ฮือฮา หนุ่มกระบี่ เจอก้อนหินแปลกคล้ายเหล็กไหล ชาวบ้านเชื่อเล็บพญานาค
ฮือฮา หนุ่มนักสะสมหินที่กระบี่ เจอก้อนหินแปลกคล้ายเหล็กไหล รูปทรงเหมือนหยดน้ำเกาะเป็นก้อน โผล่ริมบ่อน้ำจืดริมทะเล ชาวบ้านเชื่อเล็บหรือเกล็ดพญานาค ในตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เบื้องต้นวอนผู้รู้ช่วยไขข้อสงสัย คืออะไร
.
(5 ก.ค.66) ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 ต.หนองทะล อ.เมือง จ.กระบี่ พากันล้อมวงดูของแปลกคล้ายเหล็กไหล ที่นายสุชานนท์ สุเหร็น หรือแมน อายุ 34 ปี เก็บได้จากบ่อน้ำจืดธรรมชาติริมทะเล แหลมหางนาค วัตถุดังกล่าวขนาดใหญ่เท่ากำปั้นเด็ก 2 ขวบ ยาวประมาณ 4 นิ้ว ลักษณะคล้ายเป็นหยดน้ำ ก่อตัวติดกันจนเป็นก้อน มีสีเงิน เคาะดูจะมีเสียงก้องกังวาล สร้างความแปลกตาแก่ชาวบ้านที่พบเห็น ซึ่งยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เห็น แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นวัตถุอะไร เชื่อน่าจะเป็นของมงคล ที่มอบให้ผู้มีบุญได้ครอบครอง
.
นายสุชานนท์ สุเหร็น ผู้เจอวัตถุดังกล่าว เล่าว่า เดิมตนมีอาชีพออกเรือจับหมึก ประมาณ 2 เดือนก่อน ตนได้ไปเอาน้ำที่บ่อน้ำจืดธรรมชาติริมทะเลตรงแหลมหางนาค ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระตำหนักแหลมหางนาค ในตำบลหนองทะเล ก็พบกับวัตถุดังกล่าววางอยู่ริมขอบบ่อปะปนอยู่กับก้อนหินก้อนอื่นๆ ซึ่งเห็นว่าแปลกดี จึงอธิฐานบอกเจ้าที่เจ้าทางก่อนหยิบนำขึ้นเรือ แล้วนำกลับมาที่บ้าน และมีชาวบ้านทราบข่าวต่างมาขอดู
.
ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่ามันคืออะไร อยากให้ผู้ที่มีความรู้เรื่องวัตถุชนิดนี้ ช่วยให้ความกระจ่างด้วย โดยปกติแล้วตนจะเป็นคนชอบสะสมก้อนหินต่างๆหลากชนิด เจอเมื่อไหร่ที่เห็นว่าแปลก จะนำกลับบ้านมาเก็บสะสมไว้ ปัจจุบันนับพันได้ ถ้าถามว่าก่อนไปเจอวัตถุชิ้นนี้มีอะไรดลใจ ยอมรับไม่มี เพียงวันนั้นตั้งใจจะไปเอาน้ำจืดขึ้นเรือเท่านั้น หลังเก็บมาไว้ที่บ้านไม่ฝันถึงอะไร แต่เช้านี้เพิ่งก็ฝันเห็นเหล็กไหล
.
ด้านชาวบ้านรายหนึ่ง เล่าว่า บ่อน้ำจืดจุดที่พบหินดังกล่าว มีตำนานเล่าสืบทอดกันมาว่า ในพื้นที่ตำบลหนองทะเลหมู่ 2 และหมู่ 3 มีลักษณะคล้ายตัวพญานาคนอนทอดกาย ซึ่งชาวบ้านไทยมุสลิมเรียกกันว่า "โต๊ะนาค" ดินแดนแห่งนี้ถือเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ในพื้นที่จะมีการเรียกสถานที่ตามลักษณะตัวพญานาคที่นอนทอดกาย ซึ่งมีชื่อว่า เขาหงอนนาค คือจุดชมวิว 360 องศา เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯเขาหงอนนาค เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ถัดลงมาเป็นบ้านทับแขก ม.3 ต.หนองทะล ติดกับหาดทับแขก
.
จะมีบ่อน้ำจืดใกล้ทะเลที่ไม่มีวันแห่ง และลึกจนยั้งถึงไม่ถึง เรียกกันว่าสะดือนาค ส่วนจุดที่นายสุชานนท์ สุเหร็น ไปเจอวัตถุดังกล่าวอยูในพื้นที่ม.2 บ้านท่านาค ต.หนองทะเล จะเรียกกันว่า แหลมหางนาค เป็นที่ตั้งของพระตำหนัก และค่ายทหาร
.
ชาวบ้านคนดังกล่าว เล่าอีกว่า ตำนานที่เล่ากันมาว่า ในอดีตมีพญานาคมากินน้ำที่บ่อดังกล่าว แล้วเกิดทำเล็บหรือเกล็ดหลุดตกไปในบ่อดังกล่าว เชื่อว่าสิ่งที่นายสุชานนท์ สุเหร็น เก็บมาได้นั้นเป็นเล็บพญานาคที่ทำหลุดไว้ ซึ่งก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่เล่าสืบต่อกันมา
.
เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint