โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ใครคือลูกค้ารายใหญ่ Nvidia บริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงอันดับ 2 โลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 มิ.ย. 2567 เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2567 เวลา 05.10 น.

ใครคือลูกค้ารายใหญ่ Nvidia บริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงอันดับ 2 โลก ทำมาร์เก็ตแคปทะลุ 3 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก แซงหน้าบริษัท Apple

หลังจากราคาหุ้น Nvidia พุ่งขึ้นมากกว่า 5% เมื่อปิดตลาด ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2567 ส่งผลให้มูลค่าตลาด หรือมาร์เก็ตแคป ทะลุ 3 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก และยังแซงหน้าบริษัท Apple ซึ่งมีมูลค่าการตลาดอยู่ที่ 2.99 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ยังคงเป็นรองบริษัท Microsoft ที่ครองแชมป์บริษัทมหาชนที่มีมูลค่ามากที่สุดของโลก โดยมีมูลค่าตลาด 3.15 ล้านล้านดอลลาร์

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นก่อนที่ Nvidia แตกหุ้น (stock split) แบบ 10 ต่อ 1 ในวันที่ 7 มิถุนายน 2567 ผู้ถือหุ้น อินวิเดีย เดิมทุกรายจะได้รับหุ้นสามัญเพิ่มเติมอีก 9 หุ้นซึ่งจะจำหน่ายหลังปิดตลาดในวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน และการซื้อขายจะเริ่มในวันจันทร์ถัดไป

อย่างไรก็ตามการแตกหุ้นจะไม่เปลี่ยนมูลค่าตลาดของบริษัทหรือปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจใดๆ แต่การเคลื่อนไหวดังกล่าวมักจะช่วยเพิ่มราคาหุ้นของบริษัทในระยะสั้น

ด้านรายรับในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ อินวิเดีย เพิ่มขึ้น 262% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนับเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันของการเติบโตที่เกิน 200% โดยความสำเร็จของ อินวิเดีย ส่วนใหญ่ได้รับแรงผลักดันจากหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) H100 ที่เป็นรากฐานของโมเดล AI และกลายเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก

แล้วใครกำลังซื้อชิป AI ของ Nvidia บ้าง?

Microsoft และ Meta 2 ผู้ซื้อชิป H100 ของ อินวิเดีย รายใหญ่ที่สุด นักวิเคราะห์จาก DA Davidson ระบุว่าบริษัทเทคโนโลยีใช้จ่ายเงินรวมกัน 9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2566 ขณะที่ Omdia Research ประเมินว่าทั้งสองบริษัทซื้อชิป บริษัทละ 150,000 ชิป

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า Microsoft วางแผนที่จะซื้อ GPU ประมาณ 1.8 ล้านตัวภายในสิ้นปี 2567 ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะมาจาก อินวิเดีย ในขณะเดียวกันในเดือนมกราคม Mark Zuckerberg ได้ประกาศแผนการของ Meta ที่จะซื้อ GPU H100 จำนวน 350,000 ตัวจาก Nvidia ในช่วงเวลาเดียวกัน

อีกทั้งในช่วงการรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของ อินวิเดีย ได้เปิดเผยเกี่ยวกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ล่าสุดของ Meta Llama 3 ที่ได้รับการฝึกฝนบนกลุ่ม GPU H100 จำนวน 24,000 ตัว

ขณะที่ลูกค้ารายใหญ่อื่นๆ ได้แก่ Google และ Amazon ซึ่งแต่ละรายซื้อชิปจาก อินวิเดีย ประมาณ 50,000 ตัวในปี 2566

ทั้งนี้บริษัทบิ๊กเทคทั้ง 4 รายยังคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของรายได้ของ อินวิเดีย ตามรายงานของ Bloomberg โดย Amazon ในรายงานรายได้ล่าสุดได้ประกาศแผนการที่จะทำให้บริการคลาวด์ AWS เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการใช้งาน Nvidia GPUs ซึ่งช่วยให้ลูกค้าปลดล็อกความสามารถด้าน AI ที่สร้างใหม่

ขณะที่ธุรกิจของ อินวิเดีย อีก 60% อยู่ในกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ ได้แก่ Oracle, CoreWeave และ Lambda รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน Tencent, Baidu, ALIBABA และ ByteDance

รวมถึง Tesla ก็ยังเป็นลูกค้ารายใหญ่ โดยคาดว่าจะซื้อชิป AI จำนวน 15,000 ตัวจาก Nvidia ในปี 2566 Elon Musk ซีอีโอได้ประกาศระหว่างการรายงานผลประการในไตรมาสแรกว่าปัจจุบันมี H100 จำนวน 35,000 ตัวที่ใช้งานอยู่ โดยมีแผนจะเพิ่มเป็น 85,000 ตัว ภายในสิ้นปี และเมื่อต้นสัปดาห์นี้ยังเปิดเผยว่าปัญหาด้านโลจิสติกบังคับให้ชิป 12,000 ชิปที่เดิมมีไว้สำหรับ Tesla ถูกเปลี่ยนไปยังแพลตฟอร์มโซเชียล X หรือเดิมชื่อ Twitter แทน

อย่างไรก็ตามในเดือนมีนาคม อินวิเดีย ได้เปิดตัวชิป AI รุ่นต่อไปซึ่งจะวางจำหน่ายในปลายปี 2567 ทั้ง Microsoft, Meta, Google, Amazon, Oracle, Tesla, xAI และ OpenAI ถูกระบุว่าเป็นลูกค้าสำหรับชิปตัวใหม่

นอกจากนี้ยังได้ประกาศแผนการเปิดตัวชิป Blackwell Ultra ในปี 2568 และแพลตฟอร์มชิป AI ใหม่ที่เรียกว่า Rubin ในปี 2569 และที่สำคัญมีแผนจะอัปเกรดตัวเร่งความเร็ว AI ทุกปี

อ้างอิง : observer.com

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...