โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

รถ Hybrid กับ รถ EV แตกต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดีกว่า?

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 31 ต.ค. 2567 เวลา 08.14 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
รถ Hybrid กับ รถ EV แตกต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดีกว่า?

รถ Hybrid กับ รถ EV แตกต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดีกว่า?

ข้อแตกต่างของรถยนต์ EV VS รถยนต์ไฮบริด
สำหรับในยุคที่พลังงานแบบนี้ การที่จะมีรถซักคันนั้นก็ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ อีกทั้งกระแสรักโลกกำลังมาแรงทำให้ผู้คนสนใจที่จะเลือกซื้อรถที่ลดการปล่อยมลพิษอีกด้วย ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับประเภทของรถยนต์ EV และ รถยนต์ Hybrid ก่อนดีกว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไร

รถ Hybrid คือ

สำหรับรถประเภทนี้เป็นรถที่ใช้ทั้งพลังงานน้ำมันและพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน โดยหลักการ คือ รถยนต์ชนิดนี้จะมี Battaryไว้คอยกักเก็บพลังงานเอาไว้เพื่อดึงมาใช้ในสถานการ์ต่าง ๆ เช่น การออกตัว หรือการขับรถในรอบสูง เป็นต้น โดยจะทำให้ประหยัดพลงงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นนั่นเอง

รถ EV คือ

รถ EV หรือเรียกอีกอย่างว่ารถยนต์ไฟฟ้า คือ รถที่นำพลังงานไฟฟ้ามาใช้เต็มระบบโดยไม่พึ่งน้ำมันเชื้อเพลิง โดยหลักการ คือ จะพลังงานไฟฟ้าไปปั่นมอเตอร์ส่งกำลังไปยังล้อและระบบต่างๆ อีกทั้งรถไฟฟ้ายังมีอัตราเร่งที่สูงกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันอีกด้วย โดยรถประเภทนี้จะไม่มีการปล่อยมลพิษออกมมาเลยแม้แต่น้อย

ข้อดีของรถ Hybrid
1. ไม่ต้องชาร์จไฟฟ้า
สำหรับรถยนต์ไฮบริดนั้นอาศัยการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ด้วยไฟฟ้าบางช่วงเวลา เช่น ในช่วงความเร็วต่ำ เพื่อออกตัวหรือช่วยในการเร่งแซง โดยทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เป็นบางช่วง แม้ว่ารถยนต์ประเภทนี้ยังจะต้องใช้น้ำมัน แต่ข้อดีก็คือไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟฟ้าเหมือนรถ EV เพียงแต่อย่าลืมเติมน้ำมันก็พอ

2. ไม่ต้องปรับพฤติกรรมในการใช้รถ
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามีข้อเท็จจริงที่สำคัญหนึ่งข้อ คือ การปรับพฤติกรรมในการใช้รถบางประการ เนื่องจากจุดชาร์จยังไม่ครอบคลุมและระยะทางในการใช้งานเองก็ยังเป็นข้อจำกัดสำหรับการใช้งานของรถยนต์ไฟฟ้า ต่างจากรถยนต์ไฮบริดที่สามารถสลับใช้ได้ทั้งการใช้น้ำมันทั่วไปหรือสามารถใช้ไฟฟ้าในการขับรถระยะใกล้ ๆ อีกทั้งยังสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ เช่น แบตเตอรี่หมดแล้วต้องหาที่ชาร์จกลางทาง ซึ่งในประเทศไทยอาจจะมีสถานีชาร์จรถไฟฟ้าได้ไม่ครอบคลุมและปัจจุบันการเดินทางไกล ๆ ในรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่ ดังนั้นการใช้รถยนต์แบบไฮบริดอาจตอบโจทย์มากกว่า

3. ราคาที่ถูกกว่า
รถไฮบริด ในปัจจุบัน มีราคาถูกย่อตัวลงมามาก ซึ่งรถไฮบริดที่ถูกที่สุด ในตลาดปัจจุบัน คือ Honda City e:HEV ราคา 849,000 บาท หากเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาขาย เริ่มต้น 949,000 บาท ซึ่งมีมูลค่าต่างกันหนึ่งแสนบาท เพราะนั่นคือรถจากผู้ผลิตคนละประเทศ มีโครงสร้างภาษีนำเข้าแตกต่างกัน ซึ่งถ้าเทียบจากผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นด้วยกัน Nissan Leaf ราคาขายมือหนึ่งจะอยู่ที่ 1.99 ล้านบาท ทำให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีราคาแพงกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฮบริด

4. มีรถยนต์หลายรุ่นให้เลือกหลากหลาย
รถยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายในไทยในปัจจุบันมีทั้งหมด 6 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Hyundai Kona, Kia Soul EV ,Hyundai ioniq ,Nissan LEAF , MG ZS EV และ MG EP ซึ่งในจำนวน 6 รุ่นนี้ เป็นรถที่มีศูนย์บริการครอบคลุม เพียง 3 รุ่น คือ MG และ Nissan เท่านั้น ต่างกับรถยนต์ไฮบริดที่มีให้เลือกหลากหลายกว่า ทั้งรถเก๋งขนาดเล็ก Honda City e:hev , รถเก๋งคอมแพ็คคาร์ Toyota Corolla hybrid ,รถเก๋งซีดานกลาง Honda Accord Hybrid + Toyota Camry Hybrid ส่วนกลุ่มรถอเนกประสงค์ ก็ได้แก่ Nissan kicks , Toyota Corolla Cross, Toyota C-HR ที่สำคัญยังมีหลายระดับราคาให้เลือกมากกว่ารถยนต์ EV ด้วย

5. สามารถขับรถได้ในระยะทางที่ไกลกว่า
รถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบันมีระยะทางขับได้ไกลราวๆ 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ในขณะที่รถไฮบริด ถึงจะยังใช้น้ำมันในการขับเคลื่อนเป็นหลักก็มีระยะทาง ต่อการเติมน้ำมัน 1 ครั้งก็ถือว่าดีกว่าในภาพรวม โดยสาเหตุนั้นมาจากการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเข้าช่วยในการขับขี่บางจังหวะ ลดการทำงานของเครื่องยนต์ในจังหวะที่ไม่จำเป็นต้องใช้ หรือให้น้อย แล้วนิ่งที่สุด เท่าที่จะทำได้

ซึ่งถ้ายกตัวอย่างเราเติมน้ำมันเต็มถังใน Honda City เต็ม 40 ลิตร แล้วขับขี่ปกติทั่วไปตามข้อมูล Eco Sticker อ้างอิงจะมีอัตราประหยัด ที่ 3.6 ลิตร/ 100 ก.ม .โดยเฉลี่ย หรือ 27.8 ก.ม./ลิตร จะเห็นได้ว่าน้ำมัน 1 ถังนั้นสามารถขับได้มากกว่า 1,000 กิโลเมตร นอกจากจะขับได้ไกลกว่าแล้วก็ยังไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องชาร์จอีกด้วย

6. เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีกว่า
สำหรับเครื่องยนต์ของรถไฮบริด ไม่ว่าระบบไหนของค่ายใดก็ตามจะพบว่าหากเทียบกับเครื่องยนต์แบบเดิมแล้ว เครื่อวไฮบริดจะตอบสนองทันใจมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเวลาขับขี่ การออกตัว หรือการเร่งแซง ด้วยเหตุเผยการตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าจะมาทันทีทันใด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้รู้สึกถึงกำลังที่มากกว่าจากเครื่องยนต์ไฮบริด อย่างเช่นในบางแบบที่เน้นใช้มอเตอร์ไฟฟ้า การขับก็ยิ่งต้องใช้มอเตอร์ลูกใหญ่ ทำให้การตอบสนองดีตามไปด้วย

7. ทำลายแบตเตอร์รี่ง่ายกว่า
การใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ามีปัญหาสำคัญ คือ เรื่องการทำลายแบตเตอร์รี่ เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพจากการใช้งาน ซึ่งแบตเตอร์รี่ที่ขนาดใหญ่จะทำลายได้ยากและต้องสิ้นเปลืองพลังงานในการทำลายมากกว่าส่วนรถยนต์ไฮบริด (ที่ไม่ใช่เวอร์ชั่นเสียบปลั้ก) ส่วนใหญ่จะใช้แบตเตอร์รี่ลูกไม่ใหญ่นักประมาณ 1-2 กิโลวัตต์ ทำให้ไม่เสียพลังงานและปล่อยไอเสียในขั้นตอนการทำลายมากนัก

8. มอเตอร์พัง แบตเสื่อม ก็ยังใช้งานได้
ด้วยความที่ระบบไฮบริดเป็นการทำงานร่วมกันทั้งสองระบบ ในกรณีที่ระบบไฮบริด เช่น มอเตอร์ไฟฟ้าเสื่อม หรือ แบตเตอร์รี่เสื่อม รถยนต์ก็ยังสามารถขับเคลื่อนได้เป็นปกติไม่มีปัญหา แต่ถ้ารถยนต์ไฟฟ้า (รวมถึงรถยนต์ไฮบริดบางแบบที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน) เมื่อระบบเสื่อมอาจทำให้ไม่สามารถใช้งานได้เลย

ข้อเสียของรถไฮบริด

1. อู่ซ่อมมีน้อย
สำหรับรถยนต์ไฮบริดนั้นยังถือว่าใหม่สำหรับบ้านเรา และยังเป็นเทคโนโลยีที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาจึงทำให้มีราคาที่แพงกว่า ทำให้อู่ซ่อมที่ชำนาญตอนนี้ยังมีน้อย และเวลาที่รถยนต์มีปัญหาแต่ละครั้ง ต้องเอารถเข้าศูนย์หรือโชว์รูมของรถยี่ห้อนั้นเท่านั้น เพื่อให้ช่างที่มีความชำนาญในด้านรถยนต์ไฮบริดเป็นผู้ดูแลโดยเฉพาะ จึงทำให้อาจจะต้องรอคิวซ่อมอยู่บ้าง

2. แบตเตอรี่ราคาแพง และ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงค่อนข้างสูง
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่ารถยนต์ไฮบริดนั้นยังเป็นอะไรที่ใหม่ในเมืองไทยด้วยราคาที่ค่อนข้างแพง อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ยังมีราคาแพงอยู่ และอู่ซ่อมที่ชำนาญตอนนี้ยังมีน้อย ทำให้เวลาซ่อมแต่ละครั้งจะต้องเข้าศูนย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นจะต้องคิดให้รอบคอบว่าคุ้มกับการลงทุนหรือเปล่า

3. ค่าดูแลในระยะยาว
โดยปกติแล้วรถไฮบริดจะมีอายุการใช้งาน 7-10 ปี หากใช้งานปกติ แต่ถ้าหากใช้งานหนักและขับระยะทางมาก อาจทำให้ต้องดูแลเช็กสภาพเครื่องบ่อย ๆ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากในแต่ละครั้ง แต่ในปัจจุบัน รถไฮบริดกำลังเป็นรถที่มีความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตระบบไฮบริดกับรถยนต์ไฟฟ้าจะมาเรื่อยๆ จนทำให้เครื่องยนต์แบบธรรมดาน่าจะหมดยุคไปในที่สุด ตอนนี้เป็นช่วงยุคเปลี่ยนถ่าย ซึ่งใครที่จะซื้อรถใหม่ มองระบบนี้เผื่อในอนาคตก็เป็นตัวเลือกที่ดี

4. ต้องเรียนรู้การขับขี่อย่างถูกต้อง
สำหรับผู้ขับขี่รถประเภทนี้ควรเรียนรู้การทำงานของระบบไฮบริด ว่าแตกต่างจากรถปกติทั่วไปอย่างไร โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ขับขี่จะต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ เช่น การยกคันเร่ง , เลียเบรก และอื่นๆ อีกมาก เพื่อใช้งานระบบไฮบริดให้ได้เต็มประสิทธิภาพ นอกเหนือจากนี้ควรเรียนรู้ระบบอื่น ๆ ของเครื่องบนต์ไฮบริดเพื่อถนอมอายุในการใช้งานด้วย

รถ EV

ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้ามีการปรับลดราคาจำหน่ายลงค่อนข้างมาก แถมยังมีตัวเลือกเยอะโดยเฉพาะจากผู้ผลิตสัญชาติจีน หลายรุ่นมีระดับราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย แถมยังมีอุปกรณ์มาตรฐานครบครันกว่ารถญี่ปุ่น หากพิจารณาตามสเปกชีตจึงถือว่าค่อนข้างได้เปรียบ ทำให้หลายคนเลือกเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าโดยไม่ลังเล

รถยนต์ไฟฟ้ามีข้อได้เปรียบด้านสมรรถนะที่ตอบสนองไว เนื่องจากมอเตอร์มีแรงบิดสูง ไม่ต้องรอรอบเหมือนกับเครื่องยนต์สันดาป ค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟก็ถูกกว่าน้ำมัน สามารถชาร์จได้ที่บ้าน หรือชาร์จตามสถานีชาร์จก็ยังถูกกว่าการเติมน้ำมันอยู่ดี แถมยังไม่ปล่อยมลพิษ สามารถจอดพักพร้อมกับเปิดแอร์โดยไม่ปล่อยไอเสียเหมือนกับรถน้ำมัน

สรุปแล้ว ควรเลือกแบบไหนดี?
เลือกรถ Hybrid - หากคุณต้องการรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้รถมากนัก รถไฮบริดจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
เลือกรถ EV - หากคุณต้องการรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถในระยะยาว และไม่กังวลเรื่องระยะทางในการขับขี่ หรือมีสถานีชาร์จใกล้บ้าน รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

จากข้อดี – ข้อเสียของรถ EV และรถไฮบริดแต่ละข้อที่ได้รวบรวมมา หวังว่าคงทำให้หลาย ๆ คนได้เข้าใจถึงเรื่องข้อจำกัดของรถยนต์แต่ละประเภทและเลือกได้อย่างเหมาะสมว่าแบบไหนจะเป็นรถที่ใช่สำหรับคุณ ด้วยเทคโนโลยีและการพัฒนาในด้านยานยนต์ต่าง ๆ อาจทำให้ในอนาคตได้เห็นตัวเลือกสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดมากขึ้น รวมไปถึงมาตรการต่าง ๆ ในประเทศที่อาจสนับสนุนในเรื่องของภาษีนำเข้าให้หลาย ๆ คนเข้าถึงรถยนต์ประเภทต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญของการเลือกรถยนต์ที่เหมาะสมที่สุดควรพิจารณาถึงเรื่องจุดประสงค์ของการใช้งานเป็นอันดับต้น ๆ รวมไปถึงการเตรียมงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาเอาไว้ด้วย

สุดท้ายนี้ ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรทดลองขับรถทั้งสองประเภทเพื่อเปรียบเทียบรถที่เหมาะสมกับการใช้งานของทั้งตัวคุณและครอบครัวมากที่สุดครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...