Tesla สะเทือน! เจ้าของรถ แห่ Trade in พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ หลังมัสก์รับตำแหน่งในรัฐบาลทรัมป์
Tesla สะเทือน! เจ้าของรถ แห่ Trade in พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ หลังมัสก์รับตำแหน่งในรัฐบาลทรัมป์ ฉุดความนิยมในตลาดรถ EV และราคาหุ้นที่ร่วงต่อเนื่อง
วันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 07.38 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ยอดการนำรถเทสลา ไป Trade in เพื่อซื้อรถยี่ห้ออื่นพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมีนาคม 2568 ตามรายงานจากเว็บไซต์ซื้อขายรถชื่อดัง Edmunds ซึ่งระบุว่านี่เป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกได้นับตั้งแต่เปิดให้บริการ
ข้อมูลชี้ว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าของกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล Government Efficiency (DOGE) ภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนมกราคม 2568 ซึ่งเป็นบทบาทที่เปิดทางให้เขาปรับลดขนาดหน่วยงานภาครัฐ และเข้าถึงข้อมูลลับของรัฐบาลกลาง สร้างเสียงวิจารณ์ในวงกว้าง และตามมาด้วยการฟ้องร้องหลายกรณี
แม้ อีลอน มัสก์ จะเคยสนับสนุนการเลือกตั้งทรัมป์ด้วยเงินราว 290 ล้านดอลลาร์ และทำให้ราคาหุ้นTesla พุ่งในช่วงปลายปี 2567 แต่หลังจากเขาเริ่มมีบทบาทในรัฐบาล ราคาหุ้นกลับร่วงลงกว่า 42% ตั้งแต่ต้นปีนี้
Tesla ต้องเผชิญกับแรงต้านที่รุนแรงมากขึ้น ทั้งการประท้วงในหลายประเทศ เหตุเผาทำลายโชว์รูมและสถานีชาร์จรถ รวมถึงการโจมตีเชิงสัญลักษณ์จากผู้บริโภค ในแง่ตลาด Tesla กำลังเสียส่วนแบ่งให้กับคู่แข่งที่กำลังเร่งขยายตลาดรถ EV โดยข้อมูลจาก S&P Global Mobility ระบุว่ายอดขายของ Tesla ในสหรัฐลดลง 11% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ Ford, Chevrolet และ Volkswagen มียอดขาย EV เพิ่มขึ้น
Jessica Caldwell หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์จาก Edmunds วิเคราะห์ว่า “ผู้บริโภคที่เคยภักดีต่อ Tesla เริ่มลังเล เปิดโอกาสให้แบรนด์อื่นที่มีราคาน่าสนใจ เทคโนโลยีใหม่ หรือภาพลักษณ์ไม่ดราม่า แย่งชิงส่วนแบ่งได้มากขึ้น”
การสำรวจของ Edmunds เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 พบว่ามีเพียง 2% ของผู้บริโภคในสหรัฐที่ไม่รู้จักอีลอน มัสก์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแบรนด์Tesla ผูกกับตัวบุคคลมากกว่าบริษัทไหน ๆ
ทั้งนี้ความสนใจของผู้บริโภคต่อรถTesla รุ่นใหม่บนเว็บไซต์ Edmunds ลดลงอย่างชัดเจน โดยเดือนกุมภาพันธ์ 2568 มียอดค้นหาต่ำที่สุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2565 แม้เคยพุ่งสูงสุดในเดือนพฤศจิกายนปีก่อน นอกจากนี้บริษัทวิเคราะห์แบรนด์ Brand Finance รายงานว่ามูลค่าแบรนด์ของTesla ลดลง 26% หรือราว 15,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2567 ซึ่งถือเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 2
อ้างอิง : cnbc.com