โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุเชาว์ ศิษย์คเณศ “นายเจ๊ก” ของ “ศิลป์ พีระศรี” กับเอกลักษณ์คางแหลม ตาเล็ก ในงานศิลปะ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 ส.ค. 2567 เวลา 04.15 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2567 เวลา 04.15 น.
ภาพ

ท่านอาจารย์สุเชาว์ ศิษย์คเณศ “นายเจ๊ก” ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่ใส่อัตลักษณ์ความเป็นตัวเองและพลังแห่งห้วงอารมณ์และจิตใจเข้าไปในงานศิลปะ โดดเด่นเสียจนงานของท่านมีผู้ลอกเลียนมากที่สุดคนหนึ่งในบรรดาศิลปินชั้นยอด

อาจารย์สุเชาว์ เดิมนามสกุล “ยิ้มตระกูล” เห็นได้จากเมื่อครั้งชนะรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 2 เหรียญเงิน ประเภทจิตรกรรม จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 4 พ.ศ. 2496 ที่ยังใช้นามสกุลนี้อยู่ ท่านเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ศิลป์ ซึ่งสมัยเป็นนักศึกษาศิลปากร อาจารย์ศิลป์มักเรียกอาจารย์สุเชาว์ว่า “นายเจ๊ก”

ท่านอาจารย์อวบ สาณะเสน เพื่อนสนิทของอาจารย์สุเชาว์ ที่ไปสมัครเข้าโรงเรียนศิลปศึกษา (รุ่นที่ 2) พร้อมกัน เคยเล่าว่า ยามอารมณ์ดี อาจารย์ศิลป์จะเรียกหาลูกศิษย์อย่างเต็มยศว่า “นายเจ๊ก คางแหลม ตาเล็ก” พร้อมคำพูดตามต่อที่ติดปากท่านเสมอว่า “เดี๋ยวนายเจ๊กทำเสียนะนาย” และยังบอกด้วยว่า นายเจ๊กทำศิลปะได้ แต่นายเจ๊กเป็นคนหยาบ

อาจารย์สุเชาว์ฐานะยากไร้ จึงเรียนจบแค่อนุปริญญา ท่านเคยเล่าถึงชีวิตตนเองไว้ว่า

“ผมเป็นคนไม่มีครอบครัว เคยเปลี่ยนงานมาแล้วเกือบ 20 ครั้ง เปลี่ยนจนไม่มีใครจะมาเปลี่ยนได้อย่างผม ที่ผมเปลี่ยนเพราะผมเป็นคนเบื่อง่าย จำได้ว่าอายุการทำงานที่สั้นที่สุดของผมคือ 1 วัน คือตอนที่ผมเป็นครูสอนศิลปะที่โรงเรียนศิริธนศึกษา”

พลังในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของท่านโชติช่วงล้นเหลือ โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ อาทิ แมว รวมถึงการหยอกล้อความเป็นตัวเอง นั่นคือ ความเป็น “นายเจ๊ก”

สุเชาว์ ศิษย์คเณศ “นายเจ๊ก” ในงานศิลปะ

อาจารย์สุเชาว์เขียนรูป self-portrait หยอกล้อตัวเอง โดยใส่อัตลักษณ์ “คางแหลม ตาเล็ก” เข้าไปในภาพทุกภาพ

กลุ่มภาพที่แสดงรูปร่างหน้าตาชัดเจนจะเป็นงานแนวศิลปะไทย ที่อาจารย์เขียนขายฝรั่งในยุคแรก เป็นงานบนกระดาษที่แสดงลักษณะชัดเจนว่า คางแหลม ตาเล็ก โดยไม่มีข้อยกเว้น

เช่น ภาพที่ 1 นายเจ๊กยากไร้ ไม่มีบ้านอยู่จนสิ้นชีวิต เป็นภาพในชุดที่เลียนแบบงานจิตรกรรมของภาคเหนือ จึงใช้กล้องไม้ไผ่สูบยา ที่ชาวเหนือยุคก่อนเรียกว่า “ปูลีปากปลิ๋ง” (บุหรี่ปากปลิง) ตามลักษณะของกล้องที่มีรูใส่ยาเส้นเหมือนปากของปลิง

ผลงานชุดนี้ไม่พ้นการถูกเลียนแบบ แต่ผู้เลียนแบบผลงานไม่เข้าใจในสัญลักษณ์ จึงลอกเลียนแบบวาดภาพชายหน้าอวบอูมเป็นคางทูม มีหลายภาพถือสิ่งหรูหราเกินกว่าฐานะยากแค้นของนายเจ๊ก

นายเจ๊กที่ยังกางมุ้งนอนกับพื้น ในห้องเช่าขนาด 3×3 เมตร จนถึงวันที่เพื่อนฝูงไปช่วยกันหามส่งโรงพยาบาล แล้วไม่ได้กลับออกมาอีก นายเจ๊กคงไม่มีความฝัน หรือมีความสามารถจะใช้สิ่งของเหล่านั้น

ผลงานของอาจารย์สุเชาว์ยุคแรก ตั้งแต่ พ.ศ. 2512 มีลูกค้าหลักเป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะทหารอเมริกัน ที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเมื่อมีเวลาพักผ่อน ส่วนมากก็จะมาพักตามโรงแรมแถวต้นถนนสุขุมวิท “บางกะปิแกลเลอรี่” จึงเป็นแหล่งชุมนุมของลูกค้าเหล่านั้น

อาจารย์สุเชาว์วาดภาพไปฝากขายไว้ที่นั่น ผลงานส่วนมากจะวาดบนกระดาษ หรือบนบอร์ดไม้ขนาดเล็ก ที่ชาวต่างชาติสามารถนำกลับไปบ้านเมืองของตนเองได้สะดวก

เพื่อดึงดูดความสนใจ ท่านได้ใช้เทคนิคของภาพถ่ายมาเป็นจุดขาย โดยท่านจะวาดภาพสีและทำเป็นเนกาทีฟล้อกันไป เช่น ภาพที่ 2 กระซิบรัก พ.ศ. 2516 หรือ ภาพที่ 3 ตีไก่ พ.ศ. 2516 ซึ่งผลงานภาพครบคู่แบบสีและเนกาทีฟเหล่านี้ หาได้ยากเย็นยิ่งกว่าผลงานบนผ้าใบมากมายหลายเท่านัก

แม้เมื่อนายเจ๊กออกบวชเป็นฤาษี ก็ยังไม่ทิ้ง คางแหลม ตาเล็ก เช่น ภาพที่ 4 หรือ ภาพฤดูกาล พ.ศ. 2518 ส่วนภาพที่ 5 ชาวนา ซึ่งเป็น “ต้นแบบยอดฮิต” ของนักเลียนแบบ ในชุดงานฤดูกาลทั้ง 3 ชิ้นของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ยังเป็นภาพของนายเจ๊ก คางแหลม ตาเล็ก คนเดิม

ไม่ใช่ชาวนาใบหน้าอ้วนฉุบวมเหล้า ที่ภาพตกค้างขายไม่ได้ในท้องตลาดมานานกว่า 20 ปี

ผลงานยุคหลัง

ผลงานในยุคหลังของอาจารย์สุเชาว์ที่เขียนบนผ้าใบ ผมไม่เคยเห็นภาพ self-portrait ของท่านเลย ผลงานของท่านคลี่คลายมาเป็นงานดีไซน์ที่ยังคงอัตลักษณ์ คางแหลม ตาเล็ก เอาไว้

นายเจ๊ก สุเชาว์ ศิษย์คเณศ

อาทิ ภาพที่ 6 เริงเมรัย พ.ศ. 2528 ของมูลนิธิสุเชาว์ ศิษย์คเณศ ที่เป็นภาพหน้าปกหนังสือ “สุเชาว์ ศิษย์คเณศ-ชีวิตและงาน” หรือ ภาพที่ 7 รอคอย พ.ศ. 2527 ที่พี่น้องยืนว้าเหว่อยู่สองคน และ ภาพที่ 8 ชามเปล่า พ.ศ. 2527

ภาพชามเปล่านี้ อาจารย์สุเชาว์ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ก็ชีวิตผมไง เหมือนกัน ชีวิตผมเผชิญมาอย่างนั้น ความหิวโหยผมผ่านชีวิตมาอย่างนั้น มันสั่งสมอยู่ผมก็ระบายมันออกมา”

นอกจากนี้ ท่านยังได้วาดภาพ self-portrait คางแหลม ตาเล็ก ไว้ด้วยปากกาหลายภาพ เช่น ภาพที่ 9

ภาพผลงานที่เขียนบนบอร์ดไม้ เป็นผลงานอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกลอกเลียนแบบมากที่สุด เป็นผลงานกลุ่มปราบเซียน ที่มีตั้งแต่ภาพแบบ “เก๊ตาเปล่า” ไปจนถึง “เหมือนเหลือเกิน” ซึ่งงานบนบอร์ดไม้กลุ่มนี้เป็นที่ถกเถียงกันมายาวนานว่า ชิ้นไหนคือผลงานของอาจารย์สุเชาว์

นายเจ๊ก สุเชาว์ ศิษย์คเณศ

กลุ่มงานชุดพี่น้องบนบอร์ดไม้ เขียนตั้งแต่ พ.ศ. 2514 จนถึงประมาณ พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นปีที่สงครามเวียดนามยุติลง น้องชายในภาพก็ยังคง คางแหลม ตาเล็ก เช่นเคย ดัง ภาพที่ 10 และภาพที่ 11

ทั้งสองภาพพี่น้องนี้ เป็นงานสะสมผลงานของท่านอาจารย์สุเชาว์สองภาพแรกในชีวิตของผม ภาพคู่นี้ผมได้มาจากบางกะปิแกลเลอรี ในราคาคู่ละ 600 บาท เมื่อ พ.ศ. 2515 จึงขอยืนยันว่า จะเกิดใหม่อีกกี่ชาติภพ ภาพของนายเจ๊กจะต้อง คางแหลม ตาเล็ก เสมอไป

สัญลักษณ์ คางแหลม ตาเล็ก จึงเป็น grammar ที่แยกผลงานของท่านอาจารย์สุเชาว์ ศิษย์คเณศ “นายเจ๊ก” ออกจากผลงานลอกเลียนแบบที่ “ตาโต คางบวม” อย่างชัดเจนที่สุด

เรื่อง : Khunchild

ภาพ : ภาพวาดทั้งหมดในคอลเลกชันของ Suchet Suwanmongkol

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 สิงหาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุเชาว์ ศิษย์คเณศ “นายเจ๊ก” ของ “ศิลป์ พีระศรี” กับเอกลักษณ์คางแหลม ตาเล็ก ในงานศิลปะ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...