เมื่อ ‘ไทย’ เป็นชาติเดียวที่ ‘ไลน์’ กำลังพัฒนาฟีเจอร์ “ช่วยทำงาน” สู่ภาพสะท้อนพฤติกรรมการทำงาน Gen Y
จำกันได้ไหมว่าเราใช้งานแพลตฟอร์ม LINE ครั้งแรกเมื่อไหร่ เมื่อไหร่กันที่ LINE กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว และจำได้ไหมว่าเมื่อไหร่ที่ LINE กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เราใช้ คุยงาน? เชื่อว่าหลายหลายคนคงจำไม่ได้ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ไทย เป็นประเทศเดียวที่ใช้ LINE สำหรับทำงาน ขนาด ญี่ปุ่น ที่ใช้ LINE เป็นหลักเหมือนไทยยังไม่ใช้
12 ปีที่ LINE เข้ามาอยู่ในชีวิตคนไทย
เป็นเวลา 12 ปีแล้วที่ไลน์ (LINE) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคนไทย หากดูจากจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 61.21 ล้านคน นั่นแปลว่าทุกคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตนั้นใช้งานไลน์ เพราะปัจจุบันผู้ใช้ไลน์ในไทยมีมากกว่า 54 ล้านคน ไม่ใช่แค่ใช้เยอะ แต่ยังใช้บ่อย โดยไลน์เป็นแพลตฟอร์มอันดับ 2 ที่คนไทยใช้งานบ่อยที่สุด เป็นรองเพียง Facebook
แม้ว่าไลน์จะไม่ใช่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เป็นเพียงChat App ที่แพลตฟอร์มโซเชียลอื่น ๆ ก็มีฟีเจอร์นี้ด้วยซ้ำ แต่ ไม่ว่าจะด้วยตัวสติ๊กเกอร์ก็ดี หรือฟีเจอร์อำนวยความสะดวกในการแชทอื่น ๆ ก็ดี ทำให้ไลน์กลายเป็นแอปที่ใช้กันประจำในชีวิตประจำวัน เพื่อคุยกับเพื่อน ครอบครัว คนรัก และแน่นอนที่สุดก็คือ คุยงาน
“เราไม่ใช่โซเชียลมีเดีย แต่เป็นเครื่องมือในการใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น คนใช้ทุกเพศทุกวัย ใช้ในการสื่อสารไม่ใช่ในแง่เอนเตอร์เทนเมนต์ ดังนั้น เราจะพยายามทำให้มันง่ายขึ้น” นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ LINE ประเทศไทย กล่าว
ญี่ปุ่นไม่ใช้ไลน์คุยงานแต่ไทยใช้
ต้องยอมรับว่ามีไม่กี่ประเทศที่ใช้งานไลน์เป็นแพลตฟอร์มหลัก ที่หลายคนรู้ก็คือ ญี่ปุ่น, ไต้หวัน และไทย ที่ถือว่าใช้งานมากที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่ามีแค่ไทยที่ใช้ไลน์ในการคุยเรื่องงาน ขนาดญี่ปุ่นมีการใช้เพื่อติดต่อลูกค้าบ้าง แต่ไม่ใช้ไลน์ในการคุยกับพนักงาน ดังนั้นการพัฒนาฟีเจอร์เพื่อช่วยในการทำงานจะมาจากทีมพัฒนาไทย เพื่อผู้ใช้คนไทยโดยเฉพาะ
หากนับเฉพาะ Gen Y (28-42 ปี) ที่คิดเป็นประมาณ 30% ของประชากรไทย ซึ่งคนเจนนี้ถือเป็น เดอะ แบก ของแรงงานไทยในปัจจุบัน โดยผลสำรวจพบว่า Gen Y ประเทศไทยใช้ไลน์ทำงานเยอะที่สุด โดยเฉลี่ยแล้วจะแอ็คทีฟตั้งแต่ 08.00-20.00 น. รวมระยะเวลาใช้งานเฉลี่ย100 นาที/วัน ที่น่าสนใจคือ82% ของ Gen Y มีกรุ๊ปไลน์ และโดยเฉลี่ยจะมีประมาณ 5-6 กลุ่ม นอกจากนี้ 88% ยังใช้งานบน Desktop สะท้อนชัดถึงการใช้ไลน์เพื่อการทำงาน
“มันก็เมคเซนส์นะที่ญี่ปุ่นจะไม่ได้พัฒนาฟีเจอร์มารองรับการทำงาน ก็เขาไม่ได้ใช้ ดังนั้น การพัฒนาฟีเจอร์เกี่ยวกับการทำงานของไลน์จากนี้จะมาจากเดเวลอปเปอร์ไทย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนไทย”
ไม่ใช่แค่เพื่อทำงานง่าย แต่อาจสร้างรายได้ใหม่?
อธิบายว่า ฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยในการทำงานนี้อาจได้เห็นเร็วสุดปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า โดยยังตอบไม่ได้ว่าฟีเจอร์ใหม่นี้จะมาช่วยในการทำงานอย่างไร ซึ่งทางไลน์กำลังศึกษาอินไซต์ว่าอะไรคือสิ่งที่ยูซเซอร์อยากได้เพื่อช่วยสำหรับการทำงาน อาทิ การขยายระยะเวลาของไฟล์ที่ส่งให้อยู่ได้นานขึ้น ก็อาจเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ใหม่ที่จะออกมาก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมีทั้งแบบ ใช้ฟรี และมีค่าใช้จ่าย
“ปีนี้จะเป็นปีในการศึกษาอินไซต์ เพราะเราไม่มีข้อมูลว่ายูซเซอร์ใช้ไลน์คุยอะไรกันบ้าง ที่เรารู้ว่าเขาใช้ไลน์ทำงานก็เป็นการทำสำรวจภายนอก”
ฟีเจอร์ใหม่มาอีกเพียบ
นอกเหนือจากฟีเจอร์ที่มาช่วยด้านการทำงานแล้ว ยังมีอีกหลายฟีเจอร์ด้านอื่น ๆ ที่จะได้เห็นในปีนี้ อาทิ LINE Open Chat หรือคอมมูนิตี้แชทออนไลน์ของไลน์ ก็เป็นอีกฟีเจอร์ที่ถูกอกถูกใจคนไทย ด้วยความที่ผู้ใช้สามารถตั้งชื่อและรูปโปรไฟล์แยกต่างหากในคอมมูนิตี้นั้น ๆ ทำให้สามารถพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ กับผู้คนอีกมากมายในเรื่องเดียวกันโดยไม่ต้องเปิดเผยโปรไฟล์จริง ๆ ทำให้ปัจจุบันมีผู้ใช้กว่า 17 ล้านคนต่อเดือน ยอดการใช้งานสูงสุดถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งถือว่ายาวนานกว่าประเทศอื่น ๆ
โดยในปีนี้ LINE Open Chat จะเพิ่มฟีเจอร์ LIVE Talk ที่จะเหมือนกับ Clubhouse หรือ เปิดการพูดคุยแบบเรียลไทม์ ในคอมมูนิตี้ นอกจากนี้ในส่วนของ LINE OA ซึ่งเป็นฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซที่มียอดการเปิดใช้งานสูงถึง 6 ล้านบัญชี ปีนี้ไลน์จะเพิ่มฟีเจอร์LINE OA Plus โดยจะเพิ่มความสามารถใหม่ ๆ อาทิ
MyCRM สำหรับจัดการ บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า
MyCustomer สำหรับการจัดเก็บและจัดการข้อมูลลูกค้า
MyRestaurant สำหรับการบริหาร จัดการธุรกิจร้านอาหาร ให้ตอบสนองตลาดได้ดีกว่าเดิม
เปิดตัว LINE OA Store เพื่อเป็นช่องทางให้แบรนด์ได้สามารถมองหาและเข้าถึงพาร์ทเนอร์ ผู้สรรค์สร้างโซลูชั่นเชิงเทคโนโลยีที่ใช่ และเป็นพื้นที่ให้บริษัทฯ นักพัฒนาทั่วไปได้นำเสนอโซลูชั่นบน LINE ได้อย่างเต็มที่
ในส่วนอื่น ๆ อาทิ LINE TODAY ก็จะมีการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายมากขึ้น LINE STICKERS ที่จะขยายขอบเขตธุรกิจ licensing เพื่อผลักดันศักยภาพอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ในไทย และ LINE HORO ที่จะขยายธุรกิจจากบริการดูดวง ขอพร ทำบุญออนไลน์ สู่การบริจาคยุคใหม่ Donation on LINE ที่สะดวกและเชื่อถือได้ โดยช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มียอดเงินบริจาคมากกว่า 2 ล้านบาท