โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สบน. มองดอกเบี้ยขาขึ้น ดันต้นทุนกู้เงินของรัฐบาลเพิ่ม ยันบริหารความเสี่ยงได้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 ส.ค. 2565 เวลา 08.16 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2565 เวลา 08.16 น.

นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า การกู้เงินในอนาคตของรัฐบาลจะมีต้นทุนการกู้เงินที่สูงขึ้น เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้น และหมดยุคดอกเบี้ยต่ำแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา สบน. ได้บริหารจัดการความเสี่ยง โดยการเปลี่ยนการกู้เงินระยะสั้นที่เป็นดอกเบี้ยลอยตัว (Float Rate) มาเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fix Rate) มากขึ้น โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยคงที่ มีสัดส่วนถึง 82% ส่วนที่เหลือเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว ขณะที่ไม่มีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะรัฐบาลมีหนี้ต่างประเทศน้อย เพียงแค่ 1.8% และได้ทำการปิดความเสี่ยงไปหมดแล้ว

"ปฏิเสธไม่ได้ว่าดอกเบี้ยขาขึ้น การกู้แบบอิงอัตราดอกเบี้ยลอยตัวจะต้องขึ้นแน่ ๆ แต่ถ้าพันธบัตรระยะยาวอัตราดอกเบี้ยในส่วนนี้ขึ้นกับหลาย ๆ ปัจจัย ซึ่งในช่วงหนึ่ง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรขึ้นไปสูงมาก แต่ช่วงนี้ก็ปรับลดลงมาแล้ว เพราะว่าตลาดรับรู้อะไรไปหลายอย่างแล้ว อาทิ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทุกอย่างก็กลับลงมา ดังนั้นการกู้เงินในอนาคตของรัฐบาลก็คงมีต้นทุนที่สูงขึ้นแน่ เพราะดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น มันจบแล้ว ยุคดอกเบี้ยต่ำ ๆ"

นางแพตริเซีย เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2566 สบน. ได้บริหารจัดการต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาล โดยพยายามกู้เงินระยะยาวผ่านการออกพันธบัตรระยะยาวให้มากขึ้น จากปีงบประมาณ 2565 อยู่ที่ 45% จะปรับเพิ่มเป็น 48% การออกตั๋วสัญญาใช้เงิน จะอยู่เท่าเดิมที่ 25% ขณะที่การออกตั๋วเงินคลังและการกู้เงินระยะสั้นจากตลาด จะลดลงมาอยู่ที่ 14% จากเดิมที่ 18%

สำหรับภาพรวมหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 61.06% จากเมื่อต้นปีที่คาดว่าในสิ้นปีงบประมาณ 2565 หนี้สาธารณะต่อจีดีพี จะอยู่ที่ 62.69% แต่ปัจจุบันมูลค่าจีดีพีของประเทศไทยเพิ่มขึ้น และได้ปรับปรุงแผนบริหารหนี้สาธารณะทั้งหมด ทำให้คาดว่าภายในสิ้นปีงบประมาณ 2565 สัดส่วนหนี้สาธารณะ จะอยู่ที่ 61.3% ส่วนภาพรวมหนี้สาธารณะต่อจีดีพีปีงบประมาณ 2566 ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะต้องรอดูแผนบริหารหนี้ในปีดังกล่าวด้วย ซึ่งหวังว่าจีดีพีจะขยายตัวมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

"ยืนยันว่าการก่อหนี้สาธารณะนั้น สบน. ดำเนินการอย่างรอบคอบ และพึงระวังทุกเหตุการณ์ ไม่เคยมีการกู้เงินมากองไว้ แต่การกู้เงินจะค่อย ๆ ดำเนินการกู้ตามความจำเป็นเท่านั้น และดูความเสี่ยงของต้นทุนที่เหมาะสมที่สุด"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...