โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภารกิจ ‘หมอเลี้ยบ’ วางฐานรากซอฟท์พาวเวอร์ เหมือนสร้างตึกบนดินแข็ง

TODAY

อัพเดต 01 ก.ค. 2567 เวลา 13.27 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2567 เวลา 06.27 น. • workpointTODAY

ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ มีงานใหญ่ที่รัฐบาลเศรษฐาหมายมั่นปั้นมือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาล คือการขับเคลื่อน ‘ซอฟท์พาวเวอร์’ ผ่านงาน ‘THACCA SPLASH : Soft Power Forum 2024’ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ก่อนงานฟอรัมซอฟต์พาวเวอร์ระดับนานาชาตินี้จะเริ่มต้น สำนักข่าวทูเดย์ได้ขอนัดหมายพูดคุยกับ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ

‘หมอเลี้ยบ’ ตกผลึกกับเราว่า ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา การปลุกปั้นซอฟท์พาวเวอร์ของไทย ไม่ต่างจากการสร้างตึก 10-20 ชั้น ที่ผู้สร้างต้องวางฐานรากให้แข็งแรง แม้ว่าหน้าดินในพื้นที่ก่อสร้างจะเป็นหน้าดินแข็ง มีหิน จากระบบราชการ ก็ต้องปรับหน้าดินผ่านการทำความเข้าใจ เพื่อต่อยอดให้ซอฟท์พาวเวอร์กลายเป็นอาคารหลังใหญ่ ที่จะพาประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานปลาง เป็นประเทศรายได้สูง และคนไทยหลุดพ้นจากกับดักความยากจน

ซอฟท์พาวเวอร์แก้จน: แผนขับเคลื่อนประเทศของหมอเลี้ยบ

นพ.สุรพงษ์ยืนยันว่า การพัฒนาซอฟท์พาวเวอร์จะทำให้คนไทยส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ แต่จะต้องพยายามส่งเสริมการฝึกอบรมทักษะระดับสูงให้กับคนในทุกๆ ครอบครัว ซึ่งก็เป็นที่มาของนโยบายหนึ่งครอบครัว หนึ่งซอฟท์พาวเวอร์ ‘OFOS – One Family One Soft Power’ ที่ถูกผลักดันมาพร้อมๆ กันตั้งแต่ช่วงหาเสียง

ปัจจุบันประเทศไทยมีประมาณ 20 ล้านครอบครัว แต่ละครอบครัวมีสมาชิกเฉลี่ย 4 คน นพ.สุรพงษ์อธิบายว่า ถ้าต้องการให้ทุกคนหลุดพ้นจากความยากจน จะต้องทำให้แต่ละครอบครัวมีรายได้ 16,000 บาทต่อเดือน หรือตกคนละ 4,000 บาท ซึ่งสูงกว่าเส้นความยากจนแล้ว

ซึ่งถ้าจะทำแบบนั้นได้ รัฐบาลต้องเข้าไปวางรากฐานตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำทั้งระบบ ไม่ใช่แค่การโฆษณาประชาสัมพันธ์

“สิ่งที่เราจะทําจึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตีฆ้องร้องป่าว ให้ซอฟท์พาวเวอร์มันกลายเป็นกระแสของสังคม แต่เราจะต้องพยายามวางรากฐานของเรื่องราวทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ ก็คือ การสร้างคน กลางน้ำ คือ การสร้างอุตสาหกรรม สร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมทั้งระบบ ที่มีปัญหาเรื่องกฎหมาย เรื่องระบบราชการที่ไม่คล่องตัว ไม่ส่งเสริม เรื่องเกี่ยวกับเงินทุนต่างๆ เหล่านี้จะต้องถูกแก้ไข และปลายน้ำ ก็คือ การสร้างตลาดระดับโลก คือเราจะสร้างคน สร้างอุตสาหกรรม แล้วดูกันเอง กินกันเอง ใช้กันเอง มันก็ไม่สามารถที่จะทําให้เราสามารถสร้างรายได้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกํา ฉะนั้นเราต้องสร้างตลาดระดับโลกรุกออกไปสู่ตลาดโลก โดยอาศัยกลไกของการทูตเชิงวัฒนธรรม ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์” นพ.สุรพงษ์ กล่าวกับทูเดย์

ไขก๊อกความท้าทาย: ระบบราชการต้องปรับ ภาคเอกชนต้องร่วม

นพ.สุรพงษ์รีวิวการทำงานในช่วงเกือบ 1 ปีที่ผ่านมาให้ทูเดย์ฟังว่า ภารกิจนี้เหมือนกับการสร้างตึก ที่ช่วงยากที่สุดคืการทำฐานราก ที่กว่าจะขุด หล่อเสาขึ้นมาได้ต้องใช้เวลา แต่ถ้าฐานรากแข็งแรงแล้ว การต่ออาคารขึ้นเป็นหลายสิบชั้นก็จะรวดเร็ว

คำถามคืออะไรเป็นความท้าทายของการสร้างตึก ‘ซอฟท์พาวเวอร์’?

หมอเลี้ยบอธิบายว่า เราอาจต้องมองให้เห็นว่าหน้าดินที่ใช้สร้างอาจเป็นดินแข็งหรือมีหิน จนส่งผลให้การวางฐานรากลำบาก ซึ่งก็คือการต้องพยายามทำความเข้าใจกับระบบราชการและข้าราชการ ที่มาช่วยทำงานนี้ด้วยความตั้งใจเหมือนกัน

“อะไรก็ตามที่มันอยู่อย่างนี้มา 9 ปีเต็มๆ นะครับ ตัวฟันเฟืองต่างๆ สนิมมันก็ขึ้นไปหมด เพราะฉะนั้นก็ค่อยๆ เคาะสนิมกัน แล้วก็ค่อยขับเคลื่อนเดินหน้ากันไป”

คุณหมอกางงบประมาณให้ทูเดย์ให้เห็นว่า ในปีงบประมาณ 2565-2566 ถ้าไปเจาะคีย์เวิร์ดการใช้งบประมาณด้วยคำว่า ‘เศรษฐกิจสร้างสรรค์’ ทุกหน่วยงานราชการใช้งบประมาณอยู่ที่ 5,000-6,000 ล้านบาท แต่เป็นการใช้งบประมาณอย่างกระจัดกระจาย ไม่มีการทำงานหรือบูรณาการร่วมกัน ซึ่งก็นำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยการวางกรอบแนวคิดเพื่อปฏิรูประบบงบประมาณตามมา

ขณะเดียวกัน การผลักดันซอฟท์พาวเวอร์จำเป็นต้องดึงให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เอกชนเป็นกำลังหลักขับเคลื่อน และภาครัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวก

ซอฟท์พาวเวอร์: งานง่ายที่ยาก กับงานยากที่ง่าย

ในทางการเมืองเป็นที่รับทราบกันว่า นพ.สุรพงษ์เป็นตัวละครที่มีบทบาททางการเมืองตั้งแต่วัยหนุ่ม จนกระทั่งเป็นนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังโครงการสำคัญทั้ง 30 บาทรักษาทุกโรค และการไปเป็นรัฐมนตรีไอซีทีคนแรก ซึ่งปัจจุบันคือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังไม่รวมถึงบทบาททางการเมืองที่มีมิติหลากหลายมาตลอด

เราขอให้หมอเลี้ยบช่วยเปรียบเทียบงานการเมืองในอดีต กับงานการเมืองซอฟท์พาวเวอร์ ซึ่งเป็นบทบาทปัจจุบัน คุณหมอยอมรับว่างานซอฟท์พาวเวอร์มีทั้งส่วนง่ายและส่วนยาก

ส่วนที่ง่ายคือความพร้อมของเอกชนที่ในตอนนี้มีอยู่แล้ว 11 อุตสาหกรรม และอาจเติบโตเพิ่มเติมอีก แต่ความยากกลับไปที่ภาครัฐที่ไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมผลักดันอุตสาหกรรมซอฟท์พาวเวอร์

นพ.สุรพงษ์เล่าให้ทูเดย์ฟังว่า องคาพยพของภาครัฐตอนนี้มีขนาดใหญ่มาก การจะขยับอะไรก็ตามต้องประสานงานหลายกระทรวง โดยในกรรมการยุทธศาสตร์ฯ มีอยู่ 7-8 กระทรวง มีหน่วยงานราชการอย่างน้อย 40 หน่วยงาน ถือเป็นการบูรณาการครั้งใหญ่

“ถ้าเปรียบเทียบตอนที่ไปเป็นเจ้ากระทรวง ICT อันนั้นผมยังทําแค่ไม่กี่กรม แล้วก็มีแค่ TOT มี CAT มี ไปรษณีย์ไทย แม้แต่ตอนทํา 30 บาทรักษาทุกโรค ก็เป็นการบริหารจัดการภายในกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับหน่วยงานอื่นบางส่วน ก็จะเกี่ยวข้องเฉพาะบริบทเรื่องเกี่ยวกับสาธารณสุข แต่วันนี้สิ่งที่เราทําซอฟท์พาวเวอร์ บริบทมันเยอะมาก เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการเยอะมาก นี่การเป็นการขับเคลื่อนครั้งใหญ่ และเรากําลังขับเคลื่อนซอฟท์พาวเวอร์เพื่อที่จะเปลี่ยนประเทศ ให้กลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูง เพื่อให้คนไทยพ้นความยากจน” นพ.สุรพงษ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...