โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผ่าเบื้องหลังจับ 'ชนินทร์' ตัวการฉ้อโกง STARK ทำเสียหาย 15,000 ล้าน ตามล่า 8 เดือน-จนมุม 'ดูไบ'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 01 ก.ค. 2567 เวลา 06.30 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2567 เวลา 06.26 น.

คดีประวัติศาสตร์ที่เขย่าวงการตลาดทุนไทย สร้างความเสียหายไปทั้งตลาดทุน ส่งผลกระทบทั้งต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อย เจ้าหนี้ธนาคาร และผู้ลงทุนหุ้นกู้ หนีไม่พ้นการทำธุรกรรมอำพรางหรือการตกแต่งบัญชีของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK

‘ดีเอสไอ’ พบว่าคดีอภิมหาโกงครั้งนี้ มีผู้เสียหายมากกว่า 4 พันคน มูลค่าความเสียหายกว่า 15,000 ล้านบาท ที่ผ่านมาได้ดำเนินคดีกับ นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ทายาทสี TOA กรรมการและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) กับพวกรวม 10 คน แต่ผู้ต้องหาที่เป็นตัวการใหญ่อย่าง นายชนินทร์ เย็นสุดใจ สามารถหลบหนีออกนอกประเทศไปได้อย่างไร้ร่องรอย

ผ่านมา 1 ปี คดีฉ้อโกง ‘สตาร์ค’ กลับมาเป็นที่สนใจในสังคมอีกครั้ง เมื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รักษาการอธิบดีดีเอสไอ แจ้งว่าสามารถตามจับกุมนายชนินทร์ได้แล้ว

จับ ‘ชนินทร์’-จนมุมดูไบ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายชนินทร์ เย็นสุดใจ อดีตผู้บริหารบริษัท สตาร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ หลังทางการสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถจับกุมตัวได้ที่เมืองดูไบ

นายจักรพงษ์ แสงมณี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางมาร่วมรับตัวผู้ต้องหาคนสำคัญถึงสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมกับ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วิเศษเขตการณ์ ผอ.กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนแถลงว่า คดีนี้เป็นคดีที่มีผลกระทบกับนักลงทุนทั้งรายเล็ก กลาง ใหญ่ เป็นภาพที่ไม่ดีต่อตลาดทุน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งการให้เร่งดำเนินการตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2566 ใช้เวลา 8 เดือน ในการดำเนินการนำตัวนายชนิทร์กลับมา เป็นความร่วมมือหลายหน่วยงานตั้งแต่ดีเอสไอ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

วันที่ 24 มิถุนายน ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์เปิดเผยผลการสอบปากคำนายชนินทร์ว่า ประเด็นที่ใช้ในการสอบปากคำส่วนใหญ่เป็นไปตามที่ ก.ล.ต.เคยกล่าวโทษบุคคลทั้ง 10 ราย ซึ่งมีทั้งบุคคลและนิติบุคคล โดยรวมแล้วจะอยู่ในมูลฐานความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ฐานตกแต่งบัญชีและงบการเงิน และฐานฉ้อโกงประชาชนฯ ข้อหายักยอกทรัพย์และข้อหาฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งนายชนินทร์แก้ข้อกล่าวหาด้วยวาจาและนำเอกสารประกอบแสดงชี้แจงในบางประเด็น

ทั้งนี้ ในส่วนประเด็นใดที่นายชนินทร์ไม่ประสงค์แก้ข้อกล่าวหา ก็ได้แจ้งว่าจะขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น อาทิ ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายอื่นๆ

เมื่อถามว่า นายชนินทร์ได้มีการให้ปากคำเกี่ยวกับบุคลากรรายอื่นๆ ภายในโครงสร้างกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท สตาร์ค หรือบรรดาลูกน้องบ้างหรือไม่ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์กล่าวว่า ผู้ต้องหายังไม่ได้มีการกล่าวถึงกรรมการบริษัทมากนัก แต่ให้การเพียงแค่ว่าตนเองเป็นผู้บริหารจริง แต่ไม่ใช่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร เพราะตนเองและนายวนรัชต์ก็มีสถานะเป็นกรรมการบริษัท ถือว่ามีอำนาจเท่ากัน

ส่วนกรณีที่ทนายเรืองศักดิ์ สุขเสียงศรี ทนายความของนายชนินทร์ระบุว่าการสั่งฟ้องที่เกิดขึ้นกับลูกความตนยังไม่เป็นธรรม เพราะยังมีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งเรื่องเส้นทางการเงิน และการบริหารจัดการในบริษัท สตาร์ค แต่ไม่ถูกสั่งฟ้อง (กรณีของนายชินวัฒน์ อัศวโภคี ผู้ต้องหาที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง เพราะพยานหลักฐานไปไม่ถึง) พ.ต.ท.จักรกฤษณ์กล่าวว่า ถือเป็นดุลพินิจของอัยการ

จากนั้นพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ควบคุมตัวนายชนินทร์มาส่งตัวยังพนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เพื่อนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลอาญา โดยพบว่ามีผู้เสียหายประมาณ 40-50 คน มาดักรอชูป้ายพร้อมตะโกน “เอาเงินเราคืนมา” โดยทั้งผู้สื่อข่าวเเละผู้เสียหายวิ่งตามรถเพื่อดูหน้าผู้ต้องหา ทำให้รถไม่สามารถจอดนำตัวนายชนินทร์ลงได้ เนื่องจากเกรงเรื่องการรักษาความปลอดภัย จึงวนรถออกจากสำนักงานอัยการสูงสุด คาดว่าจะให้นัดพนักงานอัยการพาตัวไปยื่นฟ้องที่ศาลอาญาเลย

นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เปิดเผยว่า วันนี้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาในความผิดเกี่ยวกับการเป็นกรรมการ หรือผู้บริหารร่วมกันทำงบดุล หรือบัญชีอันเป็นเท็จในเรื่องผลกำไร ฉ้อโกงประชาชน ชี้ชวนหลอกลวงด้วยการแสดงความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับผลกำไรต่อประชาชนและสถาบันการเงิน ทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง ยักยอกในฐานะเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น สมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นลักษณะความผิดเดียวกับผู้ต้องหาที่ยื่นฟ้องไปก่อนหน้านี้

ท้ายคำร้อง ได้ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากการกระทำความผิดของจำเลยกับพวกมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจโดยดำเนินการเป็นกระบวนการและก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมซึ่งเป็นความผิดจำนวนมาก โดยจำเลยเคยหลบหนีระหว่างสอบสวนมาแล้ว และคดีมีอัตราโทษสูงเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยภายในกำหนดอายุความตามกฎหมายแล้ว หากจำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์ประสงค์จะสืบพยานประกอบคำรับสารภาพด้วย

โดยศาลอาญาประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1931/2567 และสอบคำให้การนายชนินทร์ จำเลยแล้วแถลงให้การปฏิเสธ สู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานคู่ความวันที่ 26 สิงหาคม เวลา 09.00 น.

ปรากฏว่าไม่มีญาติหรือทนายความของนายธนินทร์มายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ภายหลังหมดเวลาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนายชนินทร์ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ดีเอสไอลุยสาวต่อเส้นทางเงิน

การจับกุมนายชนินทร์ครั้งนี้จุดประกายความหวังให้บรรดาผู้เสียหายที่สูญเสียเงินทองไป ว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามอายัดเงินที่เสียไปกลับคืนมาได้ เพราะที่ผ่านมามีข่าวลือสะพัดว่านายชนินทร์ได้โยกเงินกว่า 8,000 ล้านบาทไปซุกซ่อนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ

เรื่องนี้ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์กล่าวว่า เรื่องการติดตามเส้นทางเงินพนักงานสอบสวนได้รับเป็นอีกหนึ่งคดีพิเศษ โดยเป็นการสืบสวนสอบสวนเรื่องฟอกเงินทางคดีอาญา จะเป็นการขยายผลไปในเรื่องความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพัน ว่าบุคคลใดบ้างที่รับโอนเงินจากกลุ่มผู้ต้องหาคดีสตาร์ค

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดในคดีนี้ได้มีการโอนเงินหรือผ่องถ่ายไปที่ใคร โดยที่บุคคลนั้นยังไม่ถูกดีเอสไอดำเนินคดีหรือไม่ หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะถูกดำเนินคดีข้อหาฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และเมื่อเสร็จสิ้นก็จะดำเนินการส่งสำนวนให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ

พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ระบุด้วยว่า กลุ่มเป้าหมายแรกที่ดีเอสไอเล็งว่าอาจมีการข้องเกี่ยวในเรื่องเงินที่มาจากการกระทำความผิดในคดีหุ้นสตาร์ค เป็นบุคคลใกล้ชิดมีความสนิทสนมกับบรรดาผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย เพื่อดูว่าแต่ละรายได้มีการจำหน่าย จ่ายโอนทรัพย์สิน หรือผ่องถ่ายเงินไปยังทางใดหรือไม่ สำนวนการฟอกเงินคดีใหม่นี้จะไม่ถูกส่งไปยัง ปปง. เนื่องจากคดีการฟอกเงินจะมีอยู่ด้วยกันสองส่วน คือ

1. ส่วนแรก ปปง.จะดำเนินการในเรื่องของการยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดในคดี โดยการยึดทรัพย์ของ ปปง. เพื่อสำหรับศาลแพ่งมีคำสั่งเฉลี่ยคืนผู้เสียหายในคดี

2. ส่วนของดีเอสไอ จะดำเนินการเฉพาะในส่วนของบุคคลที่รับเงินโอนเงินกับกลุ่มผู้ต้องหา ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรืออ้อมกี่ทอดก็ตาม เนื่องจากไม่ได้มีหนี้สินเกี่ยวพันกันจริง แต่มีเจตนาการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิด ซึ่งจะเป็นโทษคดีอาญา มีอัตราโทษจำคุก จะไม่เกี่ยวกับทาง ปปง. ที่ทำในเรื่องคดีแพ่ง

ส่วนกรณีที่มีรายงานว่านายชนินทร์โยกเงินกว่า 8,000 ล้านบาทไปซุกซ่อนอยู่ที่อังกฤษ เรื่องดังกล่าวดีเอสไออยู่ระหว่างการตรวจสอบและประสานข้อมูลกับสำนักงาน ปปง. พร้อมย้ำชัดว่า ปปง. ทำคดีทางแพ่ง ส่วนดีเอสไอทำคดีทางอาญา

ขณะที่เบื้องหลังการติดตามคีย์แมนคนสำคัญของขบวนการโกง จนสามารถนำตัวกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ครั้งนี้ เป็นผลจากความเอาจริงเอาจังของทั้ง 2 รัฐมนตรี ทั้ง พ.ต.อ.ทวีและนายจักรพงษ์ ผสานกับเครือข่ายความสัมพันธ์กับต่างประเทศอันกว้างขวางของรัฐบาลนายกฯ เศรษฐา รวมทั้งอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ทำให้ภารกิจครั้งนี้สำเร็จลงได้

อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการติดตามทรัพย์สินเงินทองกลับมาคืนให้กับเหล่าผู้เสียหาย ที่ตั้งตารอกันมากว่า 1 ปีแล้ว

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผ่าเบื้องหลังจับ ‘ชนินทร์’ ตัวการฉ้อโกง STARK ทำเสียหาย 15,000 ล้าน ตามล่า 8 เดือน-จนมุม ‘ดูไบ’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...