โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แท่งไฟในคอนเสิร์ต ทำไมเปลี่ยนสีได้ ใครอยู่เบื้องหลัง ใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง

BT Beartai

อัพเดต 22 ก.พ. 2568 เวลา 05.03 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2568 เวลา 04.36 น.
แท่งไฟในคอนเสิร์ต ทำไมเปลี่ยนสีได้ ใครอยู่เบื้องหลัง ใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง

ทุกคนหรือใครที่เคยไปคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีเคยสงสัยกันไหมว่า ‘แท่งไฟ (Light Stick)’ หรือที่หลาย ๆ คนเรียกกันว่า ‘บง’ เปลี่ยนสีได้ยังไง ทำงานยังไง โดยที่บางครั้งไม่ต้องเชื่อมต่ออะไร แค่เปิดก็สามารถเปลี่ยนสีได้ มีเทคโนโลยีอะไรอยู่เบื้องหลัง ที่ทำให้แท่งไฟเป็นหมื่น ๆ แท่ง สามารถเปลี่ยนสีได้

แท่งไฟคืออะไร ?

แท่งไฟ (Light Stick) หรือ บง (봉) เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงกลุ่มแฟนคลับของวงใดวงหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะที่เฉพาะตัวตามคอนเซปต์ของวง ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ สี หรือแม้กระทั่งดีไซน์ของแท่งไฟเองก็ตาม ถือเป็นอุปกรณ์ที่แฟนคลับส่วนมากต้องมี โดยเฉพาะเมื่อไปคอนเสิร์ตก็จะใช้แท่งไฟโบกตามจังหวะเพลง โบกเมื่อมีโมเมนต์ที่ประทับใจ หรือโบกเพื่อเป็นการเชียร์อัปศิลปิน ซึ่งสีแท่งไฟจะเปลี่ยนไปตามที่ผู้ควบคุมกำหนด เพื่อเพิ่มอรรถรสให้กับแฟนคลับและศิลปินในคอนเสิร์ต

IG : ohmyohmy._.gor

ความหมายของแท่งไฟ

สำหรับแฟนคลับแล้ว แท่งไฟถือว่าเป็นตัวแทนของการเชื่อมโยงระหว่างศิลปินและแฟนคลับ รวมถึงออกแบบแท่งไฟที่มักจะออกแบบให้สอดคล้องกับคอนเซปต์และโทนสีของวง เพื่อสะท้อนตัวตนของศิลปิน โดยแท่งไฟเองไม่ว่าจะใช้ในคอนเสิร์ต หรือวางโชว์ไว้ที่บ้าน มันก็คือสัญลักษณ์ของการเป็นแฟนคลับ สื่อถึงความชื่นชอบและความรักที่มีต่อศิลปิน

จุดเริ่มต้นของการเชียร์

ในช่วงก่อนที่จะมีแท่งไฟ วง K-POP จะใช้สีเป็นอัตลักษณ์ของวง ทำให้แฟนคลับเลือกใช้เสื้อกันฝน หรือลูกโป่งเป็นอุปกรณ์หลักในการเชียร์และแสดงออกถึงความชื่นชอบ ซึ่งมีความลำบากในการเคลื่อนไหวร่างกาย รวมไปถึงสภาพอากาศที่อาจไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดเป็นแท่งไฟสีธรรมดาที่มีสีตามสีของวง

ซีนคอนเสิร์ต H.O.T จาก Reply 1997

จุดเปลี่ยนแปลงของการมาเป็นแท่งไฟในปัจจุบัน

ในช่วงปี 2006 “G-Dragon” หนึ่งในสมาชิกวง BIGBANG ได้แนวคิดในการเปลี่ยนแท่งไฟธรรมดาให้กลายเป็นแท่งไฟที่มีลักษณะเฉพาะตัวของวงที่ โดยมีชื่อว่า แบงบง (BANG BONG) มีด้ามจับสีดำ ออกแบบตรงดวงไฟเป็นรูปมงกุฎ หลังจากนั้นแนวคิดนี้ก็เริ่มส่งผลกับวงอื่น ๆ ทำให้มีการออกแบบแท่งไฟตามอัตลักษณ์ของแต่ละวงเช่นเดียวกัน และได้รับความนิยมเรื่อยมา

ปัจจุบันแท่งไฟของแต่ละวงมีการออกเวอร์ชันใหม่มาตลอด เพื่ออัปเกรดการใช้งานในคอนเสิร์ต โดยสามารถเชื่อมต่อบลูทูทผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ พร้อมกรอกข้อมูลที่นั่งในคอนเสิร์ต และข้อมูลก็จะถูกส่งต่อให้กับทีมงานที่ควบคุมแผงไฟในคอนเสิร์ต จนทำให้เกิดเป็นแสงสีและลวดลายต่าง ๆ ในคอนเสิร์ตอย่างที่ทุกคนเคยเห็นกัน

Koreaboo.com

ส่วนประกอบของแท่งไฟ

  • หัวแท่งไฟ
    เป็นส่วนบนของแท่งไฟที่ออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละวง อาจมีโลโก้ของวง สัญลักษณ์ หรือดีไซน์พิเศษ เช่น รูปมงกุฎของวง BIGBANG, หัวค้อนของวง BLACKPINK, หัวเพชรของวง TREASURE และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งผลิตจากพลาสติกโปร่งแสง เพื่อให้แสงไฟจากหลอด LED ส่องผ่านได้
  • หลอดไฟ LED
    เป็นหลอดไฟที่อยู่ในหัวแท่งไฟ โดยปัจจุบันสามารถเปลี่ยนสีได้หลายเฉด ซึ่งนอกจากช่วยสร้างสีสันแล้วยังมีเอฟเฟกต์กะพริบตามจังหวะเพลงได้อีกด้วย
  • ด้ามจับ
    เป็นส่วนที่ใช้จับขณะโบกแท่งไฟ มีปุ่มควบคุม เช่น ปุ่มเปิด-ปิด, ปุ่มเปลี่ยนโหมดไฟ-เปลี่ยนสีไฟ บางรุ่นมีช่องใส่สายคล้องข้อมือเพื่อป้องกันการตก
  • แบตเตอรี่
    แท่งไฟส่วนมากใช้ถ่านขนาด AA, AAA หรือบางรุ่นสามารถชาร์จผ่าน USB Type-C ได้
  • ชิป Bluetooth, RFID และ RF
    เป็นตัวช่วยบันทึกข้อมูลแท่งไฟ ใช้ควบคุมแท่งไฟ และเชื่อมต่อแท่งไฟกับแอปพลิเคชัน
  • สายคล้อง
    ใช้คล้องข้อมือ เพื่อป้องกันแท่งไฟหลุดมือ บางวงมีดีไซน์เฉพาะ เช่นมีโลโก้ของวงอยู่บนสาย
  • แอปพลิเคชัน
    เมื่อซื้อแท่งไฟมา ผู้ใช้จะต้องโหลดแอปพลิเคชันของแท่งไฟนั้น ๆ เพื่อใช้เชื่อมต่อ ตั้งค่าแท่งไฟ อัปเดตเฟิร์มแวร์ หรือลงทะเบียนที่นั่งในคอนเสิร์ต เพื่อให้แท่งไฟซิงก์กับระบบของทีมงาน

การควบคุมแท่งไฟในคอนเสิร์ต

@changbinnoona

“OP shared how Nachimbongs are synced during a lightsticks and the colors are changed manually according to the songs in real-time!” caption ©️ straykidsindiaa (on ig) OP > pinksoulll #nachimbong #straykidsconcert #straykids

♬ District 9 – Stray Kids

บางคนอาจเคยเห็นคลิปวิดีโอที่ทีมงานกำลังควบคุมการทำงานของแท่งไฟในคอนเสิร์ต นั่นคือตำแหน่ง Operation Manager, Fanlight ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดการและควบคุมการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้แท่งไฟ ต้องมีความสามารถในการวางแผน การจัดการ และการประสานงานที่ดี โดยจะใช้โปรแกรม Centralized Light Control ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับการควบคุมแท่งไฟในคอนเสิร์ต เพื่อให้แท่งไฟสามารถเปลี่ยนสี กะพริบ หรือแสดงเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ได้อย่างพร้อมเพรียงแบบเรียลไทม์

การทำงานของแท่งไฟ มีด้วยกัน 2 แบบ

  • แบบอัตโนมัติ
    คือเมื่อเข้าคอนเสิร์ต แฟนคลับจะต้องเปิดการใช้งานของแท่งไฟ หลังจากนั้นแท่งไฟจะซิงก์กับแผงควบคุมไฟแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องเชื่อมต่อผ่านบลูทูทในมือถือ เพราะในแท่งไฟจะมีสิ่งที่เรียกว่า RFID (Radio Frequency Indentification) หรือการระบุเอกลักษณ์ด้วยคลื่นวิทยุ ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมต่อไร้สายที่จะทำงานก็ต่อเมื่ออยู่ในบริเวณที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งก็คือภายในฮอลล์คอนเสิร์ตนั่นเอง
  • แบบเชื่อมต่อบลูทูทผ่านแอปพลิเคชันในมือถือล่วงหน้า
    คือการเชื่อมต่อแท่งไฟกับแอปฯ และกรอกข้อมูลที่นั่งในคอนเสิร์ตให้ครบถ้วน เมื่ออยู่ในบริเวณคอนเสิร์ตแล้วให้เปิดการใช้งานของแท่งไฟในโหมดคอนเสิร์ต เพื่อซิงก์ข้อมูลกับแผงควบคุมไฟ เนื่องจากในแท่งไฟมี RF (Radio Frequency) หรือความถี่วิทยุ เป็นตัวส่งข้อมูลแบบไร้สายไปยังเครื่องควบคุมแผงไฟของทีมงาน ทำให้ควบคุมแท่งไฟของแฟนคลับทุกคนที่ลงทะเบียนไว้และอยู่ในบริเวณที่กำหนดได้ โดยจะมีความแม่นยำมากกว่าการใช้ RFID สามารถเปลี่ยนเอฟเฟกต์แบบเรียลไทม์ได้ และมีลูกเล่นหลากหลายแบบ

สมัยนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ศิลปิน K-POP เท่านั้นที่มีแท่งไฟประจำวง แต่ศิลปินไทยเองก็มีเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น เจฟ ซาเตอร์, บิวกิ้น พุฒิพงศ์, พีพี กฤษฏ์ หรือแม้กระทั่งนักแสดงซีรีส์ อย่าง เจมิไนน์-โฟร์ท, จิมมี่-ซี, ฟอส-บุ๊ค และอีกหลาย ๆ คน ซึ่งถือว่าแท่งไฟเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมในการเชียร์ศิลปินหรือนักแสดงเลยก็ว่าได้

แต่นอกจากแท่งไฟแล้ว ยังมีคอนเสิร์ตอีกมากมายที่ใช้อุปกรณ์อื่นเพื่อสร้างอรรถรสในการรับชมให้กับแฟน ๆ ไม่ว่าจะเป็นริสแบนด์เรืองแสง กระบองลม หรือแท่งไฟธรรมดาที่แจกฟรีให้กับแฟน ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกแล้วว่า นอกจากระบบแสง สี เสียงของโปรดักชันแล้ว การที่มีแสงสีจากแท่งไฟ หรืออุปกรณ์เชียร์ของแฟนคลับในคอนเสิร์ต สามารถสร้างบรรยากาศ สร้างความสุข และความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับแฟน ๆ และศิลปินที่อยู่ในคอนเสิร์ตได้เป็นอย่างดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...