โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝรั่งเศสสั่งเก็บยางรถสร้างปะการังเทียม หลังปล่อยสารพิษลงน้ำ

Environman

เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2566 เวลา 01.00 น.

ฝรั่งเศสสั่งเก็บยางรถยนต์เก่าใต้ทะเลกว่า 10,000 เส้นจากโครงการปะการังเทียมที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า! ปะการังเทียมไทยเอาไงคิดว่าต้องทบทวนอีกไหมนะ?

นานมาแล้วในยุค 80s รัฐบาลท้องถิ่นของฝรั่งเศสเคยสนับสนุนวิธีการรีไซเคิลยางรถยนต์ด้วยการนำไปทำโครงการปะการังเทียม โดยมีคำสั่งให้นำยางกว่า 25,000 เส้นไปทิ้งลงทะเลบริเวณชายฝั่งเมืองคานส์ถึงเมืองอันติเบส เพราะเห็นว่าเป็นหนทางที่จะสร้างที่อยู่ให้กับสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลและแนวปะการัง รวมถึงกำจัดยางรถยนต์เก่าไปในตัว

แต่ความหวังดีกลับกลายเป็นโชคร้ายให้กับสัตว์ทะเล! เพราะในปี 2005 นักวิจัยได้พบว่ายางรถยนต์เหล่านั้นก่อมลพิษใต้ทะเลด้วยการปล่อยสารเคมีที่อันตรายต่อชีวิตอย่างโลหะหนัก

คุณ Denis Genovese หัวหน้าชาวประมงท้องถิ่นเล่าให้ผู้สื่อข่าว AFP ฟังว่า ไม่มีสัตว์ทะเลตัวไหนดูชินกับการมีอยู่ของยางเลย ส่วนใหญ่ต่างพากันว่ายหนีจากตรงที่มียางทั้งนั้น

เวลาผ่านไปกว่า 10 ปีหลังจากมีงานวิจัยออกมาว่ายางรถยนต์ปล่อยมลพิษ รัฐบาลถึงเริ่มสั่งเก็บยางขึ้นจากน้ำทะเลในปี 2015 โดยใช้งบประมาณมากถึงหนึ่งล้านยูโร (ราว 38 ล้านบาท)

ประเทศอื่น อาทิ รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกาก็มีการตระหนักถึงปัญหายางรถยนต์ใต้น้ำและมีการสั่งเก็บยางรถยนต์กว่าหนึ่งหมื่นเส้นขึ้นจากทะเลแล้วเช่นกัน

ในประเทศของเราก็พบปัญหาคอนกรีตจากปะการังเทียมกลายเป็นมลพิษใต้ทะเล เห็นทีมนุษย์เราคงต้องกลับมาทบทวนกันอีกครั้งว่าโครงการอนุรักษ์อย่างการปลูกปะการังเทียมนั้นยังจำเป็นอยู่หรือไม่ สรุปว่ามันก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่ากัน

ที่มา

https://www.bbc.com/news/world-europe-45620299

https://www.euronews.com/…/watch-france-removes…

Photo: AFP News

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...