โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

หนุ่มใหญ่เมาแหกโค้ง พุ่งชนรถเข็นขายหมูปิ้ง หน้าตลาดดับ 1 สาหัสอีก 1

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ก.ค. 2565 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2565 เวลา 13.51 น.

หนุ่มใหญ่เมาแหกโค้ง พุ่งชนรถเข็นขายหมูปิ้ง หน้าตลาดดับ 1 สาหัสอีก 1

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 กรกฎาคมร.ต.อ.หาญณรงค์ ดอนไสว รอง สว.(สอบสวน) สน.บางโพงพาง รับแจ้งเหตุรถแหกโค้ง พุ่งชนร้านค้ามีผู้เสียชีวิต บริเวณหน้าบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ถนนพระราม 3 ซอย 29 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลนแล่นสวนกัน สามารถเดินทางเข้าจากซอยสาธุประดิษฐ์ 34 ได้อีก 1 เส้นทาง จากการตรวจสอบโค้งขวาหักศอก ฝั่งมุ่งหน้าถนนพระราม 3 พบรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด เอเวอเรสต์ สีดำ หมายเลขทะเบียน 6 กศ 2682 กรุงเทพมหานคร แหกโค้งพุ่งชน ประตูเหล็กของศูนย์อาหาร ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าบริษัทดังกล่าว จนสภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ในที่เกิดเหตุมีผู้เคราะห์ร้ายถูกรถคันดังกล่าวชนจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บรวม 2 ราย เป็นสามีภรรยายืนขายหมูปิ้งอยู่ที่หัวโค้ง ถูกรถชนอัดกับประตูเหล็กศูนย์อาหาร จนร่างกายแหลกทั้งคู่

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุคือ น.ส.รำพึง เสือกระจ่าง อายุ 52 ปี มีบาดแผลถูกอัดกระแทกที่หน้าอก และหน้าผากเป็นแผลฉกรรจ์ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นสามีของผู้ตายชื่อ นายวิสูตร โตมา อายุ 50 ปี ซึ่งยืนปิ้งหมูอยู่ข้างกัน มีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกาย และเบื้องต้นหยุดหายใจ หน่วยกู้ภัยจึงทำการปั๊มหัวใจยื้อชีวิต และนำร่างส่ง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์อย่างเร่งด่วน

โดยหลังเกิดเหตุพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้าน ช่วยกันจับตัวผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าวเอาไว้ได้ ทราบชื่อคือ นาย ไพรัตน์ อุ่นเจริญ อายุ 60 ปี ซึ่งมีอาการมึนเมา และถูกรุมประชาทัณฑ์ได้รับบาดเจ็บ บริเวณใบหน้าบวมปูดเล็กน้อย จากการสอบสวน นายไพรัตน์ ยอมรับว่า เพิ่งขับรถไปดื่มสุราและกำลังขับรถ มุ่งหน้ากลับบ้านพัก แต่เสียหลักแหกโค้ง ทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงรีบประสานตำรวจจราจรนำเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์มาให้ผู้ต้องหาเป่า ผลปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 170 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่สถานีตำรวจ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดในละแวกจุดเกิดเหตุ เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีต่อไป

ต่อมา นายชลอ เสือกระจ่าง เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู รหัสนคร 58 ได้รับแจ้งจากห้องฉุกเฉิน รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ว่า นายวิสูตร ผู้เป็นสามีของ น.ส.รำพึง ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตลงแล้ว ซึ่งนายชลอเป็นเจ้าหน้าที่เก็บศพ เข้าเวรในวันนี้และต้องดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายส่งไปยังสถาบันนิติเวช รพ.จุฬาฯ โดยนายชลอกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายเป็นญาติพี่น้องของตน ฝ่ายหญิงมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับตน ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น รู้สึกเสียใจที่ทั้งคู่ต้องมาจบชีวิตลง เพราะน้ำมือผู้ต้องหาเมาแล้วขับ อย่างไรก็ตามถือเป็นเรื่องโชคดี ของบรรดาผู้ค้าและลูกค้าร้านหมูปิ้งของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน เนื่องจากขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลากำลังจัดเตรียมข้าวของขายให้กับบรรดาลูกค้าที่เป็นพนักงานโรงงาน และกำลังเลิกทำงานออกมาซื้อของที่ร้านผู้ตายซึ่งขายอยู่ตรงจุดนี้มาได้กว่า 20 ปี หากเหตุเกิดหลังจากนั้นเพียงเล็กน้อย เชื่อว่าน่าจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตมากกว่านี้ โดยหลังจากนี้ตนวิงวอนขอให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีและชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ตายทั้ง 2 รายอย่างถึงที่สุด เนื่องจากทั้งผู้มีบุตรและมีภาระต้องรับผิดชอบ

ขณะที่ความคืบหน้าที่ สน.บางโพงพาง ภายหลังจากที่ ร.ต.อ.หาญณรงค์ ดอนไสว รอง สว.(สอบสวน) สน.บางโพงพาง ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาไปควบคุมตัวที่โรงพักนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล และเอกสารตามทะเบียนราษฎร์ พบข้อเท็จจริง ว่าผู้ต้องหามีชื่อว่า นายนวชาติ ราษฎร์นิยม อายุ 60 ปี ซึ่งหลังเกิดเหตุ ทางผู้ต้องหาได้แอบอ้างว่า ชื่อ นายไพรัตน์ อุ่นเจริญ ซึ่งเป็นการจงใจให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยและชาวบ้านไขว้เขว โดยหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวน จะแจ้งข้อหาขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และคุมตัวส่งศาลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...