คำผกา จี้ก้าวไกล แถลงคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาล จะรอดหรือร่วง บอกปชช.ให้ชัด
คำผกา จี้ก้าวไกล แถลงคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาล จะรอดหรือร่วง บอกประชาชนให้ชัด แนะ 'พิธา' ออกมาชี้แจงปมถูกกล่าวหาหลายกรณี
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. 2566 ข่าวสดออนไลน์ จัดรายการ "ข่าวจบ คนไม่จบ" ดำเนินรายการโดย อั๋น ภูวนาท คุนผลิน และแขก ลักขณา ปันวิชัย หรือ คำ ผกา ในหัวข้อ"เพื่อไทยยอมถอยประธานสภา เปิดดีลใหม่ยังจับ 'ก้าวไกล' ตั้งรัฐบาล"
คำ ผกา กล่าวว่า เขาทำ MOU กัน พรรคเพื่อไทยเสนอว่า ถ้าพรรคก้าวไกลได้ตำแหน่งนายกฯ เพื่อไทยขอตำแหน่งประธานสภา พรรคก้าวไกลบอกว่าขอไปปรึกษาคนในพรรคก่อน แล้วเดี๋ยวกลับมาหารือกันอีกรอบนึง ทั้งสองพรรคต่างฝ่ายต่างมีคณะเจรจา
คำ ผกา กล่าวต่อว่า ล่าสุดวันที่ 27 มิ.ย. พรรคเพื่อไทยบอกว่า พรรคก้าวไกลเห็นว่า พรรคเพื่อไทยควรจะเคารพธรรมเนียมที่พรรคที่ชนะอันดับ 1 ต้องได้ทั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และประธานสภา แต่คนเอาไปโคว้ตว่า เพื่อไทยยอมรับตำแหน่งประธานสภา 2 คน และเอาตำแหน่งประธานสภากับนายกฯ ให้ก้าวไกล
คำ ผกา กล่าวอีกว่า จริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยบอกว่า พรรคก้าวไกลเสนอให้พรรคเพื่อไทยเคารพหลักการว่าพรรคที่ชนะอันดับ 1 ควรนั่งตำแหน่งนายกฯ และประธานสภา แต่พรรคเพื่อไทยขอเอาสิ่งนี้มาคุยกับสมาชิกพรรคก่อนแล้วการคุยกับสมาชิกพรรคก็ตรงกับการสัมมนาพรรค แล้วมีคุณอดิศรออกมาบอกว่าเราจะไม่ยอม เพื่อไทยก็มีศักดิ์ศรี แล้วมีการประชุมกันในพรรค
คำ ผกา กล่าวต่อว่า สิ่งที่คุณอดิศรพูด และคนในพรรคเพื่อไทยพูด ก็ถูกเอาไปปั่นว่า เพื่อไทยกินรวบอำนาจ เพื่อไทยกระหายตำแหน่ง เพื่อไทยก็ออกมาบอกว่าจะไปขอคุยกันก่อนว่าข้อสรุปว่าในพรรคจะเอายังไงกัน เพราะในพรรคก็เห็นไม่ตรงกัน เช่น คุณจาตุรนต์เห็นว่า ควรให้ก้าวไกลทั้ง 2 ตำแหน่ง คุณอดิศรก็บอกว่าเราต้องได้ประธานสภา เพราะเสียงเราต่างกันแค่ 10 ที่นั่ง
คำ ผกา กล่าวอีกว่า วันที่ 27 มิ.ย. พรรคเพื่อไทยประชุมเสร็จก็ออกมาแถลงข่าวว่า ได้ข้อสรุปแล้ว เราจะไม่ถอย เราจะยืนยันตามที่ยื่นในการประชุม MOU ครั้งที่ 1 แล้ววันที่ 29 มิ.ย. ที่มีการเจรจากัน เราจะเอาข้อเสนอนี้ไปคุยกับพรรคก้าวไกล ตามที่นัดกันไว้ในวันที่ 29 มิ.ย. แต่พรรคเพื่อไทยก็โดนด่า ทั้งที่ยังไม่ใช่ข้อสรุปของทั้ง 2 พรรค
คำ ผกา กล่าวต่อว่า ปรากฏว่ากลางดึกประมาณ 5 ทุ่ม วันที่ 27 มิ.ย. ก้าวไกลขอเลื่อนนัดการเจรจาในวันที่ 29 มิ.ย. จากนั้นช่วงเช้าวันที่ 28 มิ.ย. พรรคก้าวไกลก็ประกาศว่าจะเสนอนายปดิพัทธ์ สันติภาดา เป็นประธานสภา สุดท้ายมีข้อสรุปออกมาว่าจะเจรจาวันที่ 2 ก.ค. ซึ่งวันที่ 3 ก.ค. มีรัฐพิธี แล้ววันที่ 4 ก.ค. เปิดสภา
คำ ผกา กล่าวอีกว่า ซึ่งปรากฏว่าเมื่อคืนวันที่ 29 มิ.ย. ก็มีข่าวจากแหล่งข่าวไม่ปรากฏชื่อว่า เพื่อไทยจะถอย เอาตำแหน่งรองประธานสภา 2 ตำแหน่ง โดยมีเงื่อนไขคือ ถ้าพิธาไม่สำเร็จในการหาเสียง 376 เสียงโหวตให้ตัวเองเป็นนายกฯ จัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ ก้าวไกลจะยอมให้เพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทย ทำให้คนด่าเพื่อไทย กลายเป็นตำบลกระสุนตก จากแหล่งข่าวที่ไม่รู้ว่าเป็นใครและมาจากไหน
คำ ผกา กล่าวต่อว่า เวลาที่เกิดความเสียหาย ไม่ได้เกิดความเสียหายที่พรรคเพื่อไทย แต่มันเกิดคามเสียหายที่ชะตากรรมของคนไทย ว่าตกลงจะปิดสวิตช์ ส.ว.สำเร็จกี่โมง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จกี่โมง ถ้าจ้องจะเชื่อแต่ข่าวปั่น บางทีเวลาดูคอมเมนเตเตอร์ในรายการข่าว เช็กประวัติกันนิดนึง ขอตั้งคำถามที่สำคัญว่า ตอนนี้คุณพิธาควรจะออกมานั่งสบตาประชาชนได้แล้ว เหลือเวลาอีก 4 วันจะเปิดสภา ความคืบหน้าในการดีลกับ ส.ว.ของคุณไปถึงไหน
"ขอเรียกร้องให้พรรคก้าวไกลในฐานะที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและส่งคุณพิธาเป็นแคนดิเดตนายกฯ คุณจะต้องเปิดพรรคตั้งโต๊ะแถลงว่า ขอยืนยันกับประชาชนว่า ความสัมพันธ์ของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยไม่ได้ร้าวฉานอย่างที่สื่อเอาไปลือกัน เรามีคณะทำงานทำงานด้วยกันทุกวัน ขอให้หยุดการใส่ร้ายป้ายสีพรรคเพื่อไทย ถ้ายังมีการใส่ร้ายป้ายสีพรรคเพื่อไทยอยู่ สุขภาวะของพรรคร่วมรัฐบาลตะอ่อนแอลง แล้วสุขภาวะของพรรคฝั่งตรงข้ามจะเข้มแข็งขึ้น"
คำ ผกา กล่าวต่อว่า วันนี้ความคืบหน้าในการเจรจากับส.ว.ที่จะโหวตให้คุณพิธาเป็นนายกฯ มีความคืบหน้าอย่างไร มีอุปสรรคอะไร และถ้าไม่มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จ ก็ต้องบอกว่ามีแนวโน้มไม่ประสบความสำเร็จ คุณต้องเอาความจริงมาพูด ในวันที่มีการโหวตายกฯ แนวโน้มว่าเราจะได้หรือจะร่วง ออกมาพูดให้ชัดๆ แล้วข่าวลือพวกนี้จะปั่นไม่ขึ้น ถ้าเราร่วงด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ แผนบี แผนซีของเราคืออะไร แต่ไม่ว่าจะเป็นแผนอะไร สถานะของพรรคร่วม 8 พรรค ยังคงราบรื่นและมั่นคง เราสามารถยืนพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
คำ ผกา กล่าวอีกว่า ทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยสามารถพูดได้ชัดๆ ว่า โดยธรรมชาติ 2 พรรคเป็นคู่แข่งกัน แล้วเรามีแนวคิดไม่ตรงกันเลยแม้แต่เรื่องเดียว เรื่องที่เราเห็นตรงกันมีแค่ 1 เรื่อง คือปิดสวิตช์ ส.ว. ต่อต้านรัฐประหารในทุกเงื่อนไข และต้องการให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย
คำ ผกา กล่าวต่อว่า สิ่งที่หมอชลน่านพูดไม่มีอะไรผิด อยากออกแทบตายก็ออกไม่ได้ เพราะมีเสียงของประชาชนสั่งให้ 2 พรรคจับมือกันไปปิดสวิตช์ ส.ว. งงว่าดีดดิ้นอะไรกันกับคำว่าคลุมถุงชน โดยธรรมชาติของ 2 พรรคนี้ไม่มีวันจะรักกัน แต่ 141 กับ 151 เป็นเสียงสวรรค์สั่งมา และสวรรค์นั้นคือประชาชน การที่ผลการเลือกตั้งออกมาแบบนี้ เพราะต้องการให้ 2 พรรค ร่วมมือกันปิดสวิตช์ ส.ว. ประชาชนอาจยังไม่ไว้ใจพรรคใดพรรคหนึ่งให้มีอำนาจเยอะๆ จึงเฉลี่ยอำนาจไว้กับ 2 พรรค แล้วให้ 2 พรรคนี้มัดกันไปปิดสวิตช์ ส.ว.
อั๋น กล่าวว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกพรรคเพื่อไทยหรือพรรคก้าวไกลไม่ต้องมานั่งด่ากันเองในสภาวะนี้ แล้วก็ระแวงกันจนมโน เชื่อสิว่าเขาตกลงกันได้ ต่อให้เขาเห็นต่างกันในที่สุดเขาจะตกลงกันได้ เพราะเขามีจุดหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าร่วมกันอยู่ เชื่อมั่นว่าเขาจะจับมือกัน เมื่อถึงเวลาเขาต้องหาจุดร่วมเพื่อเป็นมติพรรค
คำ ผกา กล่าวว่าส่วนกรณีที่จะเสนอชื่อพิธาไปเรื่อยๆ จนกว่า ส.ว.จะหมดวาระ การที่คุณเสนอไปเรื่อยๆ จน ส.ว.หมดวาระ แล้วไม่มีนายกฯ มาเลือก ส.ว. เขาก็จะรักษาการณ์ไปเรื่อยๆ ประยุทธ์ ก็จะรักษาการณ์ไปเรื่อยๆ
"พรรคก้าวไกลต้องออกมาพูดอะไรบ้าง มันเหลือเวลาอีก 3 วัน คุณเป็นพรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะทำเป็นพระเอก ไม่ดราม่า ไม่พูดเยอะไม่ได้ ตอนนี้มีข่าวโจมตีคุณพิธาทุกวัน คุณพิธาต้องออกมายืนยันว่าอะไรบ้างที่ไม่จริง เรื่องขายที่ปราณบุรีไม่มีอะไรซับซ้อนเกินกว่าที่พิธาจะอธิบาย พอมันถูกเอาไปปั่นก็ต้องออกมาพูด"
คำผกา กล่าวต่อว่า อะไรที่ออกมาชี้แจงหรือสร้างความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งแปลว่าจะเพิ่มความชอบธรรมให้คุณในเวลาที่คุณจะไปดีลกับ ส.ว.ที่จะมายกมือให้
https://www.youtube.com/watch?v=8U9c1oW9ZQY