โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

[บทความ] 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพาราลิมปิกเกมส์

BT Beartai

อัพเดต 21 ส.ค. 2567 เวลา 12.44 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2567 เวลา 10.12 น.
[บทความ] 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพาราลิมปิกเกมส์

การแข่งขันกีฬาพาราลิมปิก มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับคนพิการที่จะจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี หลังการแข่งขันโอลิมปิกจบลง กำลังจะเปิดฉากขึ้นอีกครั้งที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 17 แล้วที่ถูกจัดขึ้น โดยครั้งนี้จะมีขึ้นอย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม 2567 – 8 กันยายน 2567 ซึ่งมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 4,400 คน จาก 184 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมการแข่งขัน

ดังนั้นก่อนที่การแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ในครั้งนี้จะเริ่มขึ้น เราจะพาไปดู 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพาราลิมปิกเกมส์กัน

1. จุดกำเนิดของ ‘พาราลิมปิก’

มหกรรมการแข่งขันกีฬาสำหรับคนพิการมีขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณ 76 ปีที่แล้ว ในปี ค.ศ. 1948 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ก่อตั้งโดย เซอร์ ลุดวิก กุตต์มานน์ (Ludwig Guttmann) ศัลยแพทย์ชาวอังกฤษที่มีเชื้อสายเยอรมัน โดยใช้ชื่อการแข่งขันว่า สโตก แมนเดวิลล์ เกมส์ (the Stoke Mandeville Games)

โดยสาเหตุที่จัดการแข่งขันกีฬาสำหรับคนพิการขึ้น เนื่องจากต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย และเยียวยาสภาพจิตใจให้กับทหารผ่านศึกที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ในการแข่งขันครั้งแรกที่ สโตก แมนเดวิลล์ เกมส์ กีฬาแรกที่มีการจัดแข่งขันขึ้นคือ กีฬายิงธนู โดยมีทหารผ่านศึกทั้งชายและหญิงเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 16 คน (ชาย 14 คน และ หญิง 2 คน)

นับจากนั้นก็ได้มีการจัดแข่งขันขึ้นในทุก ๆ ปี เริ่มมีการเพิ่มกีฬาประเภทอื่นเข้ามาและเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่ในปี ค.ศ. 1952 จะมีการเปลี่ยนชื่อการแข่งขันเป็น สโตกแมนเดวิลล์นานาชาติ (International Stoke Mandeville Games) เริ่มเป็นการแข่งขันระดับนานาชาติมากขึ้น เนื่องจากในครั้งนี้มีนักกีฬาชาวเนเธอร์แลนด์ที่เป็นทหารผ่านศึกเข้าร่วมการแข่งขันด้วย

ก่อนที่ในเวลาต่อมาในปี ค.ศ. 1960 จะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘พาราลิมปิกเกมส์’ (Paralympic) นับเป็นครั้งแรกที่ มหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ได้ถือกำเนิดขึ้น ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ซึ่งมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันถึง 400 คน จาก 23 ประเทศ

2. ทำไม ‘พาราลิมปิก’ ต้องจัดหลัง ‘โอลิมปิก’

สาเหตุที่ทำไมพาราลิมปิกต้องจัดหลังโอลิมปิกจบลง เนื่องจากเป็นข้อตกลงกันของคณะกรรมการพาราลิมปิกเกมส์ (IPC) กับคณะกรรมโอลิมปิกเกมส์ (IOC) ที่มีข้อตกลงว่าเจ้าภาพที่จัดโอลิมปิกเกมส์ต้องจัดพาราลิมปิกเกมส์ด้วย เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณในการจัดการแข่งขันที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

นอกจากนั้นคำว่า พารา (Para) นั้นมาจากภาษากรีก ซึ่งมีความหมายว่า ข้างหรือเคียงข้าง ส่วนคำว่า Olympic มีความหมายว่า การแข่งขัน ซึ่งถ้านำมารวมกันจะสื่อความหมายว่าการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์จะจัดเคียงข้างกับโอลิมปิกเกมส์ตลอดไป

3. ไทยเข้าร่วมครั้งแรกตอนไหน

ประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกครั้งแรก ในพาราลิมปิกเกมส์ครั้งที่ 7 ในปี ค.ศ. 1984 ที่สโตก แมนเดวิลล์ ประเทศอังกฤษ และนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพ แต่ในการเข้าร่วมครั้งแรกทีมชาติไทยยังไม่สามารถคว้าเหรียญพาราลิมปิกมาครองได้

จนกระทั่งใน 4 ปีต่อมา ในพาราลิมปิกเกมส์ครั้งที่ 8 ปี ค.ศ. 1988 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ นักกีฬาคนแรกที่สามารถคว้าเหรียญพาราลิมปิกได้สำเร็จได้แก่ ‘สกุล คำตัน’ ด้วยการคว้าเหรียญเงิน ในการแข่งขันพุ่งแหลนชาย

4. ผลงานทีมชาติไทยที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

ผลงานของทีมชาติไทยในการแข่งขันที่ผ่านมา จากทั้งหมด 9 ครั้งที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทีมชาติไทยสามารถคว้าเหรียญมาได้ทั้งหมด 87 เหรียญ โดยแบ่งเป็น 24 เหรียญทอง, 29 เหรียญเงิน และ 34 เหรียญทองแดง

ผลงานครั้งล่าสุดในพาราลิมปิก ครั้งที่ 16 ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ทีมชาติไทย สามารถคว้ามาได้ถึง 18 เหรียญ แบ่งเป็น 5 เหรียญทอง, 5 เหรียญเงิน และ 8 เหรียญทองแดง รั้งอันดับที่ 25 ของตารางสรุปเหรียญ

ส่วนนักกีฬาไทยที่สามารถคว้าเหรียญพาราลิมปิกได้มากที่สุดได้แก่ ‘ประวัติ วะโฮรัมย์’ คว้ามาได้ถึง 16 เหรียญ โดยแบ่งเป็น 7 เหรียญทอง, 8 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ในการแข่งขันวีลแชร์เรซซิง

5. โอกาสของไทยในพาราลิมปิก 2024

ในการแข่งขันพาราลิมปิกครั้งที่ 17 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทัพทีมชาติไทยคว้าโควตาเข้าร่วมการแข่งขันได้ถึง 79 คน ซึ่งนับเป็นสถิติที่ได้โควตามากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำลายสถิติพาราลิมปิกเกมส์ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ครั้งที่แล้ว

โดยนักกีฬา 79 คน มาจาก 15 ชนิดกีฬา คือ ยิงธนู กรีฑา วีลแชร์เรซซิง แบดมินตัน บอคเซีย เทนนิส จักรยาน แคนนู เรือพาย วีลแชร์ฟันดาบ ยกน้ำหนัก ยิงปืน ว่ายน้ำ เทเบิลเทนนิส เทควันโด และยูโด

ซึ่งกีฬาความหวังอันดับ 1 ของไทยคงหนีไม่พ้น วีลแชร์เรซซิง ที่นำทัพโดย ประวัติ วะโฮรัมย์ นักกีฬาไทยที่สามารถคว้าเหรียญพาราลิมปิกได้มากที่สุด อีกทั้งยังมี พงศกร แปยอ เจ้าของเหรียญทองและสถิติโลกวีลแชร์เรซซิงครั้งที่ผ่านมา รวมถึง อธิวัฒน์ แพงเหนือ เจ้าของเหรียญทองประเภท 100 เมตร ครั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีกีฬาความหวังอื่น ๆ ทั้ง กีฬาฟันดาบ เทเบิลเทนนิส บอคเซีย และ แบดมินตัน ที่โอกาสลุ้นเหรียญในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ในท้ายที่สุดก็ต้องขอแรงเชียร์และกำลังใจจากแฟน ๆ ชาวไทยทุกคน ร่วมเชียร์ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยให้ประสบความสำเร็จ คว้าเหรียญรางวัลในมหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2024 ครั้งนี้ไปด้วยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...