โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ซีอีโอใหม่ PTTGC เล็งดึง allnex ลงทุนในมาบตาพุด ยกระดับเป็น Hub เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Share2Trade

เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2567 เวลา 08.27 น. • Share2Trade

“ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์” ซีอีโอคนใหม่ PTTGC ภายหลังได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ล่าสุดได้แสดงวิสัยทัศน์สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ด้วยการเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus รักษาฐานให้แข็งแรง พร้อมปรับตัวให้มีความแข็งแกร่ง และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ เปิดเผยว่า ก้าวต่อไปในการสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนของบริษัท พร้อมสานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus ประกอบด้วย Step Change - Step Out - Step Up เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขัน และการเติบโตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
โดยนำความพร้อมด้านนวัตกรรม ศักยภาพการผลิตผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ และพลาสติกชีวภาพที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ มาต่อยอดและตอบสนอง แนวโน้มความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ตามเทรนด์โลก
ทั้งนี้กลยุทธ์ Step Out หรือการสร้างการเติบโตในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ มีบทบาทอย่างมากต่อการเติบโตในอนาคต โดยกลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าสูง และคาร์บอนต่ำ (High Value & Low Carbon Business) จะมุ่งเน้นการขยายตลาด และสร้างสรรค์เคมีภัณฑ์ผ่าน allnex ที่มีโรงงานและฐานธุรกิจสารเคลือบผิว (Coating Resins) อยู่ 34 แห่งทั่วโลก
กลยุทธ์ Step Up หรือการสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ GC สานต่อแนวทางการบูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้กรอบของ ESG พร้อมเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Target) ภายในปี 2593
และกลยุทธ์ Step Change เน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุนการผลิตและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยง Value Chain ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด รวมถึงสามารถรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าสูงที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ ในอนาคตได้เป็นอย่างดี นับเป็นการบริหารการลงทุนอย่างครบวงจรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับ allnex และ โรงงานผลิต PLA ครบวงจรแห่งใหม่ ที่นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ถือเป็นธุรกิจเรือธงของบริษัท โดย PTTGC มีแผนดึง allnex เข้ามาลงทุนในโรงงานมาบตาพุด ประเทศไทย เบื้องต้นคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในอีกประมาณ 1 ปีข้างหน้า
โดยการพัฒนาฐานการผลิต (Hub) ของ allnex ในทวีปต่างๆ นั้น allnex ประสบความสำเร็จในการพัฒนา China Hub จึงได้นำมาต่อยอดขยายฐานผลิตในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพการเติบโต ได้แก่ โรงงาน Mahad รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย และแห่งใหม่ในอนาคต โรงงานมาบตาพุด ประเทศไทย เพื่อเป็น Hub ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ในตลาดเคลือบผิวในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ได้แก่ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ บรรจุภัณฑ์ โลหะอุตสาหกรรม เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งเคลือบผิวอาคารแบบพิเศษ (Special Decoration)
ด้าน การก่อสร้างโรงงานผลิต PLA ครบวงจรแห่งใหม่ ที่นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ที่บริษัทถือหุ้น ถือหุ้น 50% ร่วมกับ Cargill มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2568 โดยจะเป็น Bio Complex แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งใช้น้ำตาลจากอ้อยเป็นวัตถุดิบหลักเพื่อผลิต Lactic Acid ซึ่งนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต PLA มีกำลังการผลิต 75,000 ตันต่อปี
ทั้งนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้าน Bio และ Green ของประเทศ สร้างโอกาสแก่ภาคเกษตรกรรมและพัฒนาเศรษฐกิจไปอีกขั้น จะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกเพื่อตอบสนองความต้องการวัสดุเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Material) สู่ตลาดโลก
นายณะรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2567 ประเมินยอดขายจะทรงตัวจากปีก่อน เนื่องจากปริมาณการผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อน แต่ยังคาดยืนเหนือระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกทั้งประเมินว่าธุรกิจโรงกลั่น อะโรเมติกส์ และ allnex ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจโอเลฟินส์ คาดว่าจะปรับตัวลดลง จากปัจจัยภายนอกที่กดดัน
โดยปัจจัยภายนอกที่กระทบธุรกิจ อาทิ กำลังการผลิตที่ล้นตลาด จากผู้ผลิตในต่างประเทศที่ต้นทุนต่ำ รวมทั้งยุโรปยังฟื้นตัวช้าจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานสูง การแข่งขันจากผู้เล่น ที่ได้เปรียบด้านวัตถุดิบ ความซับซ้อนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลต่อ Supply Chain และการลงทุน และ ภาวะเศรษฐกิจกดถอยส่งผลต่อการเติบโตของ Demand
อย่างไรก็ตามบริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์ ตัวเบา ปรับตัวเร็ว เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจาก Down Cycle รอบนี้ จะอยู่นาน จึงมุ่งมั่นช่วยกันดำเนินแผนงานต่างๆ ด้วยการรักษาความเชื่อมั่นกับสถาบันการเงินและนักลงทุน ใช้ประโยชน์จากสินเชื่อสำหรับธุรกิจ Green บริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่าน Asset-Light Strategy
รวมทั้ง ประหยัด และควบคุมต้นทุน (OPEX / CAPEX) และ Cash Is King เน้นสะสมเงินสดรวมถึงบริหารในกลุ่มให้มีประสิทธิภาพ และลดภาระหนี้ทางการเงิน โดยคาดไตรมาส 2/67 จะสามารถลดดอกเบี้ยได้สูงถึง 750 ล้านบาท และคาดทั้งปี 67 ทำได้ระดับ 1,000 ล้านบาท หลังจากมีมาตรการประหยัดทุนต้น และลดดอกเบี้ยจ่าย รวมทั้งมีการซื้อคืนหุ้นกู้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้แนวทางการสร้างการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value) และคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) โดยการต่อยอดธุรกิจผ่าน allnex ตามแนวทางกลยุทธ์การปรับพอร์ตธุรกิจ ให้มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจผลิตภัณฑ์ High Value ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง
รวมทั้งยกระดับสร้างโอกาสการลงทุนในมาบตาพุด รองรับการขยายตัวการลงทุนและเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว และคาดว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีรายได้ประชาชาติ (GDP) เติบโตที่ 4.6%
ดังนั้นจึงวางแผนสรรหา และพัฒนา Strategic Partnership ดึงดูดการลงทุนธุรกิจ High Value/ Specialty Chemicals สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มจะสร้างฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“ด้วยจุดแข็งของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและทำเลที่ตั้งอันเป็นศูนย์กลางการส่งออกสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดโลก วันนี้จึงได้เห็นแนวโน้มความสนใจการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ทันสมัยเกิดขึ้นมากมายในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ อัตราการใช้เคมีภัณฑ์ต่อประชากรยังมีโอกาสเติบโตอีกมากเมื่อเทียบกับทวีปอื่นๆ ซึ่ง PTTGC มีศักยภาพและความพร้อมตอบสนองความต้องการและสามารถร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมได้หลากหลาย จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของบริษัท” นายณะรงค์ศักดิ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...