โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

5 ตระกูลเจ้าของ “เกาะหมาก” พลิกลงทุนที่ดิน 9 พันไร่โตยั่งยืน-สกัดทุนนอก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ต.ค. 2567 เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 07.35 น.

“เกาะหมาก” ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 1 ใน 3 เกาะของจังหวัดตราด โดยมีพื้นที่ประมาณ 9,500 ไร่ เล็กกว่าเกาะช้าง และเกาะกูด แต่มีความแตกต่างในแง่ของที่ดินบนเกาะหมากทั้งหมด มีการถือครองโดย 5 ตระกูลใหญ่ โดยมีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย

สืบเนื่องย้อนกลับไปประมาณ 120 ปีก่อน ในปี พ.ศ. 2447 สมัยรัชกาลที่ 5 หลวงพรหมภักดี (เปลี่ยน ตะเวทิกุล) ปลัดจีนจังหวัดประจันตคีรีเขต ซื้อที่ดินจากเจ้าสัวเส็ง ปลัดจีนที่มาจับจองทำสวนมะพร้าวไว้ ต่อมามีลูกหลานสืบทอดมาอีก 4 ตระกูลใหญ่ คือ สุขสถิตย์ วงษ์ศิริ สุทธิธนกูล จันทรสูตร เริ่มพัฒนาการท่องเที่ยวเมื่อ พ.ศ. 2523 เมื่อลูกหลานไปเรียนต่างประเทศกลับมา

ปัจจุบัน 5 ตระกูลใหญ่ยังคงถือครองที่ดิน 90% ด้วยเสน่ห์และอัตลักษณ์ของเกาะหมากที่มีความเป็นธรรมชาติ บรรยากาศเงียบสงบ มีคนต่างชาตินิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประมาณ 100,000 คนต่อปี ล่าสุดผู้อาวุโสใน 5 ตระกูล จึงรวมตัวกันวางแผนพัฒนาที่ดินให้ตอบสนองความต้องการของตลาด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามามากขึ้น เป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชนเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องขายที่ดินให้ทุนนอกพื้นที่ โดยเฉพาะทุนต่างชาติ

เล็งผุดที่พักลองสเตย์ 50 ยูนิต

นายยอดชาย สุทธิธนกูล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกสกู๊ต หนึ่งในลูกหลานที่ได้กลับมาพัฒนาที่ดินของตระกูล ในฐานะประธานชมรมท่องเที่ยวเกาะหมาก จ.ตราด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เกาะหมากได้รับรางวัล 1 ในแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก ปี 2565 จึงมีแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มุ่งกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวระยะยาวเพิ่มขึ้น 30-40%

ซึ่งปัจจุบันตลาดมีความต้องการสูง แต่ที่พักเหมาะกับการพักผ่อนระยะยาวมีน้อยมาก ยังไม่เพียงพอ จึงได้ร่วมกับกลุ่มญาติ ๆ 5 ตระกูลหลักที่เป็นเจ้าของที่ดิน 90% ของเกาะ เตรียมวางแผนแม่บท (Master Plan) จัดสร้างที่พักและพัฒนาพื้นที่ในชุมชนทำกิจกรรมต่าง ๆ รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศโซนยุโรป ที่ต้องการมาพักระยะยาว 3-6 เดือน จะทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น

คนไทยส่วนใหญ่ 90% มาท่องเที่ยวระยะสั้น 4-5 วัน มาพักผ่อน ทานอาหารในที่พัก รายได้ส่วนใหญ่อยู่ที่ผู้ประกอบการเรือและที่พัก ไม่ทำให้เกิดการกระจายรายได้ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างประเทศมาพักระยะยาว 3-4 เดือน มีการกระจายรายได้สู่ชุมชน แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีเพียง 10% จากนักท่องเที่ยวเกาะหมากทั้งหมด ประมาณ 100,000 คนต่อปี

ถ้าเทียบกับเกาะช้างมีนักท่องเที่ยวถึง 2.3 ล้านคน ดังนั้น แผนการพัฒนาท่องเที่ยวแบบยั่งยืนของเกาะหมาก ต้องดึงนักท่องเที่ยวมาพักระยะยาวนานขึ้น 3-6 เดือน และต้องเพิ่มสัดส่วนให้มากขึ้นเป็น 30-40%

ดังนั้นจึงตั้งเป้าหมายภายใน 2-5 ปี จะสร้างที่พักระยะยาว 50 ยูนิต และพื้นที่พัฒนา 2 พื้นที่ คือ บริเวณอ่าวนิดและอ่าวสวนใหญ่ รวมประมาณ 500-1,000 ไร่ เป็นพื้นที่เช่าระยะยาว พร้อมพื้นที่จัดสวนสาธารณะ ลานกิจกรรมสันทนาการ ตลาดนัดชุมชน เพื่อช่วยการกระจายรายได้

ในกลุ่ม 5 ตระกูลญาติพี่น้องที่เป็นเจ้าของที่ดิน 90% ปัจจุบันต่างมีธุรกิจรีสอร์ตที่พักอยู่แล้ว อาจมีการทำที่พักลักษณะลองสเตย์เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ 5-10 ยูนิต โดยต่างคนต่างลงทุนทำในที่ดินของตัวเอง เป้าหมายรวม 50 ยูนิต ให้นักท่องเที่ยวระยะยาวพัก 3-6 เดือน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่ใช่เพียงมาเที่ยว แต่ต้องการมาพักผ่อน ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ หรือกลุ่มคนทำงาน เอางานมาทำด้วย ต้องการห้องพักเล็ก ๆ มีห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก

จากนี้ต้องทำเป็นสเต็ป อะไรทำได้ทำไปก่อน ส่วนห้องพักเดี่ยวที่มีอยู่เดิม รับนักท่องเที่ยวระยะสั้น 3-4 วัน เพื่อเดินทางต่อไปเกาะหมาก เกาะกูด ต้องปรับใหม่ออกแบบพื้นที่ให้มีความสะดวก สบาย ปลอดภัย

“เป็นเรื่องดีที่นโยบายรัฐบาลให้วีซ่าระยะยาว และฟรีวีซ่าเที่ยวไทย 60 วัน ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับความสะดวกมากขึ้น แต่ไม่เห็นด้วยกับการกำหนด KPI จากจำนวนนักท่องเที่ยวซึ่งจะเกิดผลกระทบมาก และไม่ทำให้เกิดการท่องเที่ยวยั่งยืน เปรียบเทียบชัด ๆ ค่าคาร์บอนฟุตพรินต์

นักท่องเที่ยวมาจากกรุงเทพฯมาพักระยะสั้น 3 วัน 2 คืน กับนักท่องเที่ยวมาพักเกาะหมาก ระยะยาว 4 เดือน การท่องเที่ยวเกาะหมากอยู่ในระดับ Upper Medium กลุ่มกลางบน ไม่ได้อยู่ระดับ High เหมือนเกาะสมุย และภูเก็ต แต่เชื่อว่า 5 ตระกูลใหญ่เจ้าของที่ดินที่อยู่บนเกาะ มีความรู้ความเข้าใจที่จะดูแลธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีของชุมชนของเกาะหมากไว้ และมีธรรมนูญเกาะเป็นข้อบังคับที่นำไปปฏิบัติได้จริง” นายยอดชายกล่าว

มุ่งรักษาสิ่งแวดล้อมเมินทุนใหญ่

ทางด้าน นายจักรพรรดิ ตะเวทิกุล เจ้าของเกาะหมากรีสอร์ท อ่าวสวนใหญ่ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการฟาร์มสเตย์ ของเกาะหมากรีสอร์ท จะเปิดในปี 2568 มีที่พัก 4-5 หลัง ในแปลงเกษตรให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เพื่อตอบรับนักท่องเที่ยวลองสเตย์ เจ้าของรีสอร์ตในเกาะหมากยังเป็นเจ้าของที่ดิน 70% ไม่ต้องการให้นายทุนรายใหญ่มาทำธุรกิจมุ่งหวังกำไรมากเกินไป เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมไว้ให้ได้มากที่สุด

หลังโควิด-19 ไม่มีนายทุนรายใหญ่มาลงทุนที่เกาะหมาก ตอนนี้น่าจะมีรีสอร์ตนายทุนต่างชาติเพียงรายเดียว ต่างไปจากที่เกาะช้าง และเกาะกูด ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมากกว่า

“ปัจจุบันเกาะหมากรีสอร์ทมีห้องพักบริการ 23 ห้อง และชีวาน่ารีสอร์ทอีก 23 ห้อง การทำที่พักลองสเตย์เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ พื้นที่รีสอร์ตที่เปิดให้บริการอยู่แล้วบางส่วนสามารถปรับเพิ่มพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมุมต่าง ๆ ได้ ช่วงไฮซีซั่นอัตราเข้าพัก 70-80% รายได้จากนักท่องเที่ยวรายวันในช่วงไฮซีซั่นจะสูงกว่าลองสเตย์

โอกาสทำตลาดลองสเตย์ยาก แต่ถ้าปรับนักท่องเที่ยวลองสเตย์ให้พักช่วงเวลาก่อน-หลังช่วงไฮซีซั่น ตั้งแต่เดือนตุลาคมก่อนเข้าช่วงไฮยืดเวลาไปหลังช่วงไฮเดือนมิถุนายน-กันยายน ทำให้เกาะหมากมีนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี” นายจักรพรรดิกล่าว

ชูจุดขายพิพิธภัณฑ์เกาะหมาก

นายธานินทร์ สุทธิธนกูล เจ้าของพิพิธภัณฑ์เกาะหมาก ที่อ่าวนิด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลุ่มญาติพี่น้องใน 5 ตระกูล คือ สุขสถิตย์ ตะเวทิกุล วงษ์ศิริ สุทธิธนกูล และจันทรสูตร เห็นในแนวทางเดียวกันกับมาสเตอร์แพลน ที่จะสร้างที่พักแบบลองสเตย์ โดยสร้างในพื้นที่ของตนเองกระจายตัวออกไป เจ้าของรีสอร์ตที่เป็นคนเกาะหมาก และผู้มาลงทุน สัดส่วน 60:40% ถ้า 8-10 ปีที่ดินเปลี่ยนมืออาจจะทำไม่ได้ รอบ 10 ปีที่ผ่านมา

ตอนนี้รีสอร์ตที่เกาะหมากมี 50-60 แห่ง ประมาณ 700 ห้อง ไม่เพิ่มขึ้น เกาะหมากมีพื้นที่สีเขียวสงวนไว้ 80% พื้นที่ใช้ไปไม่ถึง 10% และยังเติบโตได้อีกเท่าตัว เช่นเดียวกับจำนวนนักท่องเที่ยวปีละ 80,000-100,000 คน ยังรองรับได้อีกเท่าตัว หากนักท่องเที่ยวลองสเตย์จ่ายค่าที่พักเดือนละ 18,000-20,000 บาท หรือเฉลี่ยวันละ 600 บาท จะมีเงินเหลือไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชนเพิ่มขึ้น” นายธานินทร์กล่าว

โครงการตามมาสเตอร์แพลน ด้านอ่าวนิดที่ติดทะเลทั้ง 2 ด้าน พื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ จะมีพื้นที่ให้เช่าระยะยาว จัดสวน ทำกิจกรรมสันทนาการ ก่อนโควิด-19 สร้าง “เกาะหมากสแควร์” ทำเป็นตลาดชุมชน มีชาวบ้านมาขายของประมาณ 30 บูท เปิดสัปดาห์ละครั้ง ชาวบ้านได้มาซื้อ-ขายรวมทั้งนักท่องเที่ยว

และช่วงโควิด-19 กลับเป็นผลดีกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตกค้างที่เกาะ 50-60 คน ในพื้นที่อ่าวนิด จะมีพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้มาทำกิจกรรม พักผ่อน และจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่มีอยู่แล้ว และล่าสุดได้ทำ “พิพิธภัณฑ์เกาะหมาก” ที่ตั้งใจให้เป็นจุดขายของแหล่งท่องเที่ยวชุมชนขนาดเล็ก

จี้รัฐแก้สัญญาณ Net ไม่เสถียร

นายนิพนธ์ สุทธิธนกูล ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกาะหมาก กล่าวเพิ่มเติมกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เกาะหมากมีความพร้อมที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป้าหมายคือการลดปริมาณคาร์บอน สอดรับกับการดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาพักแบบลองสเตย์ 3-6 เดือน เพื่อควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม นักท่องเที่ยวไม่ได้มาเพราะรางวัล Top 100 ของโลก และวิสาหกิจชุมชนเกาะหมากที่ได้รับสินค้า OTOP 5 ดาว แต่เป็นตัวการันตีให้กับนักท่องเที่ยวที่มาทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชน

ช่วงไฮซีซั่นปี 2567-2568 จะเริ่มโฟกัสนักท่องเที่ยวที่มาอยู่นาน ไม่ใช่จำนวนนักท่องเที่ยว ปี 2568 จะเห็นความเปลี่ยนแปลงนักท่องเที่ยวที่ชัดเจน เมื่อรัฐบาลเปิดวีซ่าพิเศษไม่เกิน 90 วัน ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาฝึกมวยไทย โฮมเวิร์ก ปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข คือ การสื่อสารระบบอินเทอร์เน็ต สัญญาณ WiFi ยังไม่เสถียร และไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งเกาะ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 5 ตระกูลเจ้าของ “เกาะหมาก” พลิกลงทุนที่ดิน 9 พันไร่โตยั่งยืน-สกัดทุนนอก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...