บัว Gelboys กับความโดดเดี่ยวซึมลึกของเด็กที่โหยหาการถูกมองเห็น
นอกจากความสัมพันธ์สุดปวดหัวของเหล่าวัยรุ่นเล็บเจลแล้ว ในแต่ละอีพีของ Gelboys ซีรีส์จะพาเราไปเห็นบ้านและครอบครัวของแต่ละคนด้วยเสมอ และในบรรดา 4 ตัวละครหลัก เราพบว่า ‘บ้าน’ ของบัว แม้จะเต็มไปด้วยแสงสี ผู้คน และกลุ่มควัน แต่กลับดูเป็นบ้านที่ชวนเหงาและโดดเดี่ยวยิ่งกว่าบ้านของเชียรที่ถูกเล่าให้เป็นหนุ่มคนเหงาในเมืองใหญ่เสียอีก
ถึงแม้เชียรจะไม่ได้อยู่ร่วมบ้านกับพ่อแม่ในทางกายภาพ แต่พวกเขาก็ยังคงติดต่อสื่อสารกันผ่านวิดิโอคอลอยู่เนืองๆ แต่ขณะที่บัวนั้นตัวอยู่กับที่บ้านก็จริง แต่ความใกล้ชิดกันกลับดูเบาบางยิ่งกว่าการสื่อสารทางไกลหลายเท่า
และเหมือนคนดูก็ได้คำตอบกลายๆ ว่าทำไมบัวถึงอยู่กับมือถือแทบจะตลอดเวลา ทำไมถึงทุ่มใจกับการทำติ๊กต่อกขนาดนั้น และทำไมบัวถึงทนไม่ได้กับการที่เชียรจะห่างออกไป และไม่ได้มาทำคอนเทนต์เต้นด้วยกันอีกแล้ว เพราะพี่ชายคนนี้เป็นกุญแจหลักของโลกใบสำคัญที่ทำให้บัวได้ถูกมองเห็นขึ้นมาบ้าง และโดยไม่รู้ตัว เชียรจึงกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตบัวไปแล้วแม้จะไม่ใช่ในฐานะคนรักก็ตาม และเมื่อเชียรหายไปจากคอนเทนต์เต้นคู่ซึ่งทำให้การถูกมองเห็นลดลง เด็กอายุ 15 คนหนึ่งก็ย่อมต้องรู้สึกสับสนและทนไม่ไหวเป็นธรรมดา
และการที่บัวพยายามทำให้เชียรกลับมาเป็นเหมือนเดิมอาจดูงี่เง่าเอาแต่ใจ แต่นั่นไม่ใช่แค่เพราะความหวงก้างหรืออยากกั๊กไว้แน่ๆ แต่เพราะบัวรู้ว่ากำลังจะต้องสูญเสียการถูกมองเห็นจากคนดูทางติ๊กต่อก และการถูกซัพพอร์ตอย่างเข้าใจโดยเชียร และมากไปกว่านี้ เพราะสิ่งเหล่านี้ที่บัวต้องการ เขาไม่เคยได้รับมันที่บ้านของตัวเองเลย เชียรจึงอาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้บัวยังได้รู้สึกผูกพันเชื่อมโยงกับพื้นที่ปลอดภัยของเขาอย่างติ๊กต่อกได้บ้าง
บ้านของบัวเป็นร้านกัญชาในถนนข้าวสารที่มีแขกต่างชาติเต็มร้านแทบจะตลอดเวลา บัวมีแม่สองคน คนหนึ่งพร้อมจะเต้นติ๊กต่อกไปกับเขา แต่ก็ไม่สามารถรับเขาไปอยู่ด้วยได้ ส่วนแม่อีกคนยอมให้บัวอยู่ด้วย แต่วันวันหนึ่งแม่แทบไม่เคยสนใจบัวมากไปกว่าการดูแลร้าน ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวกับความจริงเกี่ยวกับครอบครัวของเขาที่บัวเองรับรู้มาตั้งแต่ชั้นอนุบาล และแม้กระทั่งตอนไปโรงเรียน บัวก็อยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ ที่ต่างคนต่างก้มหน้าดูโทรศัพท์แถมยังเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามมากกว่าบัวอีกหลายเท่า เวลาอยู่ด้วยกันจึงดูเหมือนแต่ละคนก็วุ่นอยู่แต่กับโลกโซเชียลฯ ของตัวเอง ไม่ต่างกับตอนอยู่ที่บ้าน
ในเมื่อบ้านก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่น โรงเรียนก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงการมีคุณค่าในตัวเองขนาดนั้น เราจึงได้เห็นบัวมักเตร็ดเตร่อยู่ในสยาม และเลือกจะใช้เวลากับผู้คนและสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกมีตัวตน มีคุณค่า และถูกมองเห็น และแม้ภายนอกบัวจะดูเฟียร์ส เข้มแข็ง แต่เรากลับรู้สึกได้ว่าข้างในลึกๆ บัวกำลังเปราะบางและพร้อมจะแตกสลายอยู่ตลอดเวลา
และใช่หรือไม่ว่า เด็กวัยรุ่นจำนวนมากก็กำลังเผชิญสภาวะแบบบัวอยู่เหมือนกัน
โซเชียลมีเดียอาจเป็นพื้นที่แห่งอิสรเสรีและทำให้ใครหลายคนรู้สึกถึงการมีตัวตน แต่ขณะเดียวกันเราต่างก็รู้ว่ามันคือโลกอีกใบที่โหดร้าย เพราะการรับรู้ถึงคุณค่าของตัวเองนั้นล้วนแต่ขึ้นอยู่กับคนอื่นๆ คนที่เข้ามาเพิ่มยอดวิวให้ คนที่มากดไลค์ คนที่มาคอมเมนต์ ฯลฯ และวันหนึ่งเมื่อจำนวนยอดเหล่านั้นน้อยลง หรือมีคอมเมนต์ที่บั่นทอนจิตใจเข้ามา โซเชียลมีเดียอาจไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขาอีกต่อไป และจะแย่แค่ไหนหากมองออกไปนอกหน้าจอ ก็ยังไม่มีพื้นที่อบอุ่นหรือปลอดภัยสำหรับพวกเขาอยู่ดี