โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไมเนอร์ โฮเทลส์ เล็งเปิด 2 โรงแรมซอฟต์แบรนด์ใหม่ขยายพอร์ต Luxury – Upscale

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 03.15 น.

ไมเนอร์ โฮเทลส์ รีแบรนด์ ลดพึ่งพา Third Party รวบ 8 แบรนด์บน 1 แอปฯ -1 เว็บไซต์ เน้นบริการตรงลูกค้า ควบคู่เปิด Minor PRO เจาะลูกค้า B2B เล็งเปิด 2 ซอฟต์แบรนด์ใหม่เติมพอร์ต Luxury และ Upscale ปูทางการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมเพิ่มขึ้น 300 แห่ง ภายในปี 2570

นายเอียน ดิ ทูลลิโอ (Ian Di Tullio) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ เปิดเผยว่า ไมเนอร์ กำลัง Evolution หรือพัฒนาแบรนด์ภายใต้อัตลักษณ์ใหม่ ให้ทันกับความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งสอดคล้องกับ Digital Transformation และ Dynamic มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไมเนอร์ ไม่ได้ต้องการเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดแต่ต้องการเป็น The Best หรือดีที่สุดในเรื่องของ Hospitarity โดยขยายพอร์ตโฟลิโอมากกว่า 100 โรงแรมภายใต้ 8 แบรนด์ เพื่อรองรับลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลก หัวใจสำคัญคือการสร้าง Relationship

โดยมีโกลสำคัญคือ การรวมโรงแรมในเครือทั้ง 8 แบรนด์ของไมเนอร์ โฮเทลส์ มาไว้ภายใต้แบรนด์หลักซึ่งก็คือ ไมเนอร์ โฮเทลส์ การสร้างรอยัลตี้โปรแกรมที่จะเกิดการ Connect กันบน 1app 1place 1web และ Digital Access เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน

แนวคิดหลักในการปรับโฉมหน้าแบรนด์ใหม่นี้ คือการมอบสิ่งสำคัญที่สุดให้กับแขก ทีมงาน นักลงทุน เจ้าของโรงแรม และพันธมิตรทางธุรกิจ กลยุทธ์ในการรวมโรงแรมในเครือทั้ง 8 แบรนด์ของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ซึ่งได้แก่ อนันตรา (Anantara) อวานี (Avani) เอเลวาน่า คอลเลคชั่น (Elewana Collection) เอ็นเอช (NH) เอ็นเอช คอลเลคชั่น (NH Collection) นาว (nhow) โอ๊คส์ (Oaks) และ ทิโวลี (Tivoli) รวมถึงประสบการณ์การเดินทางอื่น ๆ มาไว้ภายใต้แบรนด์หลักซึ่งก็คือ ไมเนอร์ โฮเทลส์ จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และความโดดเด่นของกลุ่มโรงแรมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในสายตาของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ไมเนอร์ โฮเทลส์

สิ่งแรกที่ผู้ใช้บริการจะได้เห็นคือภาพลักษณ์ใหม่ที่สดใสของไมเนอร์ โฮเทลส์ หัวลูกศรภายในตัวอักษร ‘M’ ในโลโก้ใหม่ เป็นสัญลักษณ์ของทิศทางและการนำทาง ชี้ไปสู่การค้นพบ การเชื่อมต่อ และการผจญภัย พร้อมทั้งสะท้อนบทบาทของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ในการสร้างสรรค์เส้นทางแห่งประสบการณ์ที่มีความหมายสำหรับแขกผู้เข้าพัก อัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ยังเสริมด้วย สีสัน ฟอนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และสไตล์ภาพถ่ายที่สะดุดตา

ลูกค้าจะเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับไมเนอร์ โฮเทลส์ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น แพลตฟอร์มดิจิทัลและมือถือ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการตลาด ช่องทางการขาย และการสื่อสารภายในโรงแรมในเครือ นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ โฉมใหม่ยังจะปรากฏให้เห็นบ่อยขึ้นผ่านการสื่อสารและโฆษณาแบบหลายแบรนด์ ซึ่งใช้พลังของแบรนด์โรงแรมในเครือเพื่อเสริมสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์หลัก

แม้จะมีการปรับโฉมหน้าแบรนด์หลัก แต่โรงแรมในเครือแต่ละแบรนด์จะยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวเดิมเอาไว้ ซึ่งรวมถึงเว็บไซต์และกลยุทธ์ทางการตลาดของตนเอง ขณะเดียวกัน แบรนด์เหล่านี้จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาแบรนด์หลัก ไมเนอร์ โฮเทลส์ ควบคู่ไปด้วย การพัฒนาในครั้งนี้ยังมาพร้อมกับการปรับโครงสร้างแบรนด์

โดยจัดกลุ่มโรงแรมออกเป็นสามระดับ ได้แก่ ลักชัวรี (Luxury) พรีเมียม (Premium) และ เซเลกต์ (Select) เพื่อช่วยให้แขกสามารถเลือกโรงแรมที่เหมาะกับความต้องการของตนเองได้อย่างตรงจุด ทางกลุ่มยังมีแผนขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์โรงแรมเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งแขกผู้เข้าพักและเจ้าของโรงแรม โดยมีแผนจะเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่างน้อยสองแบรนด์ภายในปีนี้ รวมทั้งเป้าหมายขยายโรงแรมครบ 300 แห่งภายในปี 2027 รวมทั้ง New Business หรือการทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆภายใต้ Partnership

“2-3 แบรนด์ใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้จะเป็นโรงแรมในเซกเมนต์ Luxury และ Upscale ในคอนเซ็ปต์ “ซอฟต์แบรนด์” ที่มีความเป็น Independent เน้นการสร้างประสบการณ์ใหม่หรือ Story Telling เช่นการคอลแลบส์กับ ART หรือ Music เพื่อทำให้เกิด Experience ใหม่ ๆ ในการเดินทางหรือการเข้าพักของแขกได้มากขึ้น

ซึ่งปัจจุบัน “ซอฟต์แบรนด์” เป็นตลาดที่น่าจับตามองทั้งในมุมของตลาดและกลุ่มผู้ใช้บริการ ตัวเลข YoY ค่อนข้างสูงถึง 60% แม้ไมเนอร์จะเริ่มจากศูนย์แต่เชื่อว่า 2-3 แบรนด์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นจะมีผลค่อนข้างมากกับการเติบโตในอนาคตอย่างมีนัยยะสำคัญ เบื้องต้นคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในซัมเมอร์นี้”

ไมเนอร์ โฮเทลส์

นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ได้ปรับโฉมหน้าเว็บไซต์ minorhotels.com โดยเปลี่ยนจากเดิมที่เน้นข้อมูลองค์กรและการพัฒนา มาเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคโดยเฉพาะ โดยแขกสามารถจองที่พักจากโรงแรมในเครือกว่า 560 แห่ง รวมถึงค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ได้ครบจบภายในเว็บไซต์เดียว

และยังเปิดตัวแอปพลิเคชันมือถือใหม่ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่รวมทุกแบรนด์ในเครือเข้าไว้ด้วยกันแทนแอปพลิเคชันแยกตามแบรนด์โรงแรม โดยนักเดินทางสามารถใช้แอปฯ Minor Hotels เพื่อทำการจอง จัดการการจอง ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางต่าง ๆ รวมถึงติดต่อทีมโรงแรมและขอรับบริการต่าง ๆ ระหว่างการเข้าพักผ่านแอปพลิเคชันเดียวอีกด้วย

ทางกลุ่มยังจะพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานและเพิ่มความเป็นส่วนตัวบนเว็บไซต์ minorhotels.com และแอปพลิเคชัน Minor Hotels ที่รวมห้องอาหาร สปา และเวลเนส ไว้ด้วยกันกับห้องพักในที่เดียว โดยนำความชอบและข้อเสนอแนะจากลูกค้ามาใช้ในการพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้น

ขณะเดียวกันยังคงมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกผ่านโปรแกรมสะสมคะแนนของกลุ่มพันธมิตรโรงแรมสากล (Global Hotel Alliance: GHA) โดยใช้ชื่อใหม่ Minor DISCOVERY

ซึ่งจะมาแทนโปรแกรมสมาชิกเดิมของแต่ละแบรนด์โรงแรม ได้แก่ Anantara DISCOVERY, Avani DISCOVERY, NH DISCOVERY, Oaks DISCOVERY, Elewana DISCOVERY และ Tivoli DISCOVERY

ไมเนอร์ โฮเทลส์

การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้สมาชิกสามารถเข้าถึงหนึ่งในโปรแกรมสะสมคะแนนของโรงแรมที่โปร่งใสและให้รางวัลคุ้มค่าที่สุดได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น โดยยังคงสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกเหมือนเดิม รวมถึงการได้รับเงินคืน 4-7% ในรูปแบบ DISCOVERY DOLLARS (D$1 = US$1) พร้อมราคาพิเศษสำหรับสมาชิก ข้อเสนอพิเศษจากโรงแรมในเครือ และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับสมาชิกระดับสูง ซึ่งสามารถเข้าใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน

นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ Minor PRO สำหรับกลุ่มลูกค้า B2B ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ บริการ และการสื่อสารทั้งหมดสำหรับธุรกิจ นักวางแผนอีเวนต์ และตัวแทนท่องเที่ยว โดยเป็นการรวมแพลตฟอร์มเดิมของแต่ละแบรนด์ เช่น NH PRO, Anantara Journeys และ Oaks Professionals ไว้ในที่เดียว เพื่อนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มมืออาชีพเพื่อมอบประสบการณ์ที่สะดวกยิ่งขึ้น

“เป้าหมายของเราก็คือการชิปจากการจองผ่าน Third Party มาเป็นการจองตรง ซึ่งในปีที่แล้วตัวเลขการจองตรงเพิ่มขึ้น 2- 4% และในปีนี้และปีต่อ ๆ ไปเราก็คาดหวังการเติบโตในระดับนี้

ทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญ ที่จะทำให้เรา Win ในการทำธุรกิจ Hospitality นั่นคือการนำ Product ไปวางไว้ข้างหน้าลูกค้าผ่าน Discovery รวมทั้งลูกค้า B2B ที่จะทำงานง่ายขึ้นผ่าน Minor PRO ทั้งในมุมการจัดประชุม สัมมนา Event Planner หรือในมุมของTravel Agency ดังนั้นเวลานี้คือ Perfect Time ในการที่จะเอาทุกอย่างมารวมในที่เดียว”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...