โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลืมผ้าก๊อซไว้ในช่องคลอดนาน 2 เดือน ???..

77kaoded

เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2566 เวลา 01.08 น. • 77 ข่าวเด็ด

เชียงราย-อุทาหรณ์! หญิงสาวไปคลอดลูกที่ รพ. แต่หมอลืมผ้าก๊อซไว้ในช่องคลอดนาน 2 เดือน

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 66 จากกรณีที่มีหญิงสาวไปทำคลอดใน รพ.รัฐแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.เชียงราย แต่บุคลากรทางการแพทย์ไม่ได้นำเอาผ้าก๊อซที่อุดช่องคลอดเพื่อห้ามเลือดออกให้ ทิ้งไว้นาน 2 เดือน จนหญิงคนดังกล่าวรู้สึกผิดปกติ จึงตัดสินใจล้วงช่องคลอด พบเป็นผ้าก๊อซเป็นก้อน มีกลิ่นเหม็น อยู่ในช่องคลอด จึงรีบบอกสามีและญาติ แล้วจึงพากันไปตรวจร่างกายที่ รพ.เอกชน พบมีหนองในช่องคลอด ส่วน รพ.ที่ทำคลอด หลังทราบเรื่องได้ติดต่อมาให้ไปตรวจร่างกาย และขอให้ลบข้อความที่แชทไปถามในกลุ่ม เพราะหวั่นกระทบชื่อเสียง รพ. โดยจะขอนัดไกล่เกลี่ยในภายหลัง

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ชาวบ้าน ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ซึ่งเดินทางมาให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวพร้อมกับสามีและลูกสาววัย 2 เดือน เผยว่า ตนได้ไปคลอดที่ รพ.แห่งหนึ่งใน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา เป็นการคลอดแบบธรรมชาติ แต่ช่วงหลังคลอดใหม่ๆ ตนจะมีอาการผิดปกติคือปัสสาวะไม่ค่อยออก ต้องพยายามเบ่งจึงจะปัสสาวะออก และหลังจากคลอดได้ 7 วัน ตนก็กลับไปอยู่ที่บ้าน ตอนไปเข้าห้องน้ำ ก็ได้มีผ้าก๊อซหลุดออกมาจากช่องคลอด 1 ชิ้น ซึ่งตอนนั้นตนไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าตนเป็นคนรูปร่างใหญ่ ประกอบกับลูกที่เกิดมาก็ตัวใหญ่ เลือดอาจจะออกหลังคลอดเป็นจำนวนมาก ทีมแพทย์จึงใช้ผ้าก๊อซมาอุดช่องคลอดเพื่อห้ามเลือด และอาจจะเอาออกไม่หมดหมด ก็คิดว่าไม่มีอะไร และนึกว่าชิ้นที่หลุดออกไปนั้นน่าจะเป็นชิ้นสุดท้ายแล้ว

แต่ต่อมา ตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ก็มีน้ำคาวปลาติดมากับผ้าอนามัยตลอด และเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ซึ่งครบรอบ 2 เดือนวันคลอด ขณะที่ตนนั่งยองๆเพื่อเช็ดตัวหลังอาบน้ำ ก็รู้สึกหน่วงๆที่ท้อง เหมือนมีอะไรอยู่ในช่องคลอด จึงตัดสินใจใช้นิ้วล้วงลงไปในช่องคลอด ก็พบว่ายังมีผ้าก๊อซอีก 1 ชิ้นออกมาจากช่องคลอด ลักษณะเป็นก้อนสีคล้ำ มีกลิ่นเหม็นมาก จึงรีบไปบอกสามีและพ่อ พ่อก็เลยบอกให้ไปตรวจร่างกายที่ รพ.เอกชน ตามสิทธิ์การรักษาในทันที ตนก็เลยไปตรวจ หลังตรวจหมอก็บอกว่ามีหนองในช่องคลอดจริง แล้วจึงอัลตร้าซาวด์ให้ ก็ไม่พบว่ามีสิ่งแปลกปลอมอื่นอยู่ในช่องคลอดแล้ว จึงฉีดยาฆ่าเชื้อ และให้ยามาทาน และจะนัดดูอาการอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 30 มิ.ย. ที่จะถึงนี้

หลังจากตรวจพบผ้าก๊อซชิ้นดังกล่าว ทาง น.ส.บี ได้ทักเข้าไปถามในกลุ่มไลน์แม่และเด็กของ รพ.ดังกล่าว เพื่อคลายความสงสัยว่า ทาง รพ.จะมีการใช้ผ้าก๊อซอุดช่องคลอดเพื่อห้ามเลือดเป็นปกติหรือเปล่า และผ้าก๊อซนี้ทางแพทย์จะเป็นผู้เอาออกให้หรือต้องให้ผู้คลอดเอาออกเอง หลังจากแชทถามไป ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ของ รพ.ที่ไปทำคลอด ได้ทักเข้ามาในไลน์ส่วนตัว ถามว่ามีอาการอย่างไรบ้าง และให้เข้ามาตรวจร่างกายที่ รพ. ในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 24 มิ.ย. โดยเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังได้ขอให้ตนลบแชทในกลุ่มไลน์ด้วย แต่ตนก็ไม่ได้ลบ และช่วงเช้าวันที่ 24 มิ.ย. ก็มีบุคคลที่อ้างว่าเป็นหัวหน้าพยาบาลห้องคลอดของ รพ.ดังกล่าว ได้ติดต่อเข้ามาอีก มาถามว่าอาการเป็นอย่างไรบ้าง น.ส.บี ก็บอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว เพราะเพิ่งไปตรวจที่ รพ.เอกชนมา และคนดังกล่าวยังได้ถามอีกว่าได้มีการนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปโพสต์ตามสื่อโซเซียลอะไรบ้างไหม คนดังกล่าวได้กล่าวขอโทษกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และไม่อยากให้โพสต์ลงโซเซียล หวั่นส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของ รพ. แต่ตัวผู้คลอดก็ตอบกลับไปว่ายังไม่ได้โพสต์ แต่ในอนาคตก็อาจจะโพสต์ เพราะอยากจะเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่น และทางครอบครัวก็อยากจะทราบว่า นอกจากว่าทาง รพ.จะเชิญตัวไปตรวจร่างกายหลังทราบเรื่อง แล้วจะมีการชดเชยอย่างอื่นอีกหรือไม่

ซึ่งในเรื่องของการเยียวยานั้น ทาง รพ.จะนัดพูดคุยเพื่อไกล่เกลี่ยอีกครั้งในวันที่ 29 มิ.ย. แต่ทางผู้ป่วยติดธุระจึงอยากขอเลื่อนไปในวันศุกร์ที่ 30 มิ.ย. แทน "ตนเพิ่งเห็นข่าวเคสคล้ายๆกันนี้ที่ จ.ราชบุรี แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดกับตนเอง ซึ่งเคสนั้นจะมีการเยียวยาตามสิทธิ์ที่เกิดจากความผิดพลาดทางการรักษาของบุคลากรทางการแพทย์ ในกรณีของตนก็อยากให้ทาง รพ.ออกมาแสดงความรับผิดชอบอะไรบ้าง และในวันจันทร์ที่ 26 มิ.ย. ตนก็จะไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่ สสจ.เชียงราย ตนอยากจะฝากเตือนไปยังหมอและบุคลากรการแพทย์ ว่าอย่าทำอะไรสะเพร่า เพราะถึงแม้ว่าวันนี้ตนอาจจะยังไม่เป็นอะไร แต่ในอนาคตข้างหน้าจะมีอะไรรับประกันได้ไหมว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น" น.ส.บี กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...