โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เช็กลิสต์ โมบายแบงกิ้ง-เบอร์มือถือ ชื่อไม่ตรงกัน ต้องทำยังไงต่อ ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.พ. 2568 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2568 เวลา 07.43 น.

รัฐกำหนดมาตรการ ผู้ใช้โมบายแบงกิ้ง-เบอร์มือถือ ชื่อเจ้าของต้องตรงกัน กรณีได้แจ้งเตือนให้ปรับปรุงข้อมูล จะต้องทำอย่างไร มีกรณีไหนขอยกเว้นได้ รวมรายละเอียดไว้ที่นี่

ตามที่รัฐบาล โดยกระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกำหนดมาตรการการดำเนินการตรวจสอบรายชื่อเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์มือถือ และเจ้าของบัญชีธนาคาร Mobile Banking หรือการ Cleaning Mobile Banking เพื่อให้ชื่อผู้ใช้งานโมบายแบงกิ้ง ตรงกับชื่อเจ้าของซิมหมายเลขโทรศัพท์มือถือ

ขณะเดียวกัน หลายธนาคารได้มีการประชาสัมพันธ์มาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระบุว่า ธนาคารจะมีการแจ้งเตือนลูกค้าที่ใช้งานโมบายแบงกิ้ง และชื่อเจ้าของเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ใช้งาน ไม่ตรงกับชื่อผู้ใช้งานโมบายแบงกิ้ง เพื่อให้ดำเนินการปรับปรุงข้อมูล และยืนยันความเป็นเจ้าของเบอร์มือถือให้ตรงกับชื่อผู้ใช้งานโมบายแบงกิ้ง ตามมาตรการที่กระทรวงดีอีกำหนด

กลายเป็นประเด็นที่หลาย ๆ คนกังวลต่อไปว่า หากได้รับแจ้งเตือนว่าข้อมูลไม่ตรงกัน จะต้องทำยังไง และหากไม่จัดการ ไม่ดำเนินการอะไรเลย จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนผู้ใช้โมบายแบงกิ้งเช็กลิสต์พร้อมวิธีเช็ก ชื่อเจ้าของเบอร์มือถือ ตรงกันหรือไม่ แล้วต้องทำยังไง

เริ่มต้น วิธีเช็กเบื้องต้น

ผู้ที่ต้องการตรวจสอบเบื้องต้นว่า ชื่อผู้ใช้โมบายแบงกิ้ง และชื่อเจ้าของเบอร์มือถือ ตรงกันหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธี

กดหมายเลข “*179*หมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก#” แล้วโทร.ออก

จากนั้นจะได้รับข้อความตอบกลับว่า หมายเลขบัตรประชาชน ตรงกับหมายเลขโทรศัพท์มือถือหรือไม่

อีกหนึ่งวิธี คือ ธนาคารแต่ละแห่งจะส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา (ช่วงเวลาแจ้งเตือน โปรดตรวจสอบอย่างละเอียดกับแต่ละธนาคารอีกครั้ง)

ชื่อผู้ใช้โมบายแบงกิ้ง-เจ้าของเบอร์มือถือ ตรงกันหรือไม่ ?

คำถามต่อมา คือ ธนาคารมีการแจ้งเตือนกลับมา ตามช่วงเวลาที่ระบุหรือไม่ ?

หากคำตอบของคุณ คือ ไม่ได้รับการแจ้งเตือนจากธนาคาร ตามช่วงเวลาที่ระบุไว้ แสดงว่า ชื่อผู้ใช้โมบายแบงกิ้ง และเจ้าของเบอร์มือถือนั้น ตรงกัน หรือยังไม่อยู่ในกลุ่มที่ต้องดำเนินการตามมาตรการที่ภาครัฐกำหนด ไม่ต้องดำเนินการใด ๆ และสามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง

แต่หากคำตอบของคุณ คือ ธนาคารมีการแจ้งเตือนให้ดำเนินการปรับปรุง-ยืนยันความเป็นเจ้าของให้ตรงกัน แสดงว่า ต้องดำเนินการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด

ทั้งนี้ กสทช. ผู้ให้บริการโทรคมนาคม สำนักงาน ปปง. ธปท. และธนาคาร ได้ดำเนินการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์จำนวนกว่า 120 ล้านหมายเลข แล้วเสร็จเมื่อสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2567 และได้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มที่ 1 ลูกค้าที่ Telco แจ้งเป็น M (ชื่อเจ้าของซิม และ Mobile Banking ตรงกัน) มีจำนวนประมาณ 75.8 ล้านหมายเลข คิดเป็นร้อยละ 63.02
  • กลุ่มที่ 2 ลูกค้าที่ Telco แจ้งเป็น N (ชื่อเจ้าของซิม และ Mobile Banking ไม่ตรงกัน) มีจำนวนประมาณ 30.9 ล้านหมายเลข คิดเป็นร้อยละ 25.68
  • กลุ่มที่ 3 ลูกค้าที่ Telco แจ้งกลับมาเป็น P (ไม่พบชื่อเจ้าของซิม/ไม่มีข้อมูล) มีจำนวน 13.5 ล้านหมายเลข คิดเป็นร้อยละ 11.29

โดยการดำเนินการตรวจสอบตามมาตรการดังกล่าว จะเริ่มต้นที่ผู้ใช้งาน 2 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่เปิดบัญชีและโมบายแบงกิ้ง ตั้งแต่มกราคม ปี พ.ศ. 2565 ที่ข้อมูล Passport ผู้ถือครองซิมการ์ดโมบายแบงกิ้งกับเจ้าของบัญชีธนาคาร ไม่ตรงกัน

2. กลุ่มลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติที่เปิดบัญชีและโมบายแบงกิ้ง ตั้งแต่มกราคม ปี พ.ศ. 2565 ที่ทาง กสทช.แจ้งว่าปัจจุบันไม่พบข้อมูลผู้ถือครองซิมการ์ด

ชื่อผู้ใช้โมบายแบงกิ้ง-ชื่อเจ้าของเบอร์มือถือ ไม่ตรงกัน ต้องทำยังไง ?

กรณีที่พบว่าข้อมูลชื่อผู้ใช้โมบายแบงกิ้ง และชื่อเจ้าของเบอร์โทรศัพท์มือถือ ไม่ตรงกัน สามารถดำเนินการได้ 2 ทางเลือก ดังนี้

ทางเลือกที่ 1 : เปลี่ยนชื่อเจ้าของเบอร์โทรศัพท์มือถือ โดยติดต่อศูนย์บริการเครือข่ายมือถือ เพื่อให้ข้อมูลตรงกับชื่อบัญชีธนาคาร

ทางเลือกที่ 2 : เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ผูกกับโมบายแบงกิ้ง โดยติดต่อสาขาของธนาคารที่ใช้งานโมบายแบงกิ้ง เพื่อให้ข้อมูลตรงกับชื่อเจ้าของเบอร์โทรศัพท์มือถือ

มีเหตุจำเป็น ขอยกเว้นได้

นอกจากการเปลี่ยนชื่อเจ้าของเบอร์มือถือ การเปลี่ยนเบอร์มือถือที่ผูกกับโมบายแบงกิ้งแล้ว ในบางกรณี สามารถขอยกเว้นมาตรการดังกล่าวได้ โดยสามารถติดต่อสาขาของธนาคาร เพื่อยื่นคำขอเข้ากลุ่มยกเว้น เช่น บุคคลในครอบครัว ผู้ไร้ความสามารถ ผู้เสมือนไร้ความสามารถ ผู้พิการ และกลุ่มนิติบุคคล โดยจะต้องแสดงเอกสารยืนยันตัวตนและเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

กรณีบุคคลในครอบครัว (พ่อ แม่ บุตร ธิดา, พี่ น้อง, ปู่ ย่า ตา ยาย, คู่สมรส (จดทะเบียน))

เอกสารที่ต้องใช้ :

1. เอกสารแสดงความสัมพันธ์ ได้แก่ เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานทางการไทยหรือรัฐในประเทศนั้นออกให้ เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส เป็นต้น

2. เอกสารแสดงความเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ เช่น ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จ ค่าโทรศัพท์ (กรณี Sim แบบเติมเงิน ให้ออกใบกำกับภาษีที่ Shop ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ)

กรณีนิติบุคคล (บริษัทเอกชน หน่วยงานของรัฐ หรือนิติบุคคลอื่นตามกฎหมาย (กรณีที่เบอร์โทรศัพท์มือถือลงทะเบียนในนามนิติบุตตลและให้พนักงานในองค์กรใช้งาน))

เอกสารที่ต้องใช้ :

เอกสารหนังสือรับรองจากบริษัท ที่มีข้อความระบุให้ชัดเจน ดังนี้

  • ระบุชื่อพนักงาน เบอร์โทรศัพท์
  • ระบุข้อความ “อนุญาตให้ใช้เบอร์โทรศัพท์ผูก Mobile Banking”

กรณีผู้ที่ต้องได้รับความดูแลตามกฎหมาย

สำหรับผู้ไร้ความสามารถ ผู้เสมือนไร้ความสามารถ ใช้เอกสารต่อไปนี้

  • เอกสารตามคำสั่งศาล หรือคำสั่งอนุญาตผู้ดูแลหรือผู้อนุบาล

สำหรับผู้พิการ ใช้เอกสารต่อไปนี้

  • บัตรผู้พิการ หรือเอกสารที่หน่วยงานราชการออกให้ หรือเอกสารที่รับรองโดยทางการ

ทั้งนี้ กรณีมีความจำเป็นบางกรณีที่เจ้าของบัญชีไม่สามารถขอยกเว้นได้ด้วยตนเอง เช่น

  • ผู้ป่วยติดเตียง ธนาคารอาจพิจารณาขอเอกสารเพิ่มเติม
  • กรณีที่อยู่ต่างประเทศกำหนดให้มีหนังสือมอบอำนาจเพื่อมาดำเนินการแทน

หากไม่จัดการต่อ จะเกิดอะไรขึ้น ?

ตามมาตรการดังกล่าว กรณีลูกค้าที่ได้รับแจ้ง ต้องดำเนินการอัพเดตข้อมูลชื่อเจ้าของซิม และชื่อผู้ใช้งาน Mobile Banking ให้ตรงกัน ภายในวันที่ 30 เมษายน 2568 หากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด ปปง. ธปท. และ กสทช. จะพิจารณาระงับการใช้งานโมบายแบงกิ้งเป็นการชั่วคราวต่อไป

กรณีของประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้รับการแจ้งผ่านช่องทางโมบายแบงกิ้งของแต่ละธนาคาร ยังไม่ต้องดำเนินการใด ๆ และสามารถใช้งานได้ตามปกติ แม้ชื่อเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์จะไม่ตรงกับเจ้าของโมบายแบงกิ้ง

ข้อมูลจาก กระทรวงดีอี, ธนาคารกรุงไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เช็กลิสต์ โมบายแบงกิ้ง-เบอร์มือถือ ชื่อไม่ตรงกัน ต้องทำยังไงต่อ ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...