โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ส่องกม.ปรับเป็นพินัย เปลี่ยนโทษอาญาเป็นค่าปรับ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ส.ค. 2565 เวลา 00.31 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2565 เวลา 00.31 น.

ส่องกม.ปรับเป็นพินัย เปลี่ยนโทษอาญาเป็นค่าปรับ

นับเป็นอีกหนึ่งผลงานการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม เมื่อที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. … สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว คือ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ขยายความถึงสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. … ว่า หลักการของกฎหมายฉบับนี้เป็นการทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ถือว่าเป็นการปฏิรูปกฎหมาย เป็นการปฏิรูปใหญ่ คือการให้รัฐกำหนดโทษทางอาญาเฉพาะเท่าที่จำเป็น เพราะฉะนั้นหลักการของกฎหมายฉบับนี้ก็คือการเปลี่ยนโทษปรับทางอาญาสถานเดียว ที่มีอยู่ในกฎหมายรวมทั้งสิ้น 204 ฉบับ ให้เป็นโทษปรับทางพินัย ถือว่าไม่ใช่โทษปรับทางอาญา ฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ 1.เมื่อไม่เป็นโทษปรับทางอาญา ก็จะไปกักขังแทนค่าปรับไม่ได้ เท่ากับเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพราะว่ามีข้อมูลอยู่ สำหรับคนยากจนเมื่อต้องโทษปรับ ถึงแม้จะเป็นจำนวนเงินไม่มาก แต่เมื่อไม่มีเงินเสียค่าปรับจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ ประการนี้คือโทษในกฎหมาย 204 ฉบับ ที่ถูกเปลี่ยนเป็นโทษปรับทางพินัย จะไม่มีการกักขังแทนค่าปรับอีกต่อไป

2.เมื่อไม่ใช่โทษทางอาญาแล้ว จึงจะไม่มีการบันทึกเป็นทะเบียนประวัติอาชญากรรม 3.ผู้ที่ต้องโทษปรับสถานเดียวในกฎหมาย 204 ฉบับ ที่เคยถูกบันทึกอยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากรรม กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลบทะเบียนประวัติอาชญากรรมนั้นภายใน 1 ปี และ 4.กฎหมายฉบับนี้กำหนดกระบวนการพิจารณา โทษปรับทางพินัยขึ้นมาใหม่ โดยตัดตำรวจออกไป โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดหน่วยงานที่รักษาการตามกฎหมาย 204 ฉบับ เป็นผู้ดำเนินการในเบื้องต้น แทนตำรวจ

สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัยนั้น คำนูณ อธิบายต่อว่า กฎหมายนี้ร่างมาเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่จะได้รับประโยชน์ ประการต่อมา เป็นครั้งแรกที่ โทษปรับทางพินัยยังคงมีเรตที่กำหนดไว้ในกฎหมาย แต่ในกระบวนการเขียนไว้ชัดเจนว่า การคิดค่าปรับให้คำนึงถึงสถานะทางเศรษฐกิจของผู้ทำกระทำความผิด และภาวะวิสัยรอบด้าน พฤติกรรม ความเสียหาย การได้ประโยชน์ สภาพจิต ผู้ของกระทำความผิด ในกรณีผู้ที่กระทำความผิดมีฐานะยากจน การจะกำหนดค่าปรับ ให้ต่ำกว่าอัตราที่กำหนดตามกฎหมายก็ทำได้ จะไม่คิดค่าปรับเลยก็ได้ หรือจะให้ทำงานเพื่อสังคมก็ได้

ส่วนวิธีการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องมีความรู้ในกฎหมายที่หน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม ของเขาเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายนั้นอยู่แล้ว แต่ในเมื่อกฎหมายฉบับนี้กำหนดหน้าที่เพิ่มเติมให้กับเขา และกำหนดกระบวนการพิจารณาขึ้นมาใหม่ ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ การเตรียมความพร้อมมากพอสมควร ฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงกำหนดให้มีผลใช้บังคับเมื่อครบ 240 วัน นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐเตรียมพร้อม เตรียมการ และการเปลี่ยนโทษปรับทางอาญาในกฎหมาย 204 ฉบับนี้ ให้มีผลภายใน 365 วัน หรือ 1 ปี นับตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และในระหว่างนี้กฎหมายกำหนดให้นายกรัฐมนตรี ตั้งกรรมการขึ้นมา เตรียมการที่จะให้ความรู้ เตรียมการที่จะออกระเบียบการในกฎหมายระดับรองลงไป ให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ โดยให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นฝ่ายเลขานุการ

หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายฉบับนี้ไปกำหนดขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมขึ้นมาใหม่ เหมือนเป็นการเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายบริหาร คือเจ้าหน้าที่ กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ถ้าเกิดความเป็นธรรมขึ้นจริง เขาปฏิบัติหน้าที่ได้ดี จะเป็นประโยชน์ แต่หากเกิดข้อบกพร่อง ต้องปรับแก้กันไป

ขณะที่ข้อกังวลว่าเมื่อกฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว อาจเปิดโอกาสให้มีผู้กระทำความผิดมากขึ้นหรือไม่นั้น ส.ว.คำนูณ เห็นแย้งว่า ไม่ใช่แน่นอน คือ ต้องกลับไปพื้นฐานเดิม ความผิดในกฎหมาย 204 ฉบับ ที่ปรับโทษปรับทางอาญาหรือพินัย ไม่ใช่ความผิดที่มีใจเป็นความผิดโดยสันดาน เป็นความผิดประเภทที่กฎหมายไม่ให้ทำ ความผิดประเภทฆ่ากันตาย ลักทรัพย์ ข่มขืนกระทำชำเรา ไม่ได้เปลี่ยนความผิดมา กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะเป็นประเภท ความผิดตามกฎหมายจราจร ความผิดที่ไม่ได้กระทบกับสังคมโดยตรง ไม่พกบัตรประชาชน ไม่สมควรที่จะมีโทษปรับทางอาญา เพราะไม่ได้มีจิตใจที่เจตนาทำผิดร้ายแรง แต่อย่างไรก็ตามหลักการครั้งนี้ คือ ปรับโทษปรับที่ไม่ร้ายแรงมาเป็นโทษปรับทางพินัย

ตัวอย่างของความผิดเล็กน้อย ที่จะเปลี่ยนเป็นโทษปรับทางพินัย เช่น ไม่แสดงใบขับขี่ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท สูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท จอดรถขายผลไม้ริมถนนสาธารณะ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท เสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในสถานศึกษา หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาล แก่บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ใช้ยานยนต์บนทางหลวง หรือสะพาน โดยเจตนาหลีกเลี่ยงไม่เสียค่าธรรมเนียม มีความผิดต้องระวางโทษปรับ เป็นจำนวนสิบเท่าของอัตราค่าธรรมเนียมที่กำหนด นำเข้า หรือนำผ่านซึ่งสิ่งไม่ต้องห้าม โดยไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชกำกับ และไม่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ปรับไม่เกิน 4,000 บาท สร้างโรงเรือนหรือสิ่งอื่น ปลูกต้นไม้หรือพืชผลในเขตเดินสายไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับไม่เกิน 500 บาท

ไม่ส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษาโดยปราศจากเหตุอันสมควร ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

อีกหนึ่งฉบับที่รัฐปลื้ม ยกเป็นความก้าวหน้าของการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...