โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิวอาหารบนเรือข้ามทวีป เมื่อ 150 ปีก่อน ของเจ้านายสมัยรัชกาลที่ 5

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อาหารบนเรือข้ามทวีป เมื่อ 150 ปีก่อน จากบันทึกสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ทุกวันนี้ การเดินทางไกลไม่ว่าจะโดยเครื่องบินหรือเรือ “อาหาร” มักเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจให้ผู้โดยสาร ผู้คนที่เคยบินด้วยเครื่องบินที่นั่งระดับเฟิสต์คลาส คงจดจำได้ถึงการบริการสุดพิเศษและอาหารสุดประณีตที่เสิร์ฟบนฟ้า แล้วถ้าย้อนไปเมื่อราว 150 ปีก่อน ในยุคที่การเดินทางไกลข้ามทวีปต้องอาศัยเรือเป็นหลัก อาหารการกินของชนชั้นสูงเป็นอย่างไร มีพิธีรีตองมากน้อยแค่ไหน ดูได้จากบันทึกของ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

เมื่อ ร.ศ. 110 (พ.ศ. 2434) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จในนามราชทูตพิเศษเชิญพระราชสาส์นและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ไปสู่ราชสำนักพระเจ้าแผ่นดินในยุโรปหลายประเทศ ครั้งนั้นเสด็จด้วยเรือเมล์จากสิงคโปร์ มีจุดหมายปลายทางที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ปกติแล้วเรือที่เดินทางไปมาระหว่างทวีปมีเรือหลายประเภท แต่เรือเมล์นั้นเป็นเรือเอกชนที่มีเป้าหมายในการส่งไปรษณีย์โดยเฉพาะ โดยรับเหมาและทำสัญญากับรัฐบาลประเทศนั้น ๆ เพื่อส่งให้เป็นเวลาตามกำหนด อาทิ เรือเมล์ที่ทำสัญญากับรัฐบาลอังกฤษ ก็จะติดชื่อ RMS (Royal Mail Ship) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงเรือที่ได้ทำสัญญาไว้กับรัฐบาล

ในกรณีสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ทรงใช้เรือโดยสารของบริษัท Peninsular and Oriental Steam Navigation Companyที่ทำสัญญากับรัฐบาลอังกฤษไว้

ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาในการขนส่งที่ต้องเป็นไปตามวันและเวลาที่ตกลงกับรัฐบาล ทำให้เรือจำเป็นต้องเร่งรีบและตรงต่อเวลา ส่งผลให้ผู้คนที่ต้องการเดินทางอย่างรวดเร็วมักเลือกโดยสารเรือเมล์ เพราะสามารถให้บริการได้ตรงเวลา อย่างไรก็ตาม ค่าโดยสารก็สูงขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้น เพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้เรือของตนสำหรับการเดินทาง อันเป็นการแสวงหารายได้เพิ่มเติมของเจ้าของเรือ เป็นผลให้เจ้าของเรือต้องดูแลเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของลูกค้าเป็นพิเศษ ส่งผลให้เรือเมล์ต้องมีความสะดวกสบายอย่างมาก ดังที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้บันทึกไว้ในเรื่อง “โดยสารเรือเมล์ไปยุโรป”

อาหารบนเรือเมล์

แต่ละวันพนักงานจะเป่าแตร 2 ครั้ง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมปฏิบัติบนเรือ ครั้งแรกสำหรับการเตรียมตัว และครั้งที่ 2 สำหรับการเริ่มรับประทานอาหาร โดยทุกวันช่วงเช้าก่อน 8.30 น. จะเป็นเวลาที่ต้องตื่นเตรียมตัวสำหรับวันนั้น ๆ

เมื่อถึงเวลาข้างต้น พนักงานจะเป่าแตรเรียกเพื่อเตรียมตัวให้ทุกคนไปกินข้าวเช้า จนเวลา 9.00 น. พนักงานจะเป่าแตรอีกครั้งจึงจะเริ่มรับประทานอาหารกัน โดยมีคนบริการเพียบพร้อม

พระองค์ทรงบรรยายถึงพระกระยาหารเช้าไว้ดังนี้

อาหารกินเวลาเช้ามีขนมปังสด ขนมปังปิ้ง แลยาคู ฝรั่งเรียกว่าปอริดช กินกับน้ำตาลแลนมโคเป็นต้น ตามแต่จะเลือกกิน กับเข้ามีปลาแลเนื้อสามสี่สิ่ง ของหวานมีทั้งขนมแลลูกไม้ เครื่องแกล้มมีเนยแขงเนยอ่อน เครี่องดื่มจะกินน้ำชาฤๅกาแฟก็เลือกได้”

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จก็สามารถพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย เมื่อถึงเวลา 11.00 น. จะมีกัปตันของเรือเดินตรวจสารทุกข์สุกดิบของผู้โดยสาร หากมีปัญหาอะไรก็สามารถแจ้งได้ ต่อมาเวลา 12.30 น. จะมีการเป่าแตรครั้งแรกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับกินข้าวอีกครั้งหนึ่ง และรอบที่ 2 ในเวลา 13.00 น. สำหรับมารับประทานอาหาร

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบรรยายถึงพระกระยาหารกลางวันไว้ว่า

“อาหารที่กินกลางวันมีเนื้อต่าง ๆ ขนมแลผลไม้ ไอสครีมฤๅผลไม้แช่นำแขงด้วยทุกวัน อาหารมากสิ่งกว่าเวลาเช้า”

แล้วพระกระยาหารมื้อเย็นเป็นอย่างไร?

พระองค์ทรงเล่าว่า จนเวลาล่วงเลยถึง 18.00 น. ก็จะมีการเป่าแตรสำหรับเตรียมพร้อมรับประทานอาหารอีกครั้ง แต่มื้อเย็นจะเป็นมื้อที่ต่างออกไป เพราะต้องมีการตระเตรียมเป็นพิเศษ ทุกคนที่มารับประทานอาหารควรแต่งตัวให้เรียบร้อยทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เมื่อถึงเวลา 18.30 น. จะเป่าแตรครั้งที่ 2 เพื่อให้ทุกคนมานั่งพร้อมรับประทานอาหารที่โต๊ะ

เมื่อพร้อมแล้วจะมีพนักงานตีระฆังเป็นจังหวะ พร้อมพนักงานคนอื่นๆ ยืนอยู่ด้านหลังที่นั่งรับประทานอาหารของผู้โดยสารทุกคน การเคาะครั้งแรกหมายถึงอาหารพร้อมแล้ว พนักงานจะเดินไปรับอาหารนำมาเสิร์ฟแก่ทุกคน แล้วกลับมายืนที่จุดเดิมรอผู้โดยสารรับประทานอาหารเสร็จ จึงมีการเคาะระฆังเป็นครั้งที่ 2 เพื่อนำอาหารมาเสิร์ฟอีกรอบหนึ่ง

“ลำบากประดักประเดิด แลช้ากว่าเลี้ยงอาหารเวลาอื่น ๆ มาก ต้องมีสต๊วดใหญ่เปนผู้อำนวยการด้วยระฆังสัญญาเปนจังหวะไป แต่แรกคนเข้านั่งโต๊ะผู้เลี้ยงยืนเรียงหลังเก้าอี้ พอสต๊วดเคาะระฆังเก๋ง ! แปลว่า ‘กับเข้าพร้อมละ’ พวกผู้เลี้ยงก็เดินเปนแถว ออกไปรับจานมาตั้งให้กิน ๆ แล้วยกจานไป แล้วยืนคอยอิกจนกินอิ่มกันหมดสิ่ง 1 สต๊วตเห็นว่าพร้อมไม่พลาดพลั้งเปนแน่แล้วจึ่งเคาะอิก เก๋ง ! เดินออกไปพามาตั้งอิกจาน 1 ดังนี้เปนรายสิ่งไปจนหมด ไม่ต่ำกว่าชั่วโมงกับเกือบครึ่ง จึงดินเนอแล้วทุกวัน”

ทั้งนี้ไม่ปรากฏว่าพระองค์เสวยสิ่งใดในมื้อเย็น แต่หากเปรียบเทียบกับเรือเมล์ลำอื่น ๆ และดูจากพิธีในการตระเตรียมการรับประทาน รวมถึงสถานะของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สามารถสันนิษฐานได้ว่าเป็นอาหารระดับเฟิสต์คลาส โดยจะนำมาเสิร์ฟเป็นลำดับตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อย จนถึงของหวานปิดท้าย

นับเป็นการสิ้นสุดเรื่องพระกระยาหารของพระองค์บนเรือเมล์

บันทึกของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทำให้พอเห็นภาพว่าอาหารการกินบนเรือเมื่อราว 150 ปีก่อน ก็ดูหรูน่ากินมิใช่น้อย มีคนบริการต่าง ๆ พร้อมดูแลสารทุกข์สุกดิบของผู้โดยสารทุกคน เพื่อให้ผู้คนกลับมาเลือกใช้เรือเมล์นั้น ๆ ในการโดยสารครั้งถัดไป แม้เรือเมล์จะมีราคาแพงกว่าเรืออื่น ๆ แต่ด้วยการบริการ และความเป็นอยู่ที่ดี พร้อมความรวดเร็วในการขนส่ง จึงเป็นเหตุให้เรือเมล์ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยนั้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา, 2405-2486, นริศรานุวัดติวงศ์, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า กรมพระยา, 2406-2490 และ นครสวรรค์วรพินิต, จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า กรมพระ, 2424-2487 (2504). โดยสารเรือเมล์ไปยุโรป เที่ยวเมืองพม่า, พระเขี้ยวแก้ว ไปเมืองเตอรกี เที่ยวอินเดีย. องค์การค้าของคุรุสภา.

ThePostalMuseum. Retrieved April 9, 2025, from Mail by Sea: https://www.postalmuseum.org/collections/mail-by-sea/

RMS Olympic First-Class Menu. (n.d.). Retrieved April 17, 2025, from Titanic Museum: https://www.titanicmuseum.org/artefacts/rms-olympic-first-class-menu/

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 เมษายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รีวิวอาหารบนเรือข้ามทวีป เมื่อ 150 ปีก่อน ของเจ้านายสมัยรัชกาลที่ 5

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...