โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่งออกตลาด RCEP ครึ่งปีแรก ทะลุ 1.69 แสนล้านเหรียญ โต 13%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ส.ค. 2565 เวลา 08.29 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2565 เวลา 04.04 น.
ภาพ Pixabay

“สินิตย์” เปิดตัวเลขการค้า RCEP ครึ่งปีแรก มูลค่ากว่า 1.69 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โตกว่า 13% เผยการขอใช้สิทธิ RCEP มูลค่ากว่า 204.13 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าที่ขอใช้สิทธิส่งออกสูงสุด อาทิ น้ำมันดิบ ปลากระป๋องและแปรรูป มันสำปะหลัง พร้อมหนุนใช้ประโยชน์จาก RCEP เพิ่มช่องทางนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบจากแหล่งนำเข้าที่หลากหลาย

วันที่ 3 สิงหาคม 2565 นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถิติการค้าของไทยกับกลุ่มประเทศสมาชิก RCEP ในช่วงครึ่งปีแรก โดยได้รับรายงานว่า นับจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา การค้าระหว่างไทยกับประเทศสมาชิก RCEP ในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2565) มีมูลค่ารวม 169,041 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยไทยส่งออกไปยังประเทศสมาชิก RCEP มูลค่า 78,172 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9% ตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัวได้ดี อาทิ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

“การขยายตัวของมูลค่าการค้า RCEP ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยและประเทศสมาชิก RCEP ดังนั้น จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยจะใช้ประโยชน์จากความตกลง RCEP เพื่อขยายการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ

นอกจากนี้ ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตขึ้น ทำให้สินค้าที่ไทยนำเข้าส่วนใหญ่จะใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าอุปโภค บริโภค และสินค้าส่งออก ซึ่งการใช้ประโยชน์จาก RCEP จะช่วยเพิ่มช่องทางการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบจากแหล่งนำเข้าที่หลากหลายด้วยเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าที่ยืดหยุ่นขึ้น”

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรก กลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูปที่ส่งออกไปตลาด RCEP มีการขยายตัวได้ดี อาทิ น้ำตาลทราย ขยายตัว 145% ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 19% ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป ขยายตัว 10% อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว
9% และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 4% กลุ่มสินค้าเกษตร

อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ขยายตัว 14% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขยายตัว 24% ข้าว ขยายตัว 12% และไก่แปรรูป ขยายตัว 4% และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัว 19% เม็ดพลาสติก ขยายตัว 12% และผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 3%

นอกจากนี้ การนำเข้าจากกลุ่มสมาชิก RCEP มีมูลค่า 90,869 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แหล่งนำเข้าสำคัญ อาทิ จีน อาเซียน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยสินค้าที่ไทยนำเข้าจาก RCEP ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าทุน อาทิ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัว 9% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัว 1% และกลุ่มสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป อาทิ เคมีภัณฑ์ ขยายตัว 14%) เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ขยายตัว 12% และแผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัว 35%

สำหรับการใช้สิทธิประโยชน์ส่งออกภายใต้ความตกลง RCEP ในช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. 2565 มีมูลค่า 204.13 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2,296% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2565 ซึ่งเป็นเดือนแรกของการมีผลบังคับใช้ความตกลง RCEP โดยมีผู้ส่งออกขอใช้สิทธิ RCEP ไปยังญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ มากที่สุด และสินค้าที่ขอใช้สิทธิ์ส่งออกสูงสุด

อาทิ น้ำมันดิบ ปลากระป๋องและแปรรูป มันสำปะหลัง ทุเรียนสด และรถจักรยานยนต์ สำหรับการนำเข้าโดยใช้สิทธิ RCEP มีมูลค่า 72.34 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 1,887% และรายการสินค้าที่ใช้สิทธินำเข้าสูงสุด อาทิ ด้ายเส้นใยประดิษฐ์ เคมีภัณฑ์ ไม้อัด เม็ดพลาสติก และส่วนประกอบเครื่องยนต์ (ลูกสูบ)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...