DIF แจงละเอียดยิบ ไขทุกข้อข้องใจ... เกิดอะไรใน DIF ?
#DIF #ทันหุ้น - บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF แจ้งว่าปัจจุบันการดำเนินงานของกองทุนรวมในเรื่องของการจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานของกองทุนรวมกับกลุ่มผู้เช่าหลักของกองทุนรวม (กลุ่มทรู นั้นยังเป็นไปตามสัญญาที่เปิดเผยต่อผู้ลงทุนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
ตามที่ได้มีประเด็นข่าวเกี่ยวกับกองทุนรวมนั้น กองทุนรวมได้มีการนำเสนอข้อมูลในที่ประชุมสามัญผู้ถือหน่วยลงทุนประจำปี 2566และได้มีการเผยแพร่รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหน่วยลงทุน ประจำปี 2566ทางเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 2พฤษภาคม 2566 เป็นต้นมา โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถดาวน์โหลดเอกสารของกองทุนรวม ได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่https://www.scbam.com/medias/fund-doc/minutes_annual/DIF.pdf
กองทุนรวมชี้แจงตามประเด็นข่าวที่เกิดขึ้น โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหน่วยลงทุนประจำปี 2566 ดังนี้
1. ผู้ถือหน่วย DIF จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี 10% เพราะอายุครบ 10ปีแล้ว (ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานการประชุม วาระที่ 1 คำถามที่ 5 และ วาระที่ 3 คำถามที่ 5)
คำถาม - สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สิ้นสุดลงแล้ว นโยบายการจ่ายเงินปันผลจะเป็นอย่างไร?
คำตอบ - ประธานชี้แจงเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยกองทุนรวมได้จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2556สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ทางรัฐบาลให้เกี่ยวกับการยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย ร้อยละ 10 สิ้นสุดลงไปในรอบการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ในปี 2565ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนรายย่อย หรือที่เป็นบุคคลธรรมดา ดังนั้น ปัจจุบันลักษณะสิทธิประโยชน์ทางภาษีของ DIF จะกลับไปเป็นเหมือนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการหักภาษี
คำถาม - การได้รับยกเว้นภาษีเงินปันผล สำหรับบุคคลธรรมดาเป็นระยะ 10 ปีนั้น ขอให้อธิบายเพิ่มเติม
คำตอบ - สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาที่ได้รับยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับเงินปันผลนั้น ตามประกาศของกรมสรรพากรได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า สิทธิประโยชน์ทางภาษี 10 ปี นับจากวันที่จัดตั้งกองทุน ซึ่งกองทุนรวม DIF ได้จัดตั้งขึ้นในปี 2556 ดังนั้น สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะสิ้นสุดลงในปี 2565 ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นการนับระยะเวลาตามปีปฏิทิน
2.มีโอกาสที่ DTAC จะยกเลิกสัญญาเช่าเสากับ DIF ที่จะหมดอายุ 31มี.ค.67 และ TRUE อาจยกเลิกการใช้ DIF ไปใช้เสา DTAC แทน (ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานการประชุม วาระที่ 1 คำถามที่ 3)
คำถาม - มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่หลังจาก Synergy แล้ว มีการลดค่าใช้จ่าย จะกระทบต่อโครงสร้างรายได้ของ DIF อย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ที่ทรูจะไปใช้เครือข่าย share กันกับดีแทค ทำให้ทรูมาเช่ากองทุนน้อยลง ส่งผลให้รายได้ลดลง และการจ่ายเงินปันผลก็จะลดลงไปด้วย มีความเป็นไปได้หรือไม่?
คำตอบ - ปัจจุบันทางกองทุนมีทรูเป็นผู้เช่าหลัก สัดส่วนรายได้ที่กองทุนได้รับจากทรู เป็นสัดส่วนร้อยละ 97โดยประมาณ โดยกองทุนรวมมีสัญญาเช่ระยะยาวกับกลุ่มทรู ซึ่งสัญญาเช่าจะสิ้นสุดในปี 2576ซึ่งยังมีระยะเวลาคงเหลืออีก 10 ปี ดังนั้นสัดส่วนรายได้ร้อยละ 97ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง และยังสามารถปรับเพิ่มขึ้นตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาเช่า สำหรับในส่วนของดีแทค และผู้เช่ารายอื่น ๆ ปัจจุบันมีการเช่าเสาของกองทุนรวม คิดเป็นสัดส่วนรายได้ร้อยละ 3 ของรายได้รวมของกองทุนรวม
ดังนั้น ในกรณีที่มีการควบรวมกันระหว่างทรูและดีแทค ในแง่ของกลยุทธ์ของทั้ง 2 บริษัท อาจจะมีการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งถ้าดีแทคมีการไปใช้ใน site ในส่วนที่ทรูเช่ากองทุน DIF อยู่และยังมีการใช้ไม่เต็ม capacity ที่เช่า กล่าวคือมีการจ่ายค่าเช่ามากกว่าที่กลุ่มทรูใช้จริง ก็มีโอกาสที่ทางดีแทคจะย้ายไปใช้กับทรูในส่วนที่เหลือ
ทางกองทุนได้มีการคำนวณ ในกรณีที่ดีแทคหยุดการเช่าใช้เสาของกองทุน โดยลดการเช่าใช้จนเหลือศูนย์ จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของกองทุนหรือส่งผลต่อเงินปันผลที่ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับลดลงประมาณ3 สตางค์ต่อปี (0.03 บาท) ทั้งนี้เป็นผลกระทบในแง่ของการรวมเพื่อลดค่าใช้จ่าย และก่อให้เกิดประสิทธิภาพของกลุ่มบริษัทใหม่ระหว่างทรูและดีแทค
อย่างไรก็ตาม ในมุมของกองทุนรวมมองว่า ในแง่ของดีแทค ก็มีเสาโทรคมนาคมที่ดีแทคเป็นเจ้าของอยู่ ดังนั้นมีโอกาสที่บริษัทใหม่ที่รวมกันแล้วอาจจะพิจารณาที่จะนำเสามาระดมทุนผ่านกองทุนอย่างเช่นที่ทรูมีการลงทุนในอดีต โดยกองทุนรวมมีการลงทุนเพิ่มเติมมาแล้วทั้งหมด 4ครั้ง จึงมีโอกาสที่กองทุนรวมจะได้ลงทุนในทรัพย์สินของดีแทคเพิ่มเติมได้ เนื่องจากทีมบริหารของทั้ง 2 บริษัท รวมเป็นทีมบริหารจัดการเดียวกัน
3. การปรับโครงสร้างเงินกู้เป็น Float rate ทำให้ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น (ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานการประชุม วาระที่ 1 คำถามที่ 11)
คำถาม - โครงสร้างเงินกู้ของกองทุนซึ่งเป็น Float Rate นั้น และจากปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน ธปท. ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยมาแล้ว 1.25% และต่อไปถ้าอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นทุก ๆ 25 basis point จะกระทบต่อเงินปันผลอย่างไร?
คำตอบ - การปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยโดยทุก ๆ 25 basis point ที่เพิ่มขึ้นจะกระทบต่อภาระการจ่ายดอกเบี้ยของกองทุนคิดเป็นประมาณ 70 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อเงินปันผล 0.0066 บาทต่อปี
4. กองทุนต้องทยอยคืนหนี้สิน กดดันการจ่ายปันผล (ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานการประชุม วาระที่ 2 คำถามที่ 3และคำถามที่ 4)
คำถาม - ในส่วนของเงินกู้เมื่อครบกำหนดแล้ว กองทุนจะใช้เงินส่วนไหนมาคืน จะมีการเพิ่มทุนเพื่อชำระคืนเงินกู้หรือไม่
คำตอบ - เงินกู้ยืมจำนวนประมาณ 20,000 ล้านบาทของกองทุน ซึ่งเป็นเงินกู้ยืมระยะเวลา 5 ปี และกองทุนทยอยชำระคืนเงินต้นในแต่ละปี โดยในรอบที่มีการเจรจาล่าสุดเมื่อปลายปี 2565 กองทุนจะทยอยชำระคืนเงินต้นคิดเป็นร้อยละ 20ของวงเงินกู้ยืมที่เหลืออยู่ โดยเงินกู้ยืมนี้เป็นภาระของกองทุนที่จะต้องนำเงินมาใช้คืน ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ทางเลือก ทางเลือกแรกกองทุนนำเงินจากกระแสเงินสดที่ได้รับจากค่าเช่า กล่าวคือ หากดูผลการดำเนินของกองทุนที่นำเสนอในที่ประชุม ใน 1 ปี กองทุนมีกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 12,000 ล้านบาท
ดังนั้น กองทุนจะพยายามเจรจาขยายระยะเวลาการกู้ยืมในลักษณะเดิมเมื่อครบกำหนด 5 ปี และทยอยชำระคืนเงินต้นไปเรื่อย ๆ แต่หากในกรณีที่เจรจากับสถาบันการเงินต่อไม่ได้ ในส่วนของกองทุนมีความจำเป็นที่อาจจะต้องใช้เงินได้ที่เกิดขึ้นเพื่อชำระคืน หมายความว่า หากภาระเงินกู้ยืมของกองทุนสิ้นสุดลงแล้ว ในปีถัด ๆ ไป กองทุนจะไม่มีภาระต้องชำระคืนเงินกู้ยืมอีก
ทางเลือกที่สอง ตามที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสอบถามว่าจะต้องเพิ่มทุนเพื่อมาชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณา 2 ส่วน โดยส่วนแรกในส่วนของการเพิ่มทุน กับต้นทุนของผู้ถือหน่วยเอง กับต้นทุนที่กองทุนจะสามารถประหยัดได้มากน้อยแค่ไหนในการที่ให้ท่านผู้ถือหน่วยเพิ่มทุนมาเพื่อชำระคืนเงินกู้ ซึ่งในกรณีนี้กองทุนจะต้องขอมติผู้ถือหน่วยลงทุน และนำเสนอสำนักงาน ก.ล.ต. เกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติม
คำถาม - ในกรณีที่นำรายได้ของกองทุนไปชำระคืนเงินกู้ แสดงว่าปีที่ต้องจ่ายเงินกู้ หรืองวดที่ต้องจ่ายเงินกู้ เงินปันผลที่ได้รับจะลดลง ใช่หรือไม่
คำตอบ - ประธานชี้แจงว่า ผู้ถือหน่วยลงทุนเข้าใจถูกต้อง โดยตามที่ได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ สำหรับสัญญาเงินกู้ที่กองทุนเพิ่งรีไฟแนนซ์ไป ได้มีการตกลงกับผู้ให้สินเชื่อว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปี จะมีการทยอยคืนเงินต้นรวมแล้วประมาณร้อยละ 20ดังนั้นในแต่ละปี กองทุนจะมีการประกาศการกันเงินสำรองเพื่อชำระคืนเงินกู้ไว้เพื่อแจ้งต่อผู้ถือหน่วยให้รับทราบว่าในแต่ละปีการกันสำรองเพื่อชำระคืนเงินต้นของกองทุนเป็นจำนวนเท่าไร
มุมมองโบรกเกอร์
“DIF ราคาร่วง โบรกฯ มองมีความเสี่ยง DTAC ยกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด” https://thunhoon.com/article/274929
"DIF 'เมย์แบงก์' แนะ “ซื้อ” รับเงินปันผลสูง-หน่วยลงทุนถูก" https://thunhoon.com/article/274912
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1