โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

HELLO! H! LIST เชิดชูบุคคลสำคัญ 9 ท่าน ที่พัฒนาศักยภาพ SOFT POWER ไทยให้ดังไปทั่วโลก (บทความที่ 2)

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 13 พ.ย. 2567 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2567 เวลา 12.06 น. • HELLO! Magazine Thailand
‘SOFT POWER’ เต็มไปด้วยพลังในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจของประเทศ และนำมาใช้ในการขับเคลื่อนประเทศได้ เป็นการต่อยอดสิ่งดีงามที่มีพื้นฐานอยู่ใน 5 หมวดหมู่ด้วยกัน คือ อาหาร (Food) ภาพยนตร์/วิดีทัศน์ (Film) การออกแบบแฟชั่น (Fashion) ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย (Fighting) และเทศกาลประเพณีไทย (Festival) อันเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมของประเทศที่กำลังขับเคลื่อนสู่สากล

HELLO! H! LIST ขอเชิญชูบุคคลทั้ง 9 ท่าน ที่ได้ให้คุณค่า และพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องในทั้ง 5 แขนงของ SOFT POWER นี้

ประมวลภาพผู้รับรางวัล SOFT POWER ในงาน H! LIST 2024

อ่านบทความก่อนหน้า

วุฒิธร มิลินทจินดา

วุฒิธร มิลินทจินดา

10ปี แห่งการปลุกปั้น ‘S2O’

ซอฟต์พาวเวอร์อีเวนต์ ที่พา ‘สงกรานต์ไทย’ สู่สายตาชาวโลก

ถ้าพูดถึงอีเวนต์ที่ส่งออกเทศกาลสงกรานต์ไทย ให้โด่งดังไปทั่วโลก ให้ยิ่งเข้าถึงสายตาชาวโลกมากยิ่งขึ้น หลายคนต้องนึกถึง S2O Songkran Music Festival หรือ S2O เทศกาลดนตรีฝีมือคนไทย ที่ผสมผสานเอกลักษณ์เทศกาลสงกรานต์ของไทย กับความสนุกของดนตรี EDM ไว้ด้วยกันอย่างกลมกล่อม จนสามารถแจ้งเกิดในฐานะเทศกาลดนตรีที่คนทั้งโลกรู้จัก และมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยคอยติดตาม การันตีความนิยมด้วยกระแสตอบรับ ที่ขายบัตรหมดเกลี้ยงหลังเปิดขายเพียงไม่นาน

หนึ่งผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ S2O คือ ‘คุณวู้ดดี้ – วุฒิธร มิลินทจินดา’ ผู้นำแรงบันดาลใจจากความชื่นชอบในดนตรี EDM มาริเริ่มเทศกาลดนตรี S2O “ด้วยความชื่นชอบในดนตรี EDM ผมเลยตระเวนไปเทศกาลดนตรีในประเทศต่างๆ และกลับมาตั้งคำถามว่า ทำไมประเทศไทยถึงไม่มีการจัดงานแนวนี้บ้าง เลยกลายเป็นที่มาของการจัดงาน S2O โดยตั้งใจให้งานนี้เป็นแม็กเน็ตดึงชาวต่างชาติให้มาท่องเที่ยวประเทศไทย”

ถามว่าทำไม ถึงเลือกนำเทศกาลสงกรานต์ มาผสมผสานกับดนตรี EDM คุณวู้ดดี้ กล่าวว่า สงกรานต์เป็นเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสนุก และรอยยิ้ม ขณะที่ดนตรี คือภาษาสากลที่ทรงพลัง อย่างไรก็ตาม แม้ไอเดียตั้งต้นจะมาถูกทาง แต่เส้นทางนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในช่วง 3 ปีแรกที่เริ่มทำ S2O แทบจะไม่มีกำไรด้วยซ้ำ แต่ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมงาน และความมุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้เข้าร่วมงาน จึงยืนหยัดที่จะทำมาเรื่อย จนเริ่มประสบความสำเร็จและทำกำไรได้ในปีที่ 4

ศุภลักษณ์ อัมพุช

ศุภลักษณ์ อัมพุช

แม่ทัพหญิงแกร่งแห่งวงการรีเทลยักษ์ใหญ่

ผู้ต่อยอดแรงบันดาลใจ สู่การสร้างกระแส Soft Power ของไทย

นักธุรกิจหญิงเก่งผู้สร้างปรากฏการณ์สำคัญให้กับวงการรีเทลตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา คุณศุภลักษณ์ อัมพุช แม่ทัพใหญ่ของ ‘เดอะมอลล์กรุ๊ป’ นับตั้งแต่ปลุกปั้นเดอะมอลล์ สาขารามคำแหง จนประสบความสำเร็จ ต่อด้วยการสร้างสวนน้ำลอยฟ้าแห่งแรก ที่เดอะมอลล์ ท่าพระ จวบจนเอ็มโพเรียม ศูนย์การค้าระดับลักชัวรี่แห่งแรกในประเทศไทย ที่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ รวมถึงเป็นกำลังสำคัญในการก่อร่างศูนย์การค้าสยามพารากอน ช็อปปิ้งเดสติเนชั่นระดับโลก ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมองโลกจำนวนมากในแต่ละปี

อีกทั้งยังมีการขับเคลื่อนวงการรีเทลที่สำคัญล่าสุด คือการเปิด ‘เอ็มสเฟียร์’ จิ๊กซอว์ที่มาเติมเอ็มดิสทริคให้สมบูรณ์ ในฐานะศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และการช็อปปิ้งใจกลางย่านสุขุมวิท รวมถึงการปรับโฉมศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และบางแค ให้มีความสวยงาม ทันสมัย พร้อมตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก

นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้ คุณแอ๊วยังมีแผนจะเปิดแบงค็อก มอลล์ (Bangkok Mall) ซึ่งจะเป็นศูนย์การค้าสำคัญย่านบางนาที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ให้มาพักผ่อน ตลอดจนเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ สำหรับจัดกิจกรรมความบันเทิงระดับโลก

อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน

อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน

หญิงเก่งแห่ง ‘ทิฟฟานี่ โชว์’

ส่งต่อความเป็นไทย สร้างการรับรู้ผ่านกลุ่ม ‘ทรานสเจนเดอร์’

จากจุดเริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ของ ‘คุณสุธรรม พันธุศักดิ์’ ผู้เป็นพ่อและผู้ก่อตั้ง ‘ทิฟฟานี่ โชว์’ ที่ให้โอกาสและยอมรับในเพศที่หลากหลาย ‘คุณจ๋า-อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน’ บุตรสาวคนกลางปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด จึงได้สานต่อในเรื่องของความเท่าเทียม พยายามที่จะทำให้เกิดเรื่องของการแสดง ผสานกับอัตลักษณ์ของบุคคล ที่จะเป็นหนึ่งในสิ่งที่จดจำของประเทศไทยทั้งในสายตาชาวไทยและต่างชาติ นั่นคือ ‘การแสดงทิฟฟานี่ โชว์

คุณจ๋ากล่าวเริ่มต้นว่า “หากเอ่ยถึงชาวจีน สิ่งที่เขานึกถึงประเทศไทย คือ มวยไทย ทุเรียน และทรานสเจอเดอร์ (Transgender) ด้วยเรามองเห็นศักยภาพขององค์กร โดยนำความสวยงามของทรานสเจนเดอร์มาเป็นโปรดักซ์ ทิฟฟานี่จึงได้เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องของการสร้างและการมาถึงประเทศไทยของนักท่องเที่ยว”

‘การแสดงทิฟฟานี่ โชว์’ จึงนับได้ว่าเป็นต้นตำรับการแสดงโชว์ของกลุ่มทรานสเจนเดอร์ ควบคู่กับค่อยๆ สร้างการรับรู้ให้กับสังคมตามเจตนารมณ์ของคุณสุธรรม ในเรื่องของการยอมรับในความหลากหลาย การสร้างความเคารพความเป็นตัวตนในสังคม และการแสดงออกอย่างถูกต้อง รวมถึงสร้างความเข้าใจให้กลุ่ม LGBT และคนทั่วไปได้เข้าใจถึงความหลากหลาย

‘ทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา’ จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของนักท่องเที่ยว ที่นอกจากให้ความบันเทิง ยังสื่อถึงความสามารถของพวกเธอเหล่านั้น ภายใต้การแสดงโชว์ที่ผ่านการกลั่นกรองตกผลึกความคิด รวมถึงการออกแบบและการสร้างสรรค์โดยคนไทย แต่ทั้งนี้ไม่ลืมที่จะผสมผสานสอดแทรกความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นการแสดง เพลง เสื้อผ้า หรือเวที กระทั่งเคยทำเพลงประกอบโชว์เป็นภาษาอังกฤษชื่อ ‘Magic Stone’ ถ่ายทอดเรื่องราว ‘มณีนพเก้า’ อัญมณีไทย จนได้รับรางวัล Prime Minister Award รางวัลที่มอบให้แก่ผู้ที่เป็นครีเอทีฟคิดงานสร้างสรรค์ระดับประเทศ

อรุโณชา ภาณุพันธุ์

อรุโณชา ภาณุพันธุ์
อรุโณชา ภาณุพันธุ์

ผู้ปลุกกระแสละครไทย

ให้โด่งดังไกลไปทั่วโลก ร่วมเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม

ย้อนไปในในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ ออนแอร์เป็นครั้งแรกทางไทยทีวีสีช่อง 3 ในวันนั้นไม่มีใครรู้ได้ว่าละครแนวพีเรียดแฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้จะกลายเป็น ‘Soft Power’ ที่ทำให้ชาวต่างชาติอยากเข้ามาทำความรู้จักประเทศไทย อีกทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการละครไทย พร้อมสร้างสถิติความเป็นที่สุดให้เกิดขึ้นในทุกด้าน ความสำเร็จที่มีบุคคลผู้เป็นเบื้องหลังสำคัญ ‘คุณหน่อง – อรุโณชา ภาณุพันธุ์’ ผู้จัดละคร และกรรมการผู้จัดการบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด

“บุพเพสันนิวาสเป็นที่สุดของความภูมิใจ ละครทำให้เกิดกระแสอย่างมาก บางคนที่ไม่เคยดูละครก็หันมาดูบุพเพสันนิวาส ทั้งผู้ใหญ่ เด็ก แม้กระทั่งกลุ่มผู้ชาย เพราะฉะนั้นในฐานะผู้จัดทำละครก็รู้สึกดีใจที่มีส่วนในการปลุกกระแสความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องแต่งกาย อาหารไทย สถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงประวัติศาสตร์ จนกลายเป็นหนึ่งใน ‘Soft Power’ ของประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งตอนที่สร้างบุพเพสันนิสวาสยังไม่มีการพูดถึงเรื่อง Soft Power กันเลยนะคะ”

‘บุพเพสันนิวาส’ สร้างความสำเร็จในฐานะละครสะท้อนความเป็นไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย ‘Soft Power’ ของภาครัฐในด้าน ‘Film’ หากแต่เมื่อชี้รายละเอียดลึกลงไปในเนื้อหาของละคร ยังสามารถตอบโจทย์ 2 ใน 5 F ทั้งด้าน ‘Fashion’ จากเครื่องแต่งกายชุดไทยอันวิจิตรงดงาม และ ด้าน ‘Food’ จากเมนูอาหารไทยต่างๆ ที่อยู่ในละคร ไม่เพียงปลุกคนไทยให้กลับมาดูละคร แต่ ‘บุพเพสันนิวาส’ ยังกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดอยุธยาที่มีทั้งกระแสการใส่ชุดไทยไปถ่ายภาพที่วัดไชยวัฒนาราม ด้านอาหารมีเมนูฮอตฮิตอย่าง ‘กุ้งเผา’ ทำให้เศรษฐกิจภายในจังหวัดอยุธยาพุ่งสูงขึ้นประมาณ 5% ส่งผลไปถึง GDP มวลรวมของประเทศไทยในเวลานั้นก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

พลังของ ‘Soft Power’ จากละครยังหมายรวมไปถึงเพลงประกอบละคร ‘ออเจ้าเอย’ ที่มีการนำไปคัฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลี รวมทั้งยังเป็นบทเพลงที่คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู เลือกนำไปแสดงที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และอีกหลายประเทศ ช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก

อ่านเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับราชวงศ์ ทั้งไทย และ ต่างประเทศ เซเลบริตี้ ข่าวสารใหม่ ๆ และ เรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่น สุขภาพ และความงามได้ที่ Hello!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...