โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

8 ผักยอดฮิต ปลูกง่าย โตไว เหมาะสำหรับมือใหม่หัดปลูกผักในช่วงหน้าฝน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 11 ต.ค. 2568 เวลา 23.00 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

หน้าฝนเป็นฤดูกาลที่เหมาะแก่การปลูกผักสวนครัว เพราะฝนตกชุก ทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อย และผักหลายชนิดก็เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศแบบนี้ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะมาแนะนำผัก 8 ชนิดที่ปลูกง่าย โตไว เหมาะสำหรับมือใหม่หัดปลูกในช่วงหน้าฝน

1. ผักบุ้งจีน เป็นผักอายุสั้นที่ปลูกง่าย และเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูฝน สามารถปลูกได้ทั้งในกระถางและแปลงปลูก

• วิธีการปลูก : นำเมล็ดแช่น้ำอุ่นทิ้งไว้ 6-12 ชั่วโมง เพื่อให้เมล็ดงอกได้ดี หลังจากนั้นหว่านให้กระจายทั่วแปลง หรือในกระถางที่เตรียมไว้ โดยพยายามหว่านให้เมล็ดพันธุ์ห่างกันเล็กน้อย กลบเมล็ดด้วยดินร่วนหรือแกลบดำหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร คลุมด้วยฟาง รดน้ำเป็นฝอยละเอียดทั่วแปลง

• การเตรียมดิน : ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ชอบพื้นที่ชื้นแฉะ ต้องการความชื้นในดินสูงมาก มีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง 5.0-7.0

• การดูแล : ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ควรคลุมดินเพื่อรักษาความชื้นของดินและลดการระเหยของน้ำ ไม่ควรใช้แกลบคลุมเพราะหลังการพรวนดินกลบโคนแกลบจะสลายตัวทำให้ผักบุ้งจีนชะงักการเจริญเติบโต

• การเก็บเกี่ยว : ควรรดน้ำก่อนถอนต้นผักบุ้ง จะทำให้ถอนได้ง่าย เมื่อผักบุ้งจีนมีอายุ 20-25 วันหลังปลูก หรือมีความสูงประมาณ 30-35 เซนติเมตร สามารถเก็บมาบริโภคได้

2. คะน้า เป็นผักที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตเร็ว ทนต่อสภาพอากาศ สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู

• วิธีการปลูก : เริ่มจากการใส่กาบมะพร้าวสับวางรองก้นกระถาง หาภาชนะร่อนดินให้ละเอียด จากนั้นผสมดินร่วน 2 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 ส่วน แล้วทำการใส่ลงในกระถางที่เตรียมมา โดยไม่ต้องเทให้เต็มมาก เสร็จแล้วหย่อนเมล็ดตามลงไป ใช้ดินผสมหรือปุ๋ยคอกหว่านกลบเมล็ดให้หนาประมาณ 0.6-1 เซนติเมตร กลบดินผิวหน้าเมล็ด

• การเตรียมดิน : สามารถเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย ดินเหนียวปนดินร่วน ชอบดินที่ระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ขัง

• การดูแล : ปุ๋ยที่นำมาบำรุงต้นควรเป็นปุ๋ยที่ธาตุไนโตรเจนสูงๆ ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอทุกเช้า-เย็น หมั่นกำจัดวัชพืชและพรวนดินบ่อยๆ วางในบริเวณที่มีแสงเพียงพอ

• การเก็บเกี่ยว : เมื่ออายุได้ประมาณ 45-55 วันหลังปลูก สามารถเก็บเกี่ยวมาบริโภคได้ แต่คะน้าอายุ 50-55 วัน เป็นระยะที่เก็บเกี่ยวได้น้ำหนักมากกว่า

3. ผักชี พืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว แต่เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุสั้น ประมาณ 40-60 วันเท่านั้น

• การเตรียมดิน : เตรียมดินสำหรับปลูก ด้วยการตากดินสัก 1 สัปดาห์ แล้วพรวนดินให้แตกเป็นก้อนเล็ก ผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยสดคลุกเคล้าเข้าไป

• การปลูก : บดเมล็ดพันธุ์ผักชีที่ซื้อมาให้แตกออกเป็น 2 ซีก แล้วนำเมล็ดไปแช่น้ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง นำเมล็ดพันธุ์ผักชีที่แช่น้ำแล้วไปผึ่งลม ผสมกับทรายหรือขี้เถ้าเล็กน้อย เมื่อเห็นเมล็ดเริ่มงอก ให้นำไปใส่กระถางปลูกที่เตรียมดินเอาไว้แล้ว จากนั้นคลุมด้วยฟางข้าวหรือหญ้าแห้ง แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

• การดูแล : ผักชีถึงแม้จะพืชที่ต้องการน้ำมาก แต่ผักชีไม่ชอบน้ำขัง ดังนั้น ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและเย็น เมื่อผักชีแตกใบให้ใส่ปุ๋ยหมัก หรือถ้าจะเร่งให้งามเร็วๆ ให้ใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต อัตราส่วน 3-4 ช้อนแกงต่อน้ำ 1 ปี๊บ แล้วนำไปฉีดพ่นเบาๆ

• การเก็บเกี่ยว : เมื่ออายุประมาณ 40-45 วัน โดยเลือกต้นที่สมบูรณ์ที่มีความยาว 20-30 เซนติเมตร ก่อนการเก็บเกี่ยวควรรดน้ำให้ชุ่มแปลงดินเพื่อการถอนผักชีที่ง่ายขึ้นทำให้ต้นผักชีไม่ขาด การเก็บเกี่ยวผักชีทำได้โดยการใช้มือจับที่โคนรากแล้วถอนดึงขึ้นมา สะบัดดินออก แล้วนำไปล้างน้ำ คัดใบสีเหลืองหรือใบที่เน่าออก

4. ถั่วพู เป็นพืชตระกูลถั่วที่ปลูกง่ายและสามารถออกดอก ออกผลได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังสามารถปลูกได้แทบทุกพื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง

• การเตรียมดิน : เตรียมดินร่วนผสมปุ๋ยคอก และกาบมะพร้าวสับ ถั่วพูชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ทำการรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกประมาณ 1 กำมือ

• การปลูก : นำเมล็ดถั่วพูมาแช่น้ำอุ่นไว้ เป็นเวลา 1 คืน แล้วนำมาเพาะลงในถุงหรือกระบะเพาะชำ ใส่เมล็ดถั่วพูลงไปประมาณ 2-3 เมล็ด หลังจากนั้นประมาณ 15 วัน ต้นกล้าก็จะเริ่มงอกและแตกใบอ่อนออกมา 3 ใบ ทำการย้ายไปปลูกในหลุมที่ขุดไว้ โดยใช้ระยะห่างระหว่างหลุม ประมาณ 5-6 เมตร

• การดูแล : หลังจากย้ายต้นกล้าของถั่วพูเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน ถั่วพูจะเริ่มแทงช่อดอก ให้ผู้ปลูกใส่ปุ๋ย สูตร 8-24-24 เพื่อเร่งการออกดอก และทำการใส่ปุ๋ยทุกๆ 15 วัน หลังจากนั้นประมาณ 3 เดือนก็จะเก็บฝักถั่วได้ตลอดระยะเวลา 6-12 เดือน โดยถั่วพู 1 ต้น จะให้ผลผลิตประมาณ 300-500 กรัมต่อวัน

• การเก็บเกี่ยว : เมื่ออายุประมาณ 2 เดือน โดยเก็บเกี่ยววันเว้น 3 วัน นิยมเก็บฝักอ่อน หลังจากนั้นจะเก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่อง ประมาณ 2 เดือน ต้นจะเหี่ยวเฉาลง

5. มะเขือเปราะ เป็นพืชผักที่มีอายุยืน สามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี

• การเตรียมดิน : ผสมดินปลูกในกระถาง โดยใช้ดินร่วนละเอียดผสมกับปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก ในอัตรา 2 : 1 ย้ายกล้าที่มีอายุ 1 เดือน ลงกระถางปลูกกลบดินให้แน่น แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

• การปลูก : ใช้เศษไม้เล็กๆ (ขนาดเท่าไม้จิ้มผลไม้) กดลงไปในดินที่บรรจุอยู่ในถาดพลาสติกเพาะกล้า ขนาด ความลึก 0.5 เซนติเมตร และนำเมล็ดมะเขือเปราะหยอดลงในหลุมปลูก หลุมละ 1-2 เมล็ด กลบดินผิวหน้าเมล็ดไปจากถาดพลาสติกเพาะกล้าโดยใช้ปูนขาวโรยเป็นเส้นล้อมถาดเพาะไว้ หลังเพาะนาน 7-10 วัน มะเขือเปราะเริ่มงอก หมั่นรดน้ำต้นกล้ามะเขือเปราะทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ในช่วงเช้าและเย็นจนกระทั่งต้นกล้ามะเขือเปราะมีอายุ 25-30 วัน จึงย้ายกล้ามะเขือเปราะลงปลูกในกระถางหรือในแปลงปลูก

• การดูแล : ควรรดน้ำทุกวัน และในช่วงการติดผลต้องระมัดระวังให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ หลังย้ายปลูกแล้ว 7-10 วัน ให้ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 อัตราต้นละ 1/4 ช้อนชา ควรโรยปุ๋ยห่างโคนต้นประมาณ 2-3 เซนติเมตร และรดน้ำทันที ต่อมาควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตราต้นละ 1/4 ช้อนชาทุกๆ 15 วัน

• การเก็บเกี่ยว : เมื่ออายุ 45-60 วัน มะเขือเปราะเริ่มทยอยให้ผลผลิต สามารถเก็บผลผลิตไปบริโภคได้ หลังจากที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตมะเขือเปราะไปแล้วประมาณ 2 เดือน ควรตัดแต่งกิ่งออกบ้าง เพื่อทำให้ลำต้นมะเขือเปราะ เจริญเติบโตแตกกิ่งก้านใหม่ที่มีความแข็งแรง จะให้ผลผลิตรุ่นใหม่ได้อีก

6. กระเจี๊ยบเขียว

• การเตรียมดิน : เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินร่วนระบายน้ำดี ดินปลูกต้องร่วนซุยไม่แน่น มีการระบายน้ำดี ควรใส่อินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก มูลเป็ด มูลไก่ ฯลฯ และใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพความเป็นกรดด่างของดินให้เหมาะสม

• การปลูก : เริ่มจากเมล็ด โดยหยอดเมล็ดลงแปลงปลูกหลุมละ 2-3 เมล็ด ระยะห่างระหว่างหลุมประมาณ 30 เซนติเมตร หลังจากนั้น 7-15 วัน เมล็ดจะเริ่มงอก ในระยะนี้ต้องได้รับน้ำสม่ำเสมอ ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในการบำรุงต้นทุกๆ 20 วัน

• การดูแล : การให้น้ำในช่วงนี้จึงควรหมั่นรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การเจริญเติบของต้นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ฝักมีคุณภาพดี และมีปริมาณฝักที่ได้สูง

• การเก็บเกี่ยว : กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่โตเร็ว เมื่ออายุได้ 40 วัน จะเริ่มออกดอก หลังดอกบาน 5 วัน ฝักจะยาว 4-9 เซนติเมตร ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตฝักสดได้

7. มะระจีน

• การเตรียมดิน : เริ่มจากการไถ พรวนดิน ปรับสภาพดิน ฆ่าเชื้อในดินด้วยวิธีการโรยปูนขาว การตากหน้าดิน และการเติมธาตุอาหารลงในดิน อาจจะใช้ปุ๋ยหมัก หรืออินทรียวัตถุ

• การปลูก : เริ่มจากการทำลายการพักตัว ด้วยวิธีการตัดเปลือกของเมล็ด เพื่อให้น้ำเข้าไปในเนื้อของเมล็ดได้ แล้วนำเมล็ดไปแช่น้ำอุ่น 40-50 องศา เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการงอก เป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง นำมาห่อกระดาษหรือผ้า บ่มไว้จนกว่ารากแรกเริ่มจะปรากฏ จากนั้นจึงค่อยนำมาย้ายลงถาดเพาะปลูก

• การดูแล : การทำค้างและการติดตาข่าย เพื่อให้ต้นเลื้อยขึ้น สามารถใช้ไม้ไผ่ทำหลักระยะห่าง 2-3 เมตรได้ ขึงตาข่ายสูงไม่เกิน 2.5 เมตร เพื่อง่ายต่อการจัดการและการเก็บผลผลิต และค่อยจัดยอดให้เลื้อยขึ้นตาข่ายเป็นระยะๆ

• การเก็บเกี่ยว : หลังจากปลูกได้ประมาณ 45-50 วัน หรือนับหลังจากดอกบาน 17 วัน เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บผลมะระจีน สามารถทยอยเก็บผลได้ทุกวันจนถึงอายุประมาณ 90 วัน

8. ถั่วฝักยาว สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่ให้ผลผลิตดีที่สุดก็คือ ช่วงฤดูฝน แนะนำให้ปลูกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤศจิกายน ส่วนฤดูร้อนนั้น ไม่แนะนำ เพราะอาจพบเจอปัญหาแมลงมากัดกินใบ หรือ ฝักเสียหายได้

• การเตรียมดิน : ดินที่มีความร่วนซุย โดยก่อนปลูก ให้นำดินร่วนมาผสมกับปุ๋ยคอก กาบมะพร้าวสับ แกลบดิบ แล้วหมักทิ้งไว้ นอกจากจะทำให้ดินโปร่งดีแล้ว ยังเพิ่มธาตุอาหาร ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย

• การปลูก : นำถาดเพาะเมล็ดออกมา ใส่กาบมะพร้าวสับรองไว้ ตามด้วยดินร่วน ให้เต็มถาด ขุดเป็นหลุมเล็กๆ แล้วหยอดเมล็ดพันธุ์ถั่วฝักยาว 1-2 เมล็ดลงไป ในแต่ละหลุม (เผื่อเมล็ดใดเมล็ดหนึ่งไม่งอก) จากนั้นใช้ขวดสเปรย์ฉีดน้ำให้ดินชุ่ม แล้วตั้งไว้ในที่โดนแสงแดด รดน้ำเช้า-เย็น ทุกวัน ผ่านไป 1-2 วัน เมล็ดก็จะงอกขึ้นมาแล้ว พอถั่วฝักยาวมีอายุได้ 5-7 วัน จึงเตรียมย้ายลงกระถางต่อไป

• การดูแล : ถั่วฝักยาว เป็นไม้เลื้อย ต้องการสิ่งค้ำจุน ทำให้เมื่อต้นถั่วฝักยาวโตขึ้น จะต้องทำไม้ค้างสำหรับเป็นหลัก ไว้ค้ำจุนลำต้นของถั่วฝักยาวด้วย โดยคุณสามารถใช้วัสดุที่หาได้ง่ายๆ เช่น ไม้ไผ่ หรือท่อ PVC มาใช้ก็ได้

• การเก็บเกี่ยว : หลังจากปลูกได้ประมาณ 40-45 วัน ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตไปบริโภคได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร, Agh hortipro และ sge.thai

เผยแพร่ออนไลน์ล่าสุด เมื่อวันพฤหัสที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 8 ผักยอดฮิต ปลูกง่าย โตไว เหมาะสำหรับมือใหม่หัดปลูกผักในช่วงหน้าฝน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...