกับการบริหารของผู้จัดการกองทุน เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน โดยกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...