โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

อาโป DICE ไอดอล LGBTQ+ ผู้เคยต้องทำตัวแมนเพื่อให้อยู่รอดในวงการ จนถึงวันที่ยอมรับได้ว่า การเป็นตัวเองมันโอเคที่สุดแล้ว

Mirror Thailand

อัพเดต 12 มิ.ย. 2567 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2567 เวลา 09.21 น.
ภาพไฮไลต์

จากแทนตัวเองว่า ‘ผม’ เปลี่ยนเป็นแทนตัวเองว่า ‘หนู’ อย่างมีความสุข และจากที่ต้องเคยพยายามทำตัวให้ ‘แมน’ เพราะกลัวคนไม่ยอมรับ เปลี่ยนเป็นคนที่ไม่กลัวที่จะ ‘ออกสาว’ อีกต่อไป เลือกเป็นตัวเองอย่างอิสระ และ come out ออกมาตรงๆ ว่าเป็น LGBTQ+ โดยมีแฟนคลับหลากหลายชีวิตที่รักที่เขาเป็นเขาแบบนี้อย่างไม่มีข้อแม้…นี่คือการเดินทางและการเติบโตอันสวยงามกว่าจะมาเป็น อาโป-วชิรากร รักษาสุวรรณ ไอดอลบอยกรุ๊ปวง DICE ผู้เปิดเผยว่าเป็น LGBTQ+ หนึ่งเดียวจากค่าย SONRAY MUSIC ที่กำลังมาแรงในตอนนี้

ไอดอลวัย 19 คนนี้ เป็นหนึ่งใน 789TRAINEE ในรายการหาศิลปินบอยกรุ๊ปไทยอย่าง 789 SURVIVAL ที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในเรื่องความสามารถ ร้องจึ้ง เต้นเป๊ะ และมีเสน่ห์เหลือล้นจากความเป็นตัวเอง โดยที่อาโปไม่จำเป็นต้องฝืนทำตัวแมนๆ พูดแมนๆ หรือต้องแต่งหน้าแมนๆ ในรายการเลย และแม้รายการจะจบลงแล้ว อาโปที่เดบิวต์เป็นสมาชิกวง DICE ก็แต่งตัวเลิศตามใจนึก ทั้งลุคน่ารัก และลุคแซ่บๆ หรือแต่งหน้าปังๆ ทั้งกรีดตา ทาปากอิ่ม สร้างดอลลี่อายอ้อนๆ ฯลฯ โดยไร้ซึ่งกรอบทางเพศมาครอบตัวตนเขาไว้ ที่สำคัญยังพูดคุยกับสมาชิกในวง ทีมงาน เจ้าของค่ายอย่าง ย้ง ทรงยศ หรือกระทั่งคุยกับแฟนคลับอย่างเป็นธรรมชาติ และเป็นตัวเองสุดๆ นั่นทำให้เหล่าแฟนๆ เอ็นดูอาโป และโดนตกในความน่ารัก ความเรียล และความจริงใจที่เขาเป็น

แต่กว่าอาโปจะโอบรับตัวตนของตัวเองอย่างมั่นใจในฐานะคนวงการบันเทิง เขาก็เผชิญความกลัวต่างๆ มาไม่น้อยเหมือนกัน อาโปเล่าในรายการ ROLLING OF THE DICE ที่บอกเล่าความเป็นมาของเมมเบอร์ทุกคนกว่าจะมารวมกันเป็นวง DICE ไว้ว่า ความฝันของเขาเริ่มเกิดขึ้นประมาณช่วงม.ต้น และเขาก็เริ่มคิดว่าจะเลือกทำตามความฝันได้อย่างไรบ้าง แล้วอะไรกันแน่ที่เขาอยากจะ ‘เป็น’

“หนูเป็นคนที่ชอบร้อง ชอบเต้น ชอบการแสดง ชอบอะไรที่มันเกี่ยวกับวงการบันเทิง แต่หนูแค่ไม่รู้ว่าสิ่งที่หนูอยากจะเป็นแน่ๆ มันคืออะไร“ อาโปจึงลองไปเป็นดรัมเมเยอร์ตอนอายุ 14 ปี เต้นงานโรงเรียนตอนอายุ 17 ปี หลังจากนั้นก็เริ่มเรียนการแสดง เรียนร้องเพลง เรียนเต้น และตัดสินใจไปออดิชันค่ายต่างๆ จนถึงไปแคสต์หนังและซีรีส์ด้วย และแล้วคลิปที่อาโปเต้นสับบ้าง หรือเต้นน่ารักๆ บ้างลงโซเชียล ก็ได้ไปเตะตาทีมงาน SONRAY MUSIC พวกเขาจึงมาชวนอาโปไปออดิชัน ซึ่งอาโปก็ยอมรับว่าเขาคิดมากหลายอย่างถึงตัวตนของตัวเอง

”อุปสรรคของด่านที่จะมาถึงความฝันของหนูคือ การยอมรับในตัวเอง ว่าสิ่งที่หนูเป็นมันพิเศษ มันมีหลายช่วงที่หนูไม่มั่นใจว่า สิ่งที่หนูเป็นมันสามารถทำให้คนอื่นยอมรับได้จริงไหม คนอื่นจะชอบที่หนูเป็นแบบนี้ไหม หนูรู้สึกว่าครอบครัวเป็นเซฟโซนที่ทำให้หนูกล้าแสดงออก ถ้าไม่มีครอบครัว หนูก็ไม่รู้ว่าวันนี้หนูจะกล้าแสดงออก และทำในสิ่งที่หนูรักแบบนี้ได้ไหม“ ซึ่งหากใครเป็นแฟนคลับอาโป คงได้เห็นความน่ารักของคุณพ่อของอาโป ที่มักจะทวีตข้อความเล่นกับอาโปใน X อยู่บ่อยๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ครอบครัวมีส่วนสำคัญมากเลยทีเดียว ที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งกล้าที่จะเป็นตัวเอง

”พี่ๆ เขาติดต่อมา เพราะคลิปหนูมันไปเตะตา สะดุดตาพี่เขา ก็ดีใจนะ แต่ตอนนั้นหนูเองก็…คือพอหนูทำตามความฝันมาเรื่อยๆ จนรู้สึกว่า มันไม่น่าจะสำเร็จแล้ว หนูก็เลยกลับไปโฟกัสเรื่องเรียนดีกว่า แต่หนูก็เลือกที่จะทำ เพราะคิดว่ามันเป็นโอกาสสุดท้ายของหนู ถ้าไม่ทำตอนนี้ ก็ไม่รู้จะได้ทำอีกเมื่อไร“

”วันที่มาออดิชัน จำได้เลยว่าร้องคีย์ผู้หญิงแต่ว่าร้องเสียงต่ำ ทำไมก็ไม่รู้ เต้นก็เต้นแต่เพลงผู้ชายเลย“ ซึ่งเพลงนั้นที่อาโปเลือกเต้นคือเพลงของวง EXO เนื่องจากอาโปยังไม่แน่ใจว่าค่ายจะยอมรับในตัวอาโปได้มากแค่ไหน การออกสาวน้อยที่สุด อาจเป็นทางออกที่อาโปเลือกตอนนั้น แต่สุดท้าย เขาก็เลือกที่จะเป็นตัวเองอยู่ดี

“คือยังไงเขาก็ดูออกอยู่แล้ว แต่เราเลือกเพลงที่มันเป็นผู้ชาย แต่ใส่ไลน์เต้นหนูเข้าไป มันก็จะดูมีความ feminine ขึ้น ดีกว่าไปโชว์เพลงผู้หญิง ป้าง! เขาอาจจะตกใจไหม อุ๊ย ตายแล้ว อะไรเนี่ย…สรุปคือเขาให้เต้นไปเรื่อยๆ จนกว่าหนูจะเอาเพลงที่เป็นตัวหนูจริงๆ มาเต้น เขาเปิดเพลง LE SSERAFIM วันนั้นจำได้เลยว่า ก็เป็นซากุระเลย”

และแล้วเพลง FEARLESS จาก LE SSERAFIM ก็กลายเป็นเพลงที่อาโปเต้นอย่างเป็นตัวเอง ไร้ซึ่งความกดดัน และนั่นทำให้อาโปออดิชันผ่านในที่สุด

“ณ ตอนนั้นที่หนูไม่กล้าแสดงความเป็นตัวเอง 100% เพราะหนึ่ง คือหนูไม่รู้ว่าที่นี่ยอมรับในตัวหนูได้มากน้อยแค่ไหน หนูเคยโดนปลูกฝังว่าการที่หนูเป็นแบบนี้ มันจะทำให้หนูขายไม่ออก ไม่มีใครชอบหรอกแบบนี้ เขาชอบแบบว่า หวัดดีครับ ผมอาโป อะไรเงี้ย เขาโทรมาบอกว่าหนูได้นะ หนูก็เลยถามไปว่า หนูต้องคีปแมนไหม อยากให้หนูเป็นแบบไหน เขาพูดกับหนูว่า ที่พวกเขาเลือกหนูมา เพราะหนูเป็นแบบนี้ ไม่ได้อยากให้หนูไปเป็นคนอื่นหรอก อยากให้หนูเป็นตัวเอง”

อาโปจึงคิดว่าค่ายแห่งนี้ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น และเป็นค่ายที่เขาไม่จำเป็นต้องปกปิดความเป็นตัวเองเลย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่วัยรุ่นธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะใครก็อยากได้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยต่อใจแบบนี้ นี่ถือเป็นการเปิดรับ LGBTQ+ ในวงการ T-Pop ที่เปิดกว้างมากขึ้นในยุคนี้ และทำให้เห็นความสำคัญของ ‘โอกาส’ ที่ผู้ใหญ่ในวงการควรเปิดใจ และให้เด็กๆ ทุกคนได้แสดงความสามารถและความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีเรื่องเพศเป็นอุปสรรค เพราะเราอาจจะได้เห็นคนไทยเก่งๆ ได้ปล่อยของ และได้มีส่วนขับเคลื่อนประเทศให้ดียิ่งขึ้นในแต่ละอุตสาหกรรมที่พวกเขาเข้าไปอยู่ได้อย่างทั่วถึง เพราะเด็กไทยน่ะ เก่งเยอะจะตาย!

อ้างอิง:

https://youtu.be/ngw4O6wT1EY?si=6g_5lRyxK8hks57A

https://x.com/apowachirakon/status/1772942367571743187?s=46&t=ZsXR5VKQ5s3jsgWd0OGWcg

https://www.instagram.com/apo.diceofficial

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...