สน.บางโพงพาง รวบผู้ต้องหา ตระเวนลักไฟท้ายรถยนต์ ก่อนนำไปขายผ่านออนไลน์
ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนและการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยใช้ระบบกล้อง วงจรปิด (CCTV) ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กล้อง ผบ.ตร.) และโครงการ smart safety zone 4.0 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชาญฤทธิ์ ทรัพย์สมบัติ ผกก.สน.บางโพงพาง นำโดย พ.ต.ท.ประเสริฐ จันทร์อักษร รอง ผกก.สส.สน.บางโพงพาง , พ.ต.ท.ศุภรุจ ทูนไธสงค์ สว.สสฯ , พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ ทารักษ์ สว.สสฯ , ร.ต.อ.สุริยาวุธ พัดรุย รอง สว.สส.ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางโพงพาง ได้ทำการจับกุม ผู้ต้องหา นายจตุพล หรือเค อายุ 23 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดอำนาจเจริญ จับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถ กลางซอยรัชดาภิเษก 37 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 15.05 น. พร้อมด้วยของกลาง รถยนต์ ยี่ห้อ ISUZU รุ่น D-MAX สีเทา หมายเลขทะเบียน 3 ฒท 3121 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน (ยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุ ) รองเท้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ เสื้อผ้าที่สวมใส่ ในวันก่อเหตุ ไฟท้ายรถยนต์ จำนวน 1 คู่ (ทรัพย์ถูกประทุษร้าย)
โดยแจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นการจับกุม ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.521/2565 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2565
พฤติการณ์คดีด้วยเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางโพงพาง ได้รับแจ้งจากนายธีรพล อายุ 31 ปี (ผู้เสียหาย) ว่าไฟท้ายรถยนต์ หมายเลขทะเบียน กอ 6720 พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจอดไว้บริเวณปากซอยนนทรี 32 (ตรงข้ามแคมป์คนงาน) ได้ถูกถอดลักเอาไป จึงเดินทางมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง ให้ติดตามสืบสวนหาคนร้ายเพื่อมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางโพงพาง จึงได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งของพื้นที่กทม. และตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนและการป้องกันการปราบปรามอาชญากรรม โดยใช้ระบบกล้องวงจรปิด ( CCTV ผบ.ตร.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางมาก่อเหตุ และเส้นทางหลบหนีของคนร้าย จนสืบทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวนี้ คือ นายจตุพล หรือเค จากนั้นฝ่ายสืบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งศาลได้อนุมัติตามหมายจับ จนสามารถจับกุมได้ในเวลาต่อมา
จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาได้ตระเวนลักไฟท้ายรถยนต์ ภายในท้องที่ สน.บางโพงพาง จำนวน 3 ครั้ง จากนั้นจะนำไปขายในเฟซบุ๊ก ในราคาคู่ล่ะ 5,000-8,000 บาท เพื่อนำเงินมาตกแต่งรถยนต์ของตน จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่ง พงส.สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป