โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

DUSIT พลิกที่ดินกว่า 20 ไร่ ผุดโครงการดุสิต อจารา หัวหิน ที่พักไฮเอนด์ มูลค่า 2,000 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 มี.ค. 2568 เวลา 17.02 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2568 เวลา 04.38 น.

DUSIT พลิกที่ดินกว่า 20 ไร่ ติดโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ผุดโครงการดุสิต อจารา ที่พักระดับไฮเอนด์ มูลค่า 2,000 ล้านบาท ตอกเสาเข็มปี 69

วันที่ 19 มี.ค. 2568 บมจ.ดุสิตธานี (DUSIT) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัท ดุสิต อจารา หัวหิน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย อยู่ระหว่างเตรียมพัฒนาโครงการที่พักอาศัย (residences) บนที่ดินจำนวน 20 ไร่ 20 ตารางวา ริมถนนเพชรเกษม อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

โดยที่ดินดังกล่าว เป็นที่ดินที่ต่อเนื่องกับที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน และมีชื่อโครงการว่า ดุสิต อจารา หัวหิน

สำหรับโครงการดุสิต อจารา หัวหิน เป็นโครงการที่พักอาศัยระดับบน (high end) ที่ออกแบบมุ่งเน้นความเป็นอยู่ที่ดี (well-being) โดยมีแนวคิดการอยู่อาศัยสำหรับลูกค้าทุกช่วงวัยในพื้นที่เดียวกัน (multi-generational living)และก่อสร้างโดยใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการดังกล่าวมีมูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเริ่มขายในปีนี้โดยมีสำนักงานขายตั้งอยู่ในที่ตั้งของโครงการ และการก่อสร้างจะเริ่มประมาณปี 2569

DUSIT ระบุว่า แหล่งเงินทุนหลักสำหรับใช้ในโครงการดังกล่าวมาจากรายได้จากการขายและสินเชื่อโครงการ (project finance) โครงการดุสิต อจารา หัวหิน เป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทในการขยายหน่วยธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท และการใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์เต็มที่ (maximizing asset utilization)

[caption id="attachment_161899" align="aligncenter" width="750"]

DUSIT

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)[/caption]

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มดุสิตธานีวางยุทธศาสตร์ 3 ประการ ได้แก่ สร้างสมดุล สร้างการเติบโต และกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ โดยปรับพอร์ตธุรกิจเพื่อสร้างสมดุลให้ธุรกิจ ไม่พึ่งพาธุรกิจใดมากเกินไปและไม่ยึดติดกับรูปแบบธุรกิจแบบเดิมๆแต่เติมรูปแบบธุรกิจใหม่ๆเข้ามาด้วย

ไม่ใช่แค่ขยายการเติบโตการให้บริการจาก 8 ประเทศเป็น 20 ประเทศ แต่ดุสิตธานียังต้องการขยายการตอบโจทย์คนทุกเซกเมนต์และแตกยอดเพื่อให้มีความหลากหลายทางธุรกิจ โดยเพิ่มสายธุรกิจอีก 2 สายคือ “ดุสิต ฟู้ด”และ “ดุสิต เรียลเอสเตส” จากเดิมที่มีเพียง2 ธุรกิจหลักคือธุรกิจโรงแรมและการศึกษา

“ดุสิต เรียลเอสเตส เป็ธุรกิจที่ต่อยอดออกมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เพราะโรงแรมและ พร็อพเพอร์ตี้ที่เราดูแลปัจจุบันเกือบ 300 แห่ง เราเป็นเจ้าของ 11 แห่งที่เหลือเป็นการบริหาร เทรนด์ที่เราเห็นคือ พร็อพเพอร์ตี้ ที่เรารับบริหารมีความต้องการที่จะพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ร่วมไปด้วย เพราะฉนั้นเราจำเป็นจะต้องทำตัวเองให้เข้าใจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าได้”

ในส่วนของ Real Estate โครงการแรกก็คือ Dusit Central Park มิกซ์ยูส ที่ประกอบไปด้วยโรงแรม โรงแรมระดับ 5 ดาว“ดุสิตธานี กรุงเทพ” ,ที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ พื้นที่สำนักงานพรีเมี่ยม ศูนย์การค้า ,รูฟพาร์ค สวนลอยฟ้า บนพื้นที่ 23 ไร่

“เราไม่ได้มาจากสายอสังหาริมทรัพย์ แต่มาจากสายการให้บริการหรือฮอสพิทาลิตี้ ดังนั้นเราจึงตีความการเป็นอยู่ที่เป็นวิถีแบบใหม่หรือลักซัวรี่ไลฟ์สไตล์ โดยสร้างที่อยู่อาศัยแบบ Hi-end ที่มีเวลเนสซึ่งล้อไปกับเทรนด์การเป็นอยู่ที่ดี ภายใต้คอนเซ็ปต์ของ Branded Residence ที่จะอยู่กับผู้ซื้อตลอดไป โดยนำฮอสพิทาลิตี้มาบริการผู้ซื้อ-คนอยู่อาศัย รวมไปถึงการออกแบบดีไซน์ที่ลงตัวพอดีไม่มากไม่น้อยเกินไป สุดท้ายเราใส่การดูแลสัตว์เลี้ยงเข้ามาในโครงการและทั้งหมดจะอยู่ภายใต้ ECO friendly”

จาก Branded Residence โปรเจ๊กต์แรกอย่าง Dusit Central Park แล้วดุสิตธานียังต่อยอดพัฒนาโปรเจ๊กต์ที่ 2 เรสซิเดนซ์ ระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี “ดุสิต อจารา หัวหิน” (Dusit Ajara Hua Hin) มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท ในรูปแบบที่พักอาศัย Low Rise บนพื้นที่ 20 ไร่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Multi-generational Living” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน จำนวน 96 ยูนิต และเสริมด้วย Branded Residences สไตล์ The Only Thai Branded Residences

“เราต้องการนำแลนด์แบงก์ที่เหลืออยู่ 20 ไร่ของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ขณะเดียวกันก็จะใช้ Hospitality service Team ของโรงแรมดุสิตธานีหัวหินมาให้บริการที่ดีแก่ลูกบ้าน

ประกอบกับหัวหินมีประวัติศาสตร์ยาวนานเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว มีความพยายามพัฒนาเมืองให้เป็น Smart City และพัฒนาสนามบินให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวซึ่งหัวหินติดอันดับ 4 ของเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อน เพราะฉนั้นเรามองว่าหัวหินมี Potentialในการทำเรสซิเดนซ์ ระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี”

ทั้งนี้ “ดุสิต อจารา หัวหิน” เป็นโครงการแบบ Leasehold หรือการเช่าแบบระยะยาว 30ปี+30ปี ปัจจุบันยังไม่ได้เคาะราคาเปิดตัวแต่คาดว่าเป็นราคาระดับเดียวกับตลาด Branded ราวๆ 2-2.5 แสนบาท/ตรม. เบื้องต้นตั้งเป้าเจาะตลาดลูกค้าคนไทย 60%และต่างชาติ 40% ซึ่งปัจจุบันลูกค้าต่างชาติของดุสิตธานีเป็นกลุ่มสแกนดิเนเวียและยุโรปเป็นหลัก

โดยจะเปิด Sales Galleryและพรีเซลล์ในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงกลางปี 2026 และแล้วเสร็จในปี 2028

“เศรษฐกิจทั่วโลกปัจจุบันมีความไม่แน่นอนสูง เพราะฉะนั้นเราจะต้องระมัดระวังในการลงทุน โดยลงทุนให้ตรงตามจังหวะของกลุ่มธุรกิจในพอร์ต ปัจจุบันดุสิตธานีใช้เงินจำนวนมากในการลงทุนโครงการ Dusit Central Park ดังนั้นเราจึงต้องรอให้โครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดภายในกลางปี 2026 ก่อนที่จะเริ่มก่อสร้าง “ดุสิต อจารา หัวหิน” อย่างเต็มที่กลางปีหน้า เพื่อไม่ให้กระทบแคลชโฟว์ของบริษัทมากนัก

เป้าหมายในการทำโครงการนี้คือตอบโจทย์คนทุกวัย เราไม่มีเป้าหมายทำราคานิวไฮที่สุดในหัวหินแต่เป็นราคาที่สมเหตุ สมผล แต่โดยปกติแล้ว Branded Residences มีราคาสูงกว่า แพงกว่า Non-Branded Residences อยู่แล้ว ในส่วนของ cam fees หรือส่วนกลางค่าบริการไม่ต่างจากมาตราฐานตลาดทั่วไปคือราวๆ 100-150บาทต่อตรม.”

ด้าน ณัฐภาณุ์ ศรียุกต์สิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิต เอสเตท จำกัด กล่าวเสริมว่า โครงการ “ดุสิต อจารา หัวหิน” เป็นไปตามแผนพัฒนาพื้นที่ด้านหน้าของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ขนาด 20 ไร่ เป็นที่พักอาศัยเป็นแบบ ‘Low Rise, Low Density’ ที่นำเสนอความเป็น ‘Multi-generational Living’ ให้ทุกช่วงวัยในครอบครัวสามารถอยู่อาศัยร่วมกัน

โดยเป็นโครงการแบบ Leasehold หรือการเช่าแบบระยะยาว ประกอบไปด้วย 7 อาคาร แบ่งเป็นอาคาร 3 ชั้น จำนวน 4 อาคาร และอาคาร 6 ชั้น จำนวน 3 อาคาร รวมทั้งสิ้น 96 ยูนิต โดยยูนิตจะมีขนาดตั้งแต่ 1 ห้องนอน ขนาด 70 - 90 ตารางเมตร 2 ห้องนอน ขนาด 120 - 180 ตารางเมตร 3 ห้องนอน ขนาด 250 ตารางเมตร และเพนท์เฮ้าส์ ซึ่งในทุกอาคารได้ออกแบบให้บริเวณยูนิตชั้น 1 มีพื้นที่สวนสีเขียวส่วนตัว ขนาด 25 - 35 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่จอดรถติดกับที่พักอาศัย

พร้อมพื้นที่สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกระดับเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ Main Courtyard สวนกลางบ้าน โซนไลฟ์สไตล์กลางแจ้ง สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ สนามเด็กเล่น ห้องนั่งเล่น ห้องเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ห้องรับประทานอาหาร พื้นที่สำหรับคลับเฮ้าส์ทั้งในร่มและกลางแจ้ง พร้อมสวนทรอปิคอลมากกว่า 60% ของพื้นที่โครงการ

และบริการ Branded Residences สไตล์ The Only Thai Branded Residences ที่เป็นจุดแข็งของการบริการแบบ Gracious Hospitality ระดับเวิลด์คลาส ผู้อยู่อาศัยสามารถเรียกใช้บริการระดับโรงแรม 5 ดาว ได้จาก ดุสิต ฮอสพิตัลลิตี้ เซอร์วิสเซส ผ่านบริการ Concierge 24 ชั่วโมง บริการแม่บ้านทำความสะอาดที่พักอาศัย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง และกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ และสิทธิประโยชน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ Dusit Gold Platinum ที่สามารถใช้บริการโรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิตธานีที่ร่วมสิทธิ์ทั่วโลก”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...