โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัดเรืองแสง อันซีนอุบลฯ จัดกิจกรรมมาฆบูชา

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 11 ก.พ. 2568 เวลา 18.42 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 11.37 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

อุบลราชธานี 11 ก.พ. – อันซีนอุบลฯ ชมความสวยงามของวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือ “วัดเรืองแสง” จ.อุบลราชธานี มีการจัดงานสัปดาห์ “มาฆบูชาอาเซียน” ณ ถนนสายวัฒนธรรม ด่านช่องเม็ก ฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว ครบรอบ 75 ปี

ช่วงนี้อากาศกำลังดี ประชาชนเดินทางขึ้นไปชมความสวยงามของวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดภูพร้าว หรือ วัดเรืองแสง อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี จำนวนมาก ซึ่งถือเป็นอันซีนของ จ.อุบลราชธานี โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา วันมาฆบูชา ที่วัดมีการจัดงาน รวมถึงมีกิจกรรมพิเศษ ซึ่งกรมการศาสนา ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี จัดงานสัปดาห์ “มาฆบูชาอาเซียน เพื่อส่งเสริมสัมพันธไมตรีกับประเทศอาเซียน ในมิติศาสนาและวัฒนธรรม” ทั้งกิจกรรมสวดมนต์ เวียนเทียน ทำบุญตักบาตร บริเวณถนนสายวัฒนธรรม ด่านช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว ครบรอบ 75 ปี เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา และข้ามไปทอดผ้าป่าสามัคคี 2 แผ่นดิน ที่วัดหลวงปากเซ แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สำหรับวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือ วัดเรืองแสง มีความเชื่อมโยงกับ สปป ลาว เพราะราว พ.ศ. 2495-2498 พระอาจารย์บุญมาก ฐิติปัญโญ เดินทางจากประเทศลาว มาพักปักกลดที่ภูพร้าว ซึ่งอยู่บนหน้าผาสูง ไม่มีชาวบ้านอาศัยอยู่ และให้ชื่อว่า “วัดภูพร้าว” ต่อมาราว พ.ศ. 2516-2517 พระอาจารย์บุญมาก ได้เดินทางกลับไปยังวัดภูมะโรง เมืองจำปาสัก เนื่องจากเกิดความไม่สงบทางการเมืองในประเทศลาว วัดภูพร้าวจึงถูกปล่อยร้างเรื่อยมา เมื่อ พ.ศ. 2535 อำเภอสิรินธรได้แยกตัวออกจากอำเภอพิบูลมังสาหาร จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็น “วัดสิรินธรวราราม” ตามชื่ออำเภอ จน พ.ศ. 2542 พระครูกมลภาวนากร เจ้าอาวาสและผู้บูรณะพัฒนาวัดภูหล่น ต.สงยาง อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ได้เข้ามาบูรณะวัด จนได้รับอนุญาตตั้งวัด เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 ในนาม “วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว” มีเนื้อที่วัดทั้งหมด 15 ไร่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2547

จุดเด่นของวัด คือ อุโบสถที่ผนังภายนอกมีงานพุทธศิลป์รูปต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสง โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการชมต้นไม้เรืองแสง คือ เวลา 18.00-20.00 น. ต้นกัลปพฤกษ์จะเรืองแสงโดดเด่นสะดุดตา สาเหตุที่วัดนี้เรืองแสงได้ เนื่องจากใช้สารเรืองแสง หรือสารฟลูออเรสเซนต์ มีคุณสมบัติรับแสงอาทิตย์ในตอนกลางวัน ตัวอุโบสถมีต้นแบบมาจากวัดเชียงทอง ประเทศลาว และด้วยวัดนี้ตั้งอยู่บนภูเขา จึงกลายเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม มองเห็นทัศนียภาพอ่างเก็บน้ำและจุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...