โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The Fast & The Furious Tokyo Drift จากภาคที่ไม่มีใครชอบ สู่ภาคที่มีแต่คนรัก

INN News

เผยแพร่ 22 ก.ค. 2566 เวลา 07.00 น. • INN News

The Fast & The Furious Tokyo Driftเรียกได้ว่าหากใครเป็นคนที่ชอบรถสวยๆ หนังเรื่องนี้ย่อมอยู่ใน Top Tier หนังแข่งรถในดวงใจคุณแน่นอน แม้จะมีการเดินทางมาแล้วถึงภาคที่ 10 แต่ทำไมภาคนี้กลับยังได้รับการพูดถึงอยู่ในปัจจุบัน วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบใน The Fast & The Furious Tokyo Drift จากภาคที่ไม่มีใครชอบ สู่ภาคที่มีแต่คนรัก

The Fast & The Furious : Tokyo Drift ภาคที่ 3 ของแฟรนไชส์รถซิ่ง โจรกรรม และวงการใต้ดิน โดยมีตัวเอกเป็นฌอน บอสเวลล์(รับบทโดย ลูคัส แบล็ก) เด็กหนุ่มหัวรั้นยอมหักไม่ยอมงอ ที่ถูกแม่ส่งมาดัดสันดานกับพ่อที่ญี่ปุ่น แต่ต้องมาพัวพันกับวงการมาเฟีย ทำให้เขาต้องใช้ความเร็วในการแก้ปัญหาอีกครั้ง

หนังเรื่องนี้ก็แทบเป็นสูตรสำเร็จของหนังคนสู้ชีวิตกับความเร็ว ที่แทบจะเดาตอนจบของเรื่องได้ว่าจะออกมาทิศทางไหน แต่เรื่องนี้กลับมีเสน่ห์หลายๆอย่าง เพราะเนื้อหาไม่ได้แบนราบขนาดนั้น และนำเสนอวัฒนธรรมญี่ปุ่นออกมาได้อย่างน่าสนใจ กลายเป็นภาคที่อาจไม่ถูกใจนักวิจารย์ แต่กลับมีแต่คนรัก

“แล้วทำไมภาคนี้ถึงไปอยู่ในใจใครหลายคนได้ล่ะ?”

ตัวละครที่มีมิติ

ณอน บอสเวลล์ตัวเอกของเรื่องที่ต้องมาใช้ชีวิตในแดนอาทิตย์อุทัย ชาวต่างชาติที่ต้องปรับตัวเรียนรู้ไปกับวัฒนธรรมต่างๆที่เขาไม่คุ้นเคย ได้พบเจอกับมิตรและศัตรูที่เข้ามาหาเขา(บางครั้งก็แกว่งเท้าหาเสี้ยนเสียมากกว่า) แต่ด้วยความที่เนื้อเรื่องนำเสนอให้ตัวเอกเป็นเด็กมัธยมปลาย ความเฮฮาของเด็กวัยคะนองจึงเหมือนเป็นสีสันอีกอย่างหนึ่งของเรื่องนี้ พร้อมกับมุกตลกที่สอดแทรกในแต่ละช่วงได้อย่างพอเหมาพอเจาะ

ทวิงกี้ ตัวละครที่พาตัวเอกของเรื่องเข้าสู่โลกขาซิ่งญี่ปุ่น ด้วยความที่เป็นคนต่างถิ่นเหมือนกันเขาจึงเป็นเพื่อนคนแรกของฌอน เป็นคนที่ช่วยเหลือในยามลำบาก อีกทั้งยังเป็นพ่อค้าขายของสารพัดสิ่ง ช่วยเพิ่มเสียงหัวเราะของเรื่องให้ดูสนุกมากขึ้น

ฮาน การปรากฎตัวครั้งแรกของเขาในจักรวาลความแรง เป็นลูกพี่ที่คอยช่วยเหลือพระเอกอีกคนหนึ่ง ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าพี่แกภาคนี้ไม่รู้จะเท่ห์ไปไหน มาดของคนพูดน้อยต่อยหนัก ใจถึงพึ่งได้ พร้อมกับรถคู่ใจ Mazda RX-7 สีส้มตัดดำที่ดึงดูดทุกสายตา ขอบอกเลยว่าเท่ห์สุดใจ กลายเป็นอีกหนึ่งคาแรคเตอร์ที่มีคนพูดถึงมากที่สุดในแฟรนไชส์ Fast & Furious

เนื้อหาย่อยง่ายจับต้องได้

ด้วยความที่ภาคนี้สเกลของตัวละครยังเป็นเด็กหนุ่มมัธยมปลาย พร้อมเนื้อหาย่อยง่ายไม่ได้มีความซับซ้อน ระเบิดภูเขา ซิ่งเข้าอวกาศแบบภาคใหม่ๆ มันเลยดูเข้าถึงง่าย เพียงแค่ซิ่งรถไปบนท้องถนน ที่ต้องตัดสินกันด้วยเทคนิคและความเร็ว แถมฉากซิ่งรถต่างๆ ก็ยังทำได้ดูสมจริง และตื่นเต้นอีกต่างหาก ทำเอาผู้ชมลุ้นตัวโก่ง และสนุกไปกับเนื้อเรื่องได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ภาคของการแข่งรถ

ภาค Tokyo Drift เป็นหนังภาคเดียวของแฟรนไชส์ ที่เน้นเรื่องการแข่งรถจริงๆ ไม่ได้เป็นหนังโจรกรรมที่มีพื้นหลังเป็นฉากซิ่งรถแบบภาคอื่นๆ

หัวใจหลักของภาคนี้ไม่ได้ใช้เพียงแค่ความเร็วเท่านั้น แต่จะใช้การ“ดริฟต์”เทคนิคการเข้าโค้งที่ปล่อยล้อหมุนบดไปกับพื้นถนน พ่นควันโพยพุ่งออกมา ขับรถแทรกตัวผ่านช่องแคบๆ แบบไร้รอยขีดข่วน ต่างจากภาคอื่นที่แข่งเป็นทางตรงใช้ความแรงของเครื่องยนต์เป็นหลัก แต่การดริฟต์ต้องอาศัยทักษะและเทคนิคของผู้ขับออกมา

นี่จึงเป็นเสน่ห์ของหนังที่เป็นจุดเด่นสุด ๆ ของภาคนี้ และสิ่งที่น่าสนใจคือหนังพยายามชี้ให้เห็นความพยายามในการฝึกฝนเพื่อพัฒนาการดริฟต์ จากมือใหม่หัดดริฟต์กลายเป็นDrift Kingให้ได้

รถสวยปลุกกระแส JDM

ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาคนี้เป็นภาคที่มีรถสวยๆแต่งซิ่งออกมาให้เห็นอยู่เต็มไปหมด แถมกระแสรถ JDM(รถซิ่งจากญี่ปุ่น)กำลังมาแรงในปัจจุบัน และรถที่ปรากฎในเรื่องหลายๆคันก็กลายเป็น Iconic ในตำนานความเร็วเพราะหนังเรื่องนี้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น

Mazda RX-7

Nissan 350z

Mitsubishi Lancer Evolution IX

Soundtrack ยอดเยี่ยม

“I wonder if you know how they live in Tokyo” ผลงานเพลงจาก Teriyaki Boyz บอกเลยว่าเพลงนี้ฟังแล้วอยากโยกหัวส่ายเอวขั้นสุด แม้เวลาจะผ่านไปนานขนาดไหนซาวด์นี้ก็ยังฟังดูใหม่อยู่เสมอ และยังมีอีกหลายๆ Soundtrack ที่ฟังแล้วมันช่างเข้ากับฉากนั้นซะเหลือเกิน ไม่ว่าจะฉากแข่งรถ หรือฉากโชว์รถสวยๆ ซาวด์ในเรื่องนี้ก็เป็นตัวช่วยชั้นดีที่ทำให้มีอารมณ์ร่วมกับหนังมากขึ้น

End Credit สุดประทับใจ

ฉาก End Credit ภาคนี้ก็ทำได้อย่างดีเยี่ยมกับการเอา โดมินิค โทเรตโต (รับบทโดย วิน ดีเซล) ตัวละครหลักจากภาคแรกกลับมาปรากฎตัว เชื่อมจักรวาลภาค Tokyo Drift เข้ากับเฟรนไชส์ซึ่งฉากนี้พี่ดอมแกเองก็เท่ห์มากๆ แถมเพลงประกอบฉากก็ติดหูสุดๆ

แม้จะเป็นภาคที่ไม่มีนักแสดงหลักจาก 2 ภาคแรก ทำให้ภาคนี้กลายเป็นภาคที่ประสบความสำเร็จด้านรายได้น้อยที่สุด ทำเงินไป 157 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 62.3 ล้านเหรียญฯ แต่ยอดขายจากแผ่นซีดี และกระแสตอบรับจากแฟนๆก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจทำให้แฟรนไชส์เรื่องนี้ได้ไปต่อ กลายเป็นภาคที่มีคนพูดถึงมากมาย แม้เวลาจะผ่านไปมากกว่า 17 ปีแล้วก็ตาม

ก่อนจากไปขอฝากเพลง End Credit ของพี่ดอมเค้าสักหน่อยแล้วกัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...