"ยุวเฟิร์น" น้อมรับผิด ขอโอกาสเข้าไปขอโทษ ณวัฒน์-องค์กร ด้วยตัวเอง
จากกรณี ยุวเฟิร์น ยุวภรณ์ ทรงงาม รองอันดับ 5 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2024 ได้ออกมาไลฟ์สดพูดถึงเวทีคู่แข่งอย่าง “มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์” และบอกว่า เคยคิดอยากสมัครด้วย จนทำให้ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล เจ้าของเวทีมิสแกรนด์ ออกมาโพสต์สตอรี่ส้มเหน็บ
และต่อมา ณวัฒน์ ได้ถอดยุวเฟิร์นออกจากซีรีส์เรื่องหยดฝนกลิ่นสนิม และตำแหน่ง Face of Beauty Thailand 2024 ด้วย
กระทั่ง ยุวเฟิร์น ได้ออกมาขอโทษ ณวัฒน์ และองค์กรมิสแกรนด์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยอมรับคิดน้อยเกินไป ไม่คิดถึงณวัฒน์ และองค์กร
ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กของยุวเฟิร์น ได้ออกมาโพสต์ขอโทษอีกครั้ง โดยระบุข้อความว่า “จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนูได้ขอโทษบอสและองค์กรมิสแกรนด์ทางช่องทาง tiktok ของหนูภายในวันนั้น และทักขอโทษบอสเป็นการส่วนตัวในภายหลัง
วันนี้หนูขออนุญาตขอโทษอีกครั้งเป็นลายลักษณ์อักษร ในที่สาธารณะ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความผิดของหนูเอง ที่ได้กล่าวคำพูดออกไปโดยไม่ได้คิดไตร่ตรองให้เหมาะสมก่อน ไม่ถูกกาลเทศะ จึงส่งผลกระทบต่อองค์กรในทางลบ
ทั้งนี้ หนูขอยอมรับบทลงโทษ ปลดออกจากซีรีส์และ face of beauty และจะนำคำตักเตือนของบอสเป็นบทเรียนในการประพฤติปฏิบัติ อยู่ในองค์กรให้เหมาะสม และจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกในภายหน้า ด้วยความสำนึกผิดค่ะ หนูอยากขอโทษกับบอสอีกครั้ง เมื่อบอสอนุญาตให้เข้าไปค่ะ”
นอกจากนี้ ยุวเฟิร์น ยังได้ออกมาโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “หนูไม่อยากให้FC แม่ ๆพี่ ๆ น้อง ๆ แฟนนางงามของหนู เข้าไปพูดถึงบอสและองค์กรในทางที่ไม่ดีนะคะ เพราะความผิดครั้งนี้มาจากตัวหนูเอง และหนูได้รับผลของการกระทำที่พูดไปโดยไม่คิดในครั้งนี้เเล้วค่ะ
หนูไม่เคยมีวันไหนเลยที่ไม่ภูมิใจในตำแหน่งและนามสกุลแกรนด์ที่บอสและทุกคนในองค์กรมอบให้
หนูอยากจะขอโอกาสเข้าไปขอโทษบอสและองค์กรด้วยตัวเอง ด้วยใจที่สำนึกผิดอย่างจริงใจมาก ๆ ค่ะ
และหนูต้องขอโทษแม่ฟีน ทีมทุกคน แม่ ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ แฟนนางงาม ที่ทำให้ผิดหวังในตัวหนู หนูขอเอาการกระทำที่ผิดพลาดเเละบทเรียนครั้งใหญ่ในครั้งนี้ไว้เป็นเรื่องเตือนสติตัวเองและผู้เข้าประกวดคนอื่น ๆ ที่กำลังจะเข้ามาขับเคลื่อนองค์กรของเรา ให้มีสติและคิดก่อนพูดทุกครั้ง
หนูจะนำความผิดพลาดของหนูครั้งนี้และคำติชมของทุก ๆ คนที่มีให้ ไปปรับปรุงตัว ให้หนูได้เป็นคนที่ดีขึ้นในอนาคต และเป็นบุคคลคุณภาพภายใต้องค์กรมิสแกรนด์ที่หนูภูมิใจต่อไปในอนาคตค่ะ
หวังว่าทุกคนจะยังรักและคอยสนับสนุนหนูและองค์กรของเราไปเรื่อย ๆ นะคะ
ขอบคุณและขอโทษอีกครั้งจากใจจริงค่ะ”