โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปฏิกิริยาสุลต่านมลายู หลังสยามทำสนธิสัญญาปี 1909 ยกดินแดนให้อังกฤษ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 10 ต.ค. 2568 เวลา 17.08 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2568 เวลา 17.07 น.
ภาพถ่ายเมืองตรังกานู ด้านไกลซ้ายมือคือทางเข้าวังของสุลต่านแห่งตรังกานู (ภาพจากหนังสือ The peoples and politics of the Far East : travels and studies in the British, French, Spanish and Portuguese colonies, Siberia, China, Japan, Korea, Siam and Malaya, 1895)

ปฏิกิริยาสุลต่านมลายู “กลันตัน-ตรังกานู” ไม่พอใจสยาม หลังยกดินแดนของตนให้อังกฤษเมื่อปี 1909

หลังจากสยามและอังกฤษทำสนธิสัญญาปี 1909 ซึ่งสยามยกดินแดนมลายู ได้แก่ กลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี ปะลิส และเกาะใกล้เคียงให้กับอังกฤษ แลกกับการยกเลิกอนุสัญญาลับปี 1897 ยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขต และเงินกู้สำหรับรถไฟสายใต้ของสยาม (อ่านบทความได้ที่นี่) ทำให้เกิดความไม่พอใจของหลายฝ่ายโดยเฉพาะสุลต่านของรัฐมลายูเหล่านั้น

ปฏิกิริยาสุลต่านมลายู-ตรังกานู

จอห์น แอนเดอร์สัน (John Anderson) ข้าหลวงใหญ่ของอังกฤษประจำสิงคโปร์ระบุว่า เมื่อสุลต่านแห่งตรังกานูทราบข่าวการทำสนธิสัญญาดังกล่าวก็พยายามชี้แจงถึงสถานะของตรังกานูว่า ตรังกานูไม่ใช่เมืองขึ้นของสยาม โดยระบุว่า ต้นไม้เงินต้นไม้ทองที่ส่งไปถวายให้กรุงเทพฯ นั้น ไม่ใช่สัญลักษณ์ของการยอมรับอำนาจของสยาม แต่เป็นสัญลักษณ์ของสัมพันธไมตรีหรือมิตรภาพเท่านั้น

สุลต่านแห่งตรังกานูไม่เข้าใจว่า เหตุใดสยามจึงยกดินแดนของตนให้กับอังกฤษ เพราะสยามไม่เคยเป็นเจ้าเหนือหัวแห่งตรังกานูมาก่อน อย่างไรก็ตาม อังกฤษกลับมองว่า การที่ตรังกานูส่งต้นไม้เงินต้นไม้ทองไปถวายให้กรุงเทพฯ เป็นประจำนั้น ถือว่าเป็นการยอมรับอำนาจของสยามแล้ว

ดังที่แอนเดอร์สัน บันทึกไว้ว่า “…ทัศนะของสุลต่านตลอดการสัมภาษณ์ คือ เขาไม่ได้รับการแจ้งให้ทราบถึงสนธิสัญญา และเขาก็ไม่เข้าใจว่าสยามสามารถโอนดินแดนที่ไม่ได้ครอบครองไปให้อังกฤษได้อย่างไร…อำนาจของสยามเหนือตรังกานูเป็นอะไรที่ไม่ชัดเจน แต่การส่งต้นไม้เงินต้นไม้ทองอย่างสม่ำเสมอนั้น เป็นที่รับรู้อย่างแน่ชัดถึงอำนาจที่เหนือกว่า…นำมาสู่การยืนยันอำนาจของสยามที่ชัดเจน…”

ขณะที่เบกเก็ตต์ (W.R.D. Beckett) อุปทูตอังกฤษ บันทึกไว้ว่า สุลต่านแห่งตรังกานูประณามสยามว่าเป็นหัวขโมยที่ยกของที่ไม่ใช่ของตนไปให้คนอื่น และแสดงความเห็นอย่างขมขื่นว่า อังกฤษทำสนธิสัญญาโดยไม่ปรึกษาตนเองก่อน

ปฏิกิริยาสุลต่านมลายู-กลันตัน

ทางด้านสุลต่านแห่งกลันตันก็ไม่พอใจกับเหตุการณ์นี้เช่นกัน อาเธอร์ แอดัม (Arthur Adam) ที่ปรึกษาการคลังของอังกฤษประจำไทรบุรี (เกดะห์) บันทึกไว้ว่า สุลต่านแห่งกลันตันโกรธเคืองสยามอย่างมากที่ประเทศและประชาชนถูกขายไป โดยสุลต่านแห่งกลันตันกล่าวว่า สามารถให้อภัยคนซื้อได้ แต่ให้อภัยคนขายไม่ได้

สุลต่านแห่งกลันตันยังส่งใบบอกมายังกรุงเทพฯ ว่า ตนไม่ต้องการไปอยู่กับอังกฤษ เหตุที่โกรธเคืองมากเช่นนี้เนื่องจากเข้าใจว่า การที่สยามยกกลันตันให้อังกฤษ เพราะสยามต้องการให้อังกฤษใช้หนี้สินของกลันตันที่มีต่อสยาม

ไม่เพียงสุลต่านมลายูที่ไม่พอใจสนธิสัญญาปี 1909 นี้เท่านั้น เยอรมนีก็แสดงความไม่พอใจต่อเรื่องนี้เช่นกัน

แต่เดิมนั้นเยอรมนีพยายามเข้ามามีอิทธิพลเหนือพื้นที่ภาคใต้ของสยามจากการขอสัมปทานการก่อสร้างทางรถไฟสายใต้ แต่เยอรมนีก็ถูกปฏิเสธมาตลอด การทำสนธิสัญญาฉบับนี้จึงเป็นการกีดกันอิทธิพลของเยอรมนีที่มีบนคาบสมุทรมลายูออกไปอย่างสิ้นเชิง

เจ้ากรมรถไฟของสยาม ซึ่งเป็นชาวเยอรมันอย่าง ลูอิส ไวเลอร์ (Luis Weiler) บันทึกว่า “…สำหรับรัฐบาลเยอรมันแล้ว นี่คือการกระทำที่ดูหมิ่นของชาวอังกฤษ…”

ปฏิกิริยาเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงทรรศนะของ “ฝ่ายเสียประโยชน์” ที่เกิดความไม่พอใจต่อ “ฝ่ายได้ประโยชน์” นั่นคือสยามกับอังกฤษนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ฐนพงศ์ ลือขจรชัย. (2562). เสียดินแดนมลายู : ประวัติศาสตร์ชาติฉบับ Plot Twist. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 ตุลาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปฏิกิริยาสุลต่านมลายู หลังสยามทำสนธิสัญญาปี 1909 ยกดินแดนให้อังกฤษ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...