โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แอสตร้าฯ เผยผลศึกษาวัคซีน กระตุ้นเข็ม 4 สกัดโอมิครอนสูง 73% ใกล้เคียง mRNA

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 ก.ค. 2565 เวลา 08.59 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2565 เวลา 08.38 น.

แอสตร้าฯ เผยผลศึกษาวัคซีน กระตุ้นเข็ม 4 สกัดโอมิครอนสูง 73% ใกล้เคียง mRNA

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยผลการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยทีมวิจัยจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เชียงใหม่ และคณะ พบว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าฯ เข็มกระตุ้น (บูสเตอร์ โดส) เข็มที่ 4 มีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน

ทั้งนี้ หลักฐานการใช้จริงจากทั่วโลกแสดงให้เห็นว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าฯ มีประสิทธิผลของวัคซีน (Vaccine Effectiveness : VE) ร้อยละ 73 (95% ช่วงความเชื่อมั่น (CI) 48-89%) ในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่สามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว เมื่อได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าฯ เป็นวัคซีนเข็มที่ 4 โดยไม่ขึ้นกับชนิดของวัคซีนที่ได้รับก่อนหน้า

โดยผู้วิจัยระบุว่า ผลการศึกษานี้เป็นข้อมูลชุดแรกที่ประเมินประสิทธิผลของวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบสูตรไขว้ (Heterologous) 4 เข็ม ล่าสุด ผลการวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์แบบฉบับ preprint ใน Research Square

อย่างไรก็ดี ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มกระตุ้นที่ 4 ทุกชนิดที่ทำการศึกษามีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนสูงถึงร้อยละ 75 (VE 75%, 95% CI 71-80%) โดยประสิทธิผลของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าฯนั้นอยู่ที่ร้อยละ 73 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) อื่นๆ ที่ทำการศึกษาในงานวิจัยนี้ ที่มีประสิทธิผลร้อยละ 71 (VE 71%, 95% CI 59-79%) โดยประสิทธิผลของวัคซีนดังกล่าวถูกปรับเพื่อขจัดอิทธิพลจากตัวแปรต่างๆ ได้แก่ อายุ เพศ เวลาการรับวัคซีนตามปฏิทิน และประเภทของสูตรวัคซีนที่ได้รับก่อนหน้า

นพ.สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มช. กล่าวว่า การศึกษานี้ได้แสดงให้เห็นถึงข้อมูลที่สำคัญว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มที่ 4 ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม มีประสิทธิผลในการช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่สามารถระบาดได้อย่างรวดเร็ว การสร้างภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องด้วยการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชากรกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง

นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังสนับสนุนประสิทธิผลของการฉีดวัคซีนในแบบสูตรไขว้ต่างๆ หรือแบบมิกซ์แอนด์แมตช์ (mix and match) ซึ่งสามารถช่วยสนับสนุนการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ครอบคลุมมากขึ้นในประชากรทั่วไป

ด้าน นายจอห์น เปเรซ รองประธานอาวุโส หัวหน้าฝ่ายพัฒนาขั้นสุดท้าย ฝ่ายวัคซีนและภูมิคุ้มกันบำบัด แอสตร้าฯ กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดนี้ช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของวัคซีนเข็มกระตุ้นในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในสายพันธุ์ที่แตกต่างออกไป จากประสิทธิผลของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าฯ ในการป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง และการเสียชีวิต

“ขณะนี้เราทราบแล้วว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าฯ สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้ดีพอสมควร เมื่อได้รับเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นที่ 4 ซึ่งจะให้ประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สูงกว่าหลังจากรับวัคซีนเข็มกระตุ้นที่ 3” นายจอห์นกล่าว

นายจอห์นกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นจากโรงพยาบาล (รพ.) รายงานประสิทธิผลของวัคซีนต่ออาการป่วยรุนแรงจากโควิด-19 (ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นในการใช้เครื่องช่วยหายใจ) และการเสียชีวิตในช่วงการระบาดหนักของสายพันธุ์โอมิครอน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2565 พบว่า การได้รับวัคซีนแบบสูตรไขว้ 3 เข็ม สามารถป้องกันการติดเชื้อรุนแรงหรือการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้ร้อยละ 98 ในประชากรทุกช่วงอายุที่ศึกษา และมีการเสียชีวิตเพียงรายเดียวในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหลังการรับวัคซีนเข็มกระตุ้นที่ 4 ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงประสิทธิผลในระดับสูงมากของวัคซีน โดยการวิเคราะห์ข้อมูลชุดนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และจะมีการรายงานผลสรุปทั้งหมดในภายหลัง

“ทั้งนี้ การศึกษาดังกล่าวรายงานประสิทธิผลจากการใช้จริงของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าฯ, วัคซีนโคโรนาแวค (CoronaVac) และวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) โดยใช้ข้อมูลจากเครือข่ายการเฝ้าระวังจากหน่วยตรวจเชิงรุกในพื้นที่ ซึ่งช่วยให้สามารถเปรียบเทียบข้อมูลผู้ป่วยในพื้นที่ได้ ทั้งในช่วงเวลาที่มีอัตราการระบาดสูงของทั้งสายพันธุ์เดลต้าและสายพันธุ์โอมิครอน และว่า

จนถึงวันนี้ แอสตร้าฯได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วกว่า 3,000 ล้านโดส โดยนับตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 8 ธันวาคม 2564 วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าฯ ช่วยปกป้องผู้คนจากโควิด-19 แล้วกว่า 6 ล้านชีวิต” นายจอห์นกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...