โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กฤช เหลือลมัย : ผัดส้มใบกระเจี๊ยบ รสชาติของเพื่อนบ้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 มิ.ย. 2567 เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2567 เวลา 06.39 น.

เท่าที่จำได้ กับข้าวไทยที่เป็นของคาวรสเปรี้ยวซึ่งผ่านตามา ผมไม่ค่อยเคยเห็นใครเอาใบกระเจี๊ยบแดงมาปรุงอาหาร แม้ว่าในหนังสือเก่าอย่างประติทินบัตรแลจดหมายเหตุ (พ.ศ.2432) จะมีสูตร “ยำผล
กระเจี๊ยบ” ซึ่งใช้กลีบผลกระเจี๊ยบแดงสีสวยให้รสเปรี้ยว แต่ก็ไม่ใช้ใบอ่อนต้มยำทำแกงอะไร ตรงกันข้าม พบการใช้ใบกระเจี๊ยบแดงเป็นปกติในกับข้าวตระกูลมอญ-พม่า เช่น ซุปใสใบกระเจี๊ยบแบบมอญ ผัดกุ้งกับใบกระเจี๊ยบแบบพม่า

ผมมาเริ่มพบใบกระเจี๊ยบอ่อนมัดขายเป็นกำๆ ตามตลาดสด ราวยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา เมื่อมีการเคลื่อนย้ายแรงงานคนมอญ-พม่าเข้ามาทำงานในเมืองไทยมากขึ้น ถ้าใครสังเกตก็จะเห็นว่า ช่วงนั้นเริ่มมีแผงขายผัก ของแห้ง วัตถุดิบในวัฒนธรรมอาหารพม่าผุดขึ้นตามตลาดสด แถมมักเป็นแผงที่มีการค้าขายคึกคักที่สุดก็ว่าได้

อาหารจึงตามคนกินไปทุกหนทุกแห่งเสมอ ใครเคยไปเดินตลาดนัดเช้าวันอาทิตย์ ที่บางบอน ธนบุรี ย่อมพบว่า ท่ามกลางความอลังการของตลาดลาว เขมร พม่านั้น ตลาดพม่ามีการเดินซื้อของคึกคัก มีกับข้าวกับปลาแบบพื้นถิ่นให้ลิ้มลอง ผัดใบกระเจี๊ยบแบบพม่านั้นเรียกว่ามีขายทุกร้านข้าวแกง รองรับปากท้องและบรรเทาความคิดถึงบ้านของแรงงานจำนวนมหาศาล ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจเขตภาคกลางของไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้

ผลก็คือ ตอนนี้หากเราค้นสูตรแกงใบกระเจี๊ยบในอินเตอร์เน็ต จะพบเต็มไปหมดทีเดียว เรียกว่าการเข้าถึง “รสชาติของเพื่อนบ้าน” กลายเป็นเรื่องง่ายแค่พลิกฝ่ามือเอาเลย

อย่างไรก็ดี ผมมีสูตรกับข้าวประจำตัวสูตรหนึ่งที่ชอบทำกิน คือผัดส้ม อธิบายง่ายๆ คือมันเป็นแกงส้มที่ผมเอามาทำแบบผัดนั่นเอง จึงคิดว่าจะลองปรับใช้กับใบกระเจี๊ยบ อาศัยรสเปรี้ยวที่ครัวไทยแต่ก่อนไม่ค่อยใช้กันนี้ ร่วมสร้างความคุ้นเคยกับวัตถุดิบคุณภาพดีในวัฒนธรรมอาหารของเพื่อนบ้านดูสักหน่อย

สมมุติเราจะกินผัดส้มใบกระเจี๊ยบกับปลาช่อนนาเนื้อดีๆ ที่หาซื้อมาได้ ก็ต้องมีน้ำพริกแกงส้ม มีน้ำตาลปี๊บไว้เติมหวานสักเล็กน้อย ควรเพิ่มกะปินิดหน่อย และครั้งนี้ผมอยากได้กลิ่นเค็มพิเศษต่างออกไป จึงได้เพิ่มเนื้อปลาทูเค็มตัวเล็ก (ปลาทูลิง) สับหยาบๆ ด้วยนิดหน่อย ปลาช่อนนาสดๆ นั้นเราก็หั่นชิ้นย่อมๆ ไว้

เด็ดใบกระเจี๊ยบมากเท่าที่ต้องการ หน้าฝนนี้ใบจะอ่อนงามมากครับ ล้างน้ำเร็วๆ ให้หมดฝุ่นผง ของที่ต้องใช้มีเพียงเท่านี้เองครับ

ผมหยิบยืมวิธีแกงโบราณตามตำราสมัยร้อยปีก่อนมาใช้ คือตั้งกระทะน้ำมันบนเตาไฟ เอาชิ้นปลาช่อนนาลงทอดให้ผิวเนื้อปลารัดตัวพอตึงๆ ก่อน จึงใส่พริกแกงส้ม กะปิ และเนื้อปลาทูเค็มลงผัดคั่วจนหอมฉุย

วิธีนี้ เนื้อปลาจะไม่เละง่าย เราลองชิมดูว่าเค็มพอหรือยัง ตัดรสด้วยน้ำตาลปี๊บตามที่ชอบ เติมน้ำได้ทีละหน่อยครับเพื่อไม่ให้ผัดของเราแห้งไปจนไหม้ ทีนี้ก็ใส่ใบกระเจี๊ยบแดงลงไปเลย ผัดเคล้าเบาๆ เพราะว่าใบกระเจี๊ยบเป็นใบไม้เปรี้ยวเพียงไม่กี่ชนิดที่มีความนุ่มนวลเปราะบาง คือใส่ลงกระทะเพียงครู่เดียวก็คายรสเปรี้ยวออกมามาก และหยุ่นนุ่มอ่อนตัวในความร้อนอย่างรวดเร็ว

ที่เราจะได้ คือผัดชิ้นปลาแน่นๆ ที่ไม่กรอบเกรียมถึงกับเป็นปลาทอด เนื้อปลาไม่เละ น้ำมันไม่เยิ้มมากเท่าต้นตำรับแบบพม่า รสเปรี้ยวแหลมของเนื้อใบกระเจี๊ยบแดงนุ่มๆ นั้นเจือความฝาดหอมเช่นเดียวกับผล จึงคุ้นเคยได้ไม่ยาก สำหรับผู้ที่เคยกินน้ำกระเจี๊ยบเป็นเครื่องดื่มเย็นมาแล้ว พริกแกงส้มที่ปกติถูกต้มในหม้อน้ำ เมื่อมาสุกในกระทะน้ำมัน ก็ขับกลิ่นพริกแห้งเม็ดใหญ่และหอมแดงในเครื่องตำให้เด่นชัดไปอีกแบบ

ผัดส้มใบกระเจี๊ยบกระทะนี้อาจเป็นบทสนทนาแรกๆ ที่มีต่อรสชาติของเพื่อนบ้าน หากเริ่มรู้สึกคุ้นเคย จนเปิดใจรับวัตถุดิบอย่างใบกระเจี๊ยบได้อร่อย ลองหากินข้าวแกงพม่า ที่เดี๋ยวนี้นอกจากตลาดบางบอนที่ผมบอก ก็มีเปิดขายตามเมืองใหญ่ๆ อย่างเช่นเชียงใหม่มากขึ้นดูสิครับ

ผมคิดของผมเล่นๆ ว่า ในประชาคมอาเซียนของเรานั้น แม้ประวัติศาสตร์บาดหมางจะยังเป็นมรดกความเกลียดชังเนิ่นนานตั้งแต่สมัยอาณานิคม จนยากที่ใครจะสะสาง แต่กับข้าวกับปลาที่เรามีอยู่มีกินคล้ายๆ กัน ก็อาจทำหน้าที่ “อาหารผูกมิตร” ให้ชาวอุษาคเนย์ได้ตระหนักในท้ายที่สุดว่า

แท้จริงแล้ว เราคือเพื่อนกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กฤช เหลือลมัย : ผัดส้มใบกระเจี๊ยบ รสชาติของเพื่อนบ้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...