โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาตินี้ขอวาดแค่แมว! เปิดเซตภาพ ‘หลุยส์ เวน’ ศิลปินผู้ชุบชีวิตโลกสีเทาด้วยน้องเหมียว 4 ขา

a day magazine

อัพเดต 25 ก.พ. 2568 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2568 เวลา 02.57 น. • a day magazine

‘แมว’ สิ่งมีชีวิต 4 ขาหน้าขนที่วันหนึ่งไม่ทำอะไรนอกจากนอนและจ้องจะครองโลก แต่ถึงน่าหมั่นไส้แค่ไหน กลับมีคนอาสาเป็น ‘ทาส’ อย่างเต็มใจ จนเกิดเป็นลัทธิทาสแมวที่แฝงตัวอยู่แทบทุกวงการไม่เว้นแม้กระทั่งโลกของศิลปะ

ถ้าพูดถึงความตัวพ่อเรื่องคลั่งรักแมว‘หลุยส์ เวน’ (Louis Wain) จิตรกรชาวอังกฤษคนนี้ไม่เป็นสองรองใคร ผลงานเกือบทุกชิ้นของเวนมีแมวเป็นตัวเอกของภาพ แต่แทนที่จะวาดรูปเหมือนธรรมดา เขากลับสร้างเอกลักษณ์ให้น้องเหมียวด้วยโทนสีฉูดฉาดและองค์ประกอบภาพที่ใครเห็นก็ต้องหยุดดู

Louis Wain

เวนสร้างลายเซ็นให้ผลงานตัวเองด้วยการใส่อากัปกิริยาของคนเข้าไปในแมว พาเจ้า 4 ขาไปจิบน้ำชา เต้นรำ ล้อมวงสังสรรค์ ประหนึ่งเป็นคนในสังคมชั้นสูง รวมไปถึงผลงานไฮไลต์อย่างเซตภาพ The Kaleidoscope Cats ที่โดดเด่นด้วยลวดลายซับซ้อน สีสันฉูดฉาด และองค์ประกอบเรขาคณิตที่ดูเหนือจริง ว่ากันว่านี่คืองานในบั้นปลายชีวิตของเวน ช่วงที่เขาถูกอาการจิตเวชครอบงำ จากความปวดร้าวในจิตใจถูกถ่ายทอดผ่านผืนผ้าใบจนนำมาสู่สไตล์งาน Psychedelic Art ที่ทรงอิทธิพล

สำหรับเวน แมวไม่ใช่แค่สัตว์ที่เลี้ยงไว้แก้เหงา แต่มันเยียวยาโลกทั้งใบให้กลับมามีสีสัน สร้างชื่อให้เขาในฐานะจิตรกร อยู่กับเขาในลมหายใจสุดท้ายของชีวิต และแม้เขาจะจากไปแล้ว แต่ฉายา Psychedelic Cats ศิลปินผู้คลั่งแมวยังคงอยู่ ถึงขนาดมีการนำชีวประวัติของเขาไปถ่ายทอดในภาพยนตร์เรื่อง The Electrical Life of Louis Wain ในปี 2021 อีกด้วย

ตามไปรู้จักชีวิตที่เกิด แก่ เจ็บ และรักแมวแบบวนลูปของหลุยส์ เวนให้มากขึ้นกันเลย

Louis Wain

Cats are my life’s work - Louis Wain

ปลอบประโลมด้วยแมว

เส้นทางการเป็นตัวพ่อทาสแมวของเวน ไม่ได้ถูกพระเจ้าขีดไว้ตั้งแต่เกิด แต่มันมาจากความบังเอิญในชีวิต ที่พลิกผันทำให้เขาเข้าไปคลุกคลีกับเจ้า 4 ขา จนเกิดเป็นความผูกพันที่ตัดไม่ขาด

หลุยส์ เวน เกิดและเติบโตในประเทศอังกฤษ และเริ่มเข้าสู่วงการศิลปะด้วยการเข้าเรียนใน West London School of Art จากนั้นก็เดินตามเส้นทางศิลปินมาเรื่อยๆ ผลงานในช่วงแรกของเขาเน้นวาดภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ และภาพสัตว์ทั่วๆ ไป โดยที่ไม่มีแมวอยู่ในวงโคจร

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญคือการแต่งงานกับ ‘เอมิลี่ ริชาร์ดสัน’ (Emily Richardson) สาวรุ่นพี่ที่อายุมากกว่าเขา 10 ปี ความรักที่ควรจะราบรื่นกลับมีอุปสรรคเมื่อเอมิลี่ป่วยเป็นวัณโรค ท่ามกลางความโศกเศร้าในโรงพยาบาล เวนได้รับเลี้ยงแมวตัวหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ปีเตอร์’และวาดภาพมันเป็นของขวัญให้กับภรรยาที่นอนป่วย ความน่ารักของแมวในภาพสร้างรอยยิ้มให้กับเอมิลี่ในบั้นปลายของชีวิต

Louis Wain

ถึงแม้ภาพวาดแมวในวันนั้น จะไม่สามารถรักษาชีวิตของภรรยาเขาได้ แต่ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ในเส้นทางศิลปินของเวน เขาสร้างโลกในอุดมคติผ่านแมวที่เป็นตัวเอก พามันทำกิจกรรมที่เหมือนกับมนุษย์ จับเจ้าเหมียวมาร้องเล่น เต้นรำบนผืนผ้าใบ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และสร้างชื่อเสียงให้กับเขาในฐานะศิลปินผู้วาดแมว

แมวที่ไม่ใช่แค่แมว

แมวอาจเป็นสัตว์ 4 ขาจอมหยิ่งสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับหลุยส์ เวน เขามองความไม่สนโลกเหล่านั้นเป็น ‘ความน่าสนใจ’ ทั้งท่าทาง พฤติกรรมที่มองเผินๆ เหมือนจะคาดเดาไม่ได้ แต่ความจริงแล้วมันซ่อนเจตนาที่เราไม่รู้เอาไว้

เวนเชื่อว่าแมวมีอารมณ์และความรู้สึกไม่ต่างจากมนุษย์ นี่จึงเป็นสาเหตุที่เขาใส่บุคลิกของคนเข้าไปในแมว ประกอบกับอิทธิพลของการ์ตูนภาพประกอบในช่วงยุคนั้นที่หนังสือเด็กมักจะให้สัตว์แต่งกายเป็นคนและเป็นตัวดำเนินเรื่อง ทำให้เวนวาดภาพแมวในลักษณะเหมือนมนุษย์ ปกปิดขนนุ่มฟูด้วยชุดสูทตามแฟชั่นยุควิกตอเรีย และเปลี่ยนหน้านิ่งไร้อารมณ์ ให้แสดงความรู้สึกออกมาผ่านดวงตา

Louis Wain

ไม่ว่าจะ The Bachelor Party ปาร์ตี้สละโสดของสุภาพบุรุษแมวที่ล้อเลียนการปาร์ตี้ของเหล่าคุณผู้ชาย, A Kitten’s Christmas Party งานเลี้ยงวันคริสต์มาสของแก๊งเหมียวที่เหล่าแมวยืน 2 ขา เต้นรำทำเพลงกันเหมือนมนุษย์ หรือ The Naughty Kittens ห้องเรียนแมวที่มีนักเรียนตัวแสบกำลังถูกทำโทษ

ภาพวาดของเวนเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ราวกับมันกำลังเล่าเรื่องเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของเหล่าเหมียวให้เราได้เข้าใจ เขาไม่ได้วาดแค่แมวที่เหมือนจริง แต่เลือกที่จะสื่อสารความรู้สึกของพวกมันผ่านลายเส้นที่คล้ายกับการ์ตูน เป็นการผสานความสมจริงเข้ากับโลกแห่งจินตนาการ สร้างแมวในผืนผ้าใบให้เป็นตัวแทนอารมณ์และจิตใจในก้นบึ้งของมนุษย์

ความฉูดฉาดที่แลกมากับอาการป่วย

แม้เซตภาพวาดแมวเสมือนคนของเขา จะสร้างชื่อให้เวนเป็นที่รู้จักในยุคนั้น แต่ในช่วงบั้นปลายของชีวิต จากลายเส้นนุ่มนวลอ่อนโยนเป็นระเบียบ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งทื่อตรงไปตรงมา และถูกละเลงทับด้วยสีสันที่ฉูดฉาดจนราวกับเป็นคนละคนวาด

The Kaleidoscope Cats คือเซตภาพที่เป็นผลมาจากอาการป่วยเป็นโรคจิตเภท (Schizophrenia) ของเวน แมวในโลกอุดมคติกลายเป็นแมว Abstract ที่ไม่มีอยู่จริง เวนเลือกที่จะใช้เรขาคณิตมาเรียงต่อกันให้กลายเป็นภาพแมวที่ซับซ้อน พร้อมสร้างความโดดเด่นด้วยสีสันที่จัดจ้านสะดุดตา

องค์ประกอบของภาพเต็มไปด้วยความสับสน สะท้อนสภาพจิตใจของเขาที่ยุ่งเหยิง ดวงตาของแมวที่เคยยิ้มแย้ม กลับแข็งทื่อและดูเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด พลังงานลบที่ถูกถ่ายทอดออกมา สร้างความขนลุกและอึดอัดให้กับคนที่จ้องมอง

เวนใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายของเขาที่โรงพยาบาลจิตเภท แต่แม้จะป่วยหนักขนาดไหน เขาก็ยังคงจับพู่กันวาดรูปแมว ราวกับมันเป็นเครื่องแสดงอารมณ์ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวของเขา

เซตภาพวาดแมวของเวนอาจเห็นได้ทั่วไปในยุคนี้ แต่ถ้าย้อนกลับไปหลายร้อยปีก่อน ในยุคที่ศิลปะยังคงวนเวียนอยู่กับวิว ทิวทัศน์ และสังคมชนชั้นสูง การที่จิตรกรเลือกที่จะจรดพู่กันวาดภาพ ‘แมว’ สัตว์ที่ชาวอังกฤษในยุควิกตอเรีย (1837 - 1901) มองว่าเป็นลางร้ายนั้น ต้องใช้ความกล้าหลายเท่าตัว

หลุยส์ เวนทำลายกรอบความอคติของคนต่อแมว และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับมัน จากตัวนำโชคร้าย กลายเป็นสัตว์ที่น่ารักน่าเอ็นดู เป็นเพื่อนสนิท 4 ขาของมนุษย์ที่แม้จะมีโลกส่วนตัวไปสักหน่อย แต่ก็ไม่เคยทิ้งเราไปไหน เสน่ห์พิเศษที่ไม่มีสัตว์ไหนในโลกเหมือนนี้เอง ที่ทำให้ลัทธิทาสแมวทรงพลังมาทุกยุคสมัย

I see cats in everything—joy, sadness, and madness.

They are the mirrors of my soul. - Louis Wain

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...