โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ออกมาโต้แล้ว หลัง “สมชาย” พ่อส.ส.เขต3ปชป. จัดรวมพลหนุนว่าที่ผู้สมัครส.ส.พปชร.เขต 2 ชน “สาทิตย์” “สาธร วงศ์หนองเตย” ลั่น ไม่หวั่นถูกรุมกินโต๊ะ

77kaoded

เผยแพร่ 15 ก.ค. 2565 เวลา 01.57 น. • 77 ข่าวเด็ด

ตรัง-ออกมาโต้แล้ว หลัง “สมชาย” พ่อส.ส.เขต3ปชป. จัดรวมพลหนุนว่าที่ผู้สมัครส.ส.พปชร.ลงเขต 2 ชน “สาทิตย์” “สาธร วงศ์หนองเตย” ลั่น ไม่หวั่นถูกรุมกินโต๊ะ แต่ห่วงสมาชิกพรรคสับสนอุดมการณ์ ย้อน การเมืองเป็นเรื่องของคนมี “วุฒิภาวะ” ไม่ใช่เรื่องแก๊งสเตอร์ ไม่พอใจยกพวกตีกัน เชื่อ ย้อนเข้าตัวเอง เพราะลูกสาวเป็นถึง กก.บห. ยอมรับคนตีความบางฝ่ายผูกใจเจ็บไม่เลิกจากศึกอบจ.ตรัง

จากกรณีการจัดงาน “คนรักทวี” ที่ตลาดรัษฎาพลาซ่า เขตเทศบาลตำบลคลองปาง อ.รัษฎา จ.ตรัง โดยมีนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพ่อของ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรังเขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแม่งาน รวมทั้ง ส.อบจ.อ.รัษฎา และผู้นำในพื้นที่ ร่วมกันจัดเวทีรวมพลคนรักทวี ให้แก่ นายทวี สุระบาล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 2 จ.ตรัง ซึ่งจะลงชิงเก้าอี้กับ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรังเขต 2 หลายสมัย พรรคประชาธิปัตย์ โดยมีการจัดเลี้ยงน้ำชา กาแฟ ขนมจีน และหมูย่างอย่างเต็มที่ ซึ่งมีบรรดาผู้ที่รักเคารพ และชื่นชอบ นายทวี และเครือข่ายทางการเมืองของนายสมชาย ทั้งในพื้นที่ อ.รัษฎา และต่างอำเภอมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยนายทวี ได้กล่าวกับคนที่มาร่วมกิจกรรมว่า ส่วนตัวตนเองกับ นายสมชาย รักกันมาตั้งแต่สมัยเป็น ส.จ. และสมัยที่มีการเพิ่มเขตเลือกตั้ง จ.ตรัง เป็น 3 เขต และมีการคัดเลือกผู้สมัครลง ส.ส.ตรัง เขต 3 ตัวเองก็สนับสนุนนายสมชาย จึงผูกพันกันมายาวนาน มาครั้งนี้นายสมชาย จึงมาช่วยตนเอง ขณะที่นายสมชาย ประกาศว่า การจัดเวทีรวมพลคนรักทวี ตัวเองชัดเจน 100% ว่าไม่เอานายสาทิตย์ และจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งที่ 1 จัดที่ อ.ห้วยยอด ครั้งที่ 2 พื้นที่ อ.วังวิเศษ ส่วนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ อ.รัษฎา และมีคนมาร่วมเวทีจำนวนมากด้วย ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของทางทีมนายทวี ซึ่งตอนนี้ถือว่าเป็นช่วงนับถอยหลังการเลือกตั้งแล้ว โดยหลังจากนี้ประมาณปลายเดือนจะไปจัดเวทีที่ ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ ต่อไป ซึ่งที่ ต.เขาวิเศษ มีหมู่บ้านทั้งหมด 21 หมู่บ้าน เป็นตำบลขนาดใหญ่ และจะจัดอีก 2 เวทีในช่วงปลายเดือนก.ค.นี้ โดยจะรวมพลคนรักทวีทั้งหมดให้เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ส่วนคนที่เคยอยู่พรรคพลังท้องถิ่นไทย จะมารวมกันอีกด้วย และยืนยันการเคลื่อนไหวนี้จะไม่กระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์ นั้น

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย

ล่าสุดฝ่ายของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรังเขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐนายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยนายสาธร วงศ์หนองเตย อดีตผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง(อบจ.ตรัง) น้องชายนายสาทิตย์ กล่าวถึงกรณีความเคลื่อนไหวของนายสมชายที่ออกมาสนับสนุนนายทวีซึ่งอยู่ต่างพรรค ว่า จิตวิญญาณและอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ให้คุณค่ากับคำว่าประชาธิปไตยสุจริต ดังนั้นเมื่อเราประกาศต่อสู้ตามวิถีทางประชาธิปไตย เราก็สู้เต็มที่เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ก็สู้กันในสนาม ไม่ได้เกรงกลัวศักดิ์ศรีของใคร และต้องทำตามกฎหมายเลือกตั้งโดยเคร่งครัดทุกอย่าง เราไม่ได้ใช้อารมณ์ที่จะเอาแพ้เอาชนะ แต่เราใช้สิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม อย่างในการเลือกตั้งอบจ.ตรังที่ผ่านมา ซึ่งคนอาจมองว่าเป็นการสู้กันระหว่างตระกูลวงศ์หนองเตย กับตระกูลโล่สถาพรพิพิธ ก็มองได้ แต่จะเห็นได้ว่าตรังเป็นเพียงจังหวัดเดียวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดซื้อเสียงเลือกตั้งได้ ตนก็ต้องนำประเด็นนี้ไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)วินิจฉัยว่า มันมีความเชื่อมโยงไปถึงผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังหรือไม่ และมันเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ใช้อารมณ์อะไร

นายสาธร วงศ์หนองเตย

นายสาธรกล่าวอีกว่า กรณีการรวมพลของนายสมชายที่เกิดขึ้น ใครจะมาเชื่อมโยงว่าเป็นผลมาจากการเลือกตั้งอบจ.ตรัง ที่ผ่านมาก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ในกระบวนการประชาธิปไตย ประชาชนมีสิทธิ์มีทางเลือก ดังนั้น ถ้าคนที่จะมาเล่นการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย ก็ต้องไม่ยึดติดกับอดีต ไม่นั้นต่อไปใครจะมาลงส.ส. ก็คิดติดใจในเรื่องเก่าๆ แล้วตั้งใจเชื่อมโยงกันไปหมด แล้วเอามาทะเลาะกัน แบบนั้นมันไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว ส่วนที่นายสมชายซึ่งถือเป็นคนประชาธิปัตย์มาตลอดชีวิตนั้น แล้วไปประกาศสนับสนุนอีกพรรคการเมืองหนึ่ง ตนโดยส่วนตัวที่ทำงานการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์มา ตั้งแต่ปี 2526 ไปขึ้นเวทีปราศรัย ได้เป็นผู้ช่วยส.ส.ของนายชวน หลีกภัย ซึ่งเปิดตำแหน่งดังกล่าวเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2529 ตนจึงมองว่า ด้วยความเป็นสถาบันการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทำงานและมองถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และตนกับนายสาทิตย์ก็ทำงานการเมืองในพื้นที่ตรังเขตเลือกตั้งที่ 2 มายาวนาน นายสาทิตย์เป็นส.ส. ตนเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวส.ส. เราก็ทำงานการเมืองด้วยอุดมการณ์ ด้วยความศรัทธาเชื่อมั่น แก้ปัญหาให้ประชาชน อย่างเรื่องปัญหาที่ดินทำกินที่เรื้อรังมายาวนาน เพื่อสร้างความมั่นคงให้ชาวบ้าน เราเดินหน้าภารกิจของคนเป็นส.ส. เป็นผู้แทนประชาชน จะเห็นได้ว่าในช่วง 2 ปีเศษของสถานการณ์โควิด-19 นายสาทิตย์เองก็ได้ทำกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด โดยเฉพาะโครงการพาคนกลับบ้านในช่วงแรกๆที่โรงพยาบาลในกทม.เต็ม ทำให้คนตรังในต่างจังหวัดไม่ได้รับการรักษา การแจกถุงยังชีพเพราะเมื่อถูกกักตัวถึง 14 วัน แล้วจะเอาอะไรกิน เราคิดถึงสิ่งที่ประชาชนควรได้รับในยุควิกฤต

“บุคคลใดก็ตาม หากจะมามีบทบาทในสถาบันการเมือง มันจะต้องมี Maturity หรือ วุฒิภาวะเพียงพอ ต้องคำนึงถึงอุดมการณ์ของตัวเอง ถ้าไม่คำนึงถึงอุดมการณ์ของตัวเอง ก็ต้องคำนึงถึงอุดมการณ์ของพรรคการเมืองที่ตัวเองสังกัดอยู่ สำคัญที่สุดคือต้องคำนึงถึงสมาชิกพรรค และประชาชนที่เข้าร่วมอุดมการณ์ ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของนายสมชาย ซึ่งเป็นพ่อของ น.ส.สุณัฐชา ซึ่งลูกสาวก็เป็นถึงกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนี้ ความเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ ผมก็กังวลว่าจะมีผลต่อความเชื่อมั่นต่ออุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์และอุดมการณ์ของตัวผู้เป็นส.ส.เอง ถามว่านายสาทิตย์กังวลหรือไม่ที่นายสมชายไปประกาศเชียร์นายทวี ซึ่งอยู่คนละพรรคและเป็นพรรคคู่แข่งของประชาธิปัตย์ ขอตอบว่า ไม่กังวลในเรื่องฐานคะแนน เพราะหนักกว่านี้ ก็เจอมาแล้ว แม้จะเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนมีสิทธิ์จะเชียร์หรือสนับสนุนใคร แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่ทำกัน คือ การไม่มีวุฒิภาวะทางการเมือง เช่น ถ้าสังกัดอยู่ในพรรคการเมืองเดียวกัน คนที่มีวุฒิภาวะจะไม่ทำ แล้วเรื่องการเมือง มันไม่ใช่เรื่องนักเลง เรื่องนักเรียนอาชีวะ ที่ถ้ากูไม่ถูกใจแล้วกูจะยกพวกไปตีกัน ใครจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ เราถือว่าขึ้นกับวุฒิภาวะของแต่ละคน เพราะเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ไม่มีใครไปห้ามใครได้”นายสาธรกล่าว

นายสาธรกล่าวว่า นายสาทิตย์เป็นส.ส.มา 27 ปี เราเคยต่อสู้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคไทยรักไทย ในยุคที่นายทวี สุระบาล ย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ไปอยู่พรรคไทยรักไทยในตอนนั้น ตอนนั้นเป็นช่วงที่เราถือว่าหนักที่สุดแล้ว ตอนนั้นนายทักษิณถึงกับเดินทางมาจ.ตรัง ประกาศจะสับหมูย่างเมืองตรัง พูดถึงขนาดว่า สับหมูย่างเมืองตรังนั้นง่ายกว่าที่คิด การเลือกตั้งครั้งนั้นจึงหนักที่สุดแล้ว แต่พี่น้องประชาชนในเขต 2 ก็ยังเชื่อมั่นในตัวพรรคประชาธิปัตย์และตัวนายสาทิตย์ โดยเฉพาะตัวนายชวน หลีกภัย

“ถามว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดข้างหน้าเรากังวลไหม ขอตอบว่าเรามีประสบการณ์จากครั้งนั้นที่คุณทวีย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ ทิ้งพรรคไปอยู่พรรคไทยรักไทย ในช่วงนั้นที่กระแสพรรคไทยรักไทยแรงที่สุด เราจึงไม่กังวลอะไรเลยในเรื่องนี้ เพราะพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องของแก๊งสเตอร์ เพราะกำกับด้วยแนวคิดและอุดมการณ์ และการกระทำที่ขาดซึ่งวุฒิภาวะ จะกระทบต่อผู้นั้น และกลุ่มของเขาเอง”นายสาธรกล่าว

ขอบคุณภาพ FB : FC ผู้ใหญ่ตาน คนบ้านเรา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...