โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ร้อง กกต.นับคะแนนใหม่หลังมีบัตรเสียเพียบ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 04 ก.พ. 2568 เวลา 15.57 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2568 เวลา 08.57 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

เชียงใหม่ 4 ก.พ. – อดีตผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ พร้อมผู้สมัคร ส.อบจ. อำเภอดอยสะเก็ด พรรคประชาชน ร้อง กกต. เชียงใหม่ ขอให้มีการนับคะแนนใหม่ หลังมีบัตรเสียกว่า 41,000 ใบ พร้อมตั้งข้อสังเกตความไม่โปร่งใสของการนับคะแนน รวมถึงให้ กกต.พิจารณาระบบนับคะแนนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ อดีตผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ หรือนายก อบจ. พรรคประชาชน พร้อมด้วยนายชนัตถ์ สุทธสุวรรณ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ หรือ ส.อบจ. อำเภอดอยสะเก็ด ยื่นหนังสือร้องเรียน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้มีการนับคะแนนใหม่หลังพบว่ามีบัตรเสียจำนวนมากในการเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนสำนักงาน กกต.เชียงใหม่ มารับหนังสือ

นายพันธุ์อาจ กล่าวภายหลังยื่นหนังสือต่อ กกต.ว่าตนและพรรค รวมทั้งประชาชนจำนวนมาก ได้ตั้งข้อสังเกตถึงจำนวนบัตรเสียที่มีจำนวนมากถึง 41,000 ใบ แม้ตัวเลขบัตรเสียจะเท่ากับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้มีผู้มาเลือกตั้ง เพียงร้อยละ 66 จากครั้งก่อนมาใช้สิทธิ์ ร้อยละ 72 ทำให้เห็นว่าตัวเลขบัตรเสียมีจำนวนสูงขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนด้วยว่ามีการติดป้ายสัญลักษณ์ที่กากบาทแบบถูกต้องและไม่ถูกต้องที่มีจำนวนมากจนประชาชนเกิดความสับสน ส่วนในบางเขตนั้นนับคะแนนโดยขานอย่างรวดเร็วทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ วันนี้จึงขอส่งหนังสืออย่างเป็นทางการให้กับ กกต.เชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบต่อไปและเตรียมยื่นให้กับเขตนั้นๆ ด้วย

โดยคาดหวังว่าการยื่นหนังสือครั้งนี้จะนำไปสู่ กระบวนการที่กระจ่างโปร่งใสต่อไป เพราะวิธีการในการนับคะแนนแบบนี้ อาจไม่สามารถตอบคำภามของประชาชนได้ในปัจจุบันแล้ว ต่อไปในอนาคต กกต.อาจต้องใส่นวัตกรรมบางอย่างเข้าไปดูแลเรื่องนี้ รวมถึงดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะตัวเลขบัตรเสียนั้นไม่ลดลงแถมมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น 4 ปีก่อนเป็นแบบนี้ 4 ปีหลังก็เป็นแบบเดิม คงถึงเวลาที่ กกต.ต้องกลับมาพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร จึงจะมีระบบที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร เป็นโจทย์ที่ กกต.จะต้องไปหารือเพราะไม่อยากให้เป็นการผลักภาระให้กับประชาชนและผู้สมัครอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องวันเลือกตั้งจากวันอาทิตย์เป็นวันเสาร์ที่ส่งผลกระทบกับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอย่างมาก. -719-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...