'ใบเตย' ลั่นตัดขาดโซเชียล ขอมูฟออนข้ามความเศร้า เผยคำตอบเมื่อลูกสาวถามถึงพ่อ
‘ใบเตย’ ลั่นตัดขาดโซเชียล ขอมูฟออนข้ามความเศร้า เผยคำตอบเมื่อลูกสาวถามถึงพ่อ
นักร้องสาว ใบเตย อาร์สยาม ที่มาร่วมงานประกาศรางวัล MAYA TV AWARDS 2024 ที่ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ ได้เปิดใจถึงเรื่องราวชีวิต ที่ผ่านเรื่องราวมรสุมจากคดีความ รวมถึงก่อนหน้านี้ได้ออกมายอมรับว่าหย่ากับสามี ดีเจแมน พัฒนพล แล้วจริง โดยล่าสุด ใบเตยลั่นขอมูฟออนไม่อยากเศร้าเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ทั้งนี้ยังได้เผยถึงคำตอบที่ให้กับลูกสาวเมื่อถามถึงพ่อ
ได้เปิดใจในรายการนึงถึงเรื่องราวชีวิต?
“ได้เปิดใจก็เต็มที่ได้เล่า เอาจริงๆ ก็ได้พูดในสิ่งที่คือทุกคนเวลาเจอเราตอนนี้ก็แทบจะร้องไห้ใส่เราด้วยซ้ำ แต่ก็ดีใจที่หลังจากรายการล่าสุดจบไป เราก็รู้สึกโอเค เราพอแล้ว ไม่อยากเศร้าแล้ว อยากมูฟออน พอมีเพลงใหม่ออกมา หน้าที่ของเตยก็คือสร้างความสุขให้กับทุกคน เพราะฉะนั้นเราต้องมีความสุข เราจะเศร้าเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ก็ต้องเปลี่ยนมายเซ็ตใหม่ประมาณนึง เพื่อลูกด้วย ถ้าเราเศร้าเขาก็จะได้รับพลังเศร้าๆ เราก็อยากให้เขามีความสุข เราต้องสร้างความเข้มแข็ง เพราะอาชีพเราคือหน้าที่มอบความสุขให้แฟนเพลง เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีความสุข ไม่งั้นคนรอบตัวก็จะเศร้า จะแย่กันไปหมดเวลาที่เราไปทำงาน”
ตอนนี้ไม่มีความยากลำบากให้เห็นเลยใช่มั้ย?
“เอาจริงๆ ก็ยากลำบากอยู่นะชีวิต (หัวเราะ) แต่ความเข้มแข็ง ความสตรองก็ต้องเป็นใบเตยที่สตรองคนเดิม”
ความสตรองกลับมา 100%มั้ย?
“ถ้าเอาพลังจริงๆ ให้เกินร้อยเกินล้าน แต่สุดท้ายแล้วมันก็ยังมีหลายๆ อย่างที่บางทีอยู่คนเดียว ก่อนนอนก็ยังมีมุมคิดถึงความเศร้า ยังรับอะไรไม่ค่อยได้บ้าง แต่พอตื่นมาก็ต้องทำงาน”
ยังมีประเด็นไหนที่เราไม่สบายใจมั้ย?
“ตอนนี้หมดทุกประเด็นแล้วนะคะ จบ เรารู้สึกว่าโอเคแล้ว ได้คุย ได้พูดหลายๆ อย่างที่เราก็ไม่ได้พูดมาหลายปี คือเราเป็นคนของประชาชนเนอะ ถ้าอันไหนที่คิดว่าโอเค พูดไปแล้วมันทำให้เราได้ปลดปล่อย คือความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย เราเป็นคนตรงมาแต่ไหนแต่ไร พูดความจริงมาตลอด เพราะฉะนั้นคิดว่าพออะไรที่เป็นความจริง ทุกคนก็จะได้ยินจากปากใบเตยแน่นอน”
วันนี้ยังเช็คโซเชียลอยู่มั้ย?
“ไม่เลยค่ะ ทุกวันนี้เอาให้มีเวลานอนก่อน (ยิ้ม)”
ทำไมตัดขาดโซเชียลเลย?
“คือมันคงเจออะไรที่มากกว่าโซเชียลแล้ว คอมเมนต์ต่างๆ หรืออะไรมันไม่มีผลกระทบต่อความเป็นใบเตยเลย เพราะชีวิตจริงมันหนักกว่านั้นเยอะ และเราก็แก้ปัญหาทุกๆ อย่าง และมองทุกอย่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นมา สิ่งไหนเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ ณ วันนี้พิสูจน์ทุกอย่างด้วยผลงานดีกว่าค่ะ”
ไปไหนมาไหนคนให้กำลังใจขนาดไหน?
“เยอะมาก จนบางทีเราไม่คาดคิดซะด้วยซ้ำ เอาจริงๆ ก็ตั้งแต่ออกมาแหละค่ะ ใบเตยไม่คิดว่าเราจะได้มายืนตรงจุดนี้หรือกลับมามอบความสุขด้วยเสึยงเพลงซะด้วยซ้ำ และวันนี้ได้ทำในสิ่งที่รัก เราก็รู้สึกว่ามันก็คงไม่มีอะไรซื่อสัตย์กับเราเท่ากับการเป็นนักร้องอีกแล้ว”
กำลังใจที่สำคัญคือน้องเวทมนต์?
“ใช่ค่ะ ทุกวันนี้ก็เพื่อเขาทุกอย่างเลย และเขาก็โคลนนิ่งเรามาเต็มๆ ความน่ารักทุกๆ อย่าง มองเห็นเขาแล้วก็อยากเติบโตไปพร้อมๆ กับเขา และอยากให้เขาเห็นว่าแม่ของเขาสู้แค่ไหนในวันนี้ที่ต้องดูแลเขาคนเดียวค่ะ”
เขาช่วยฮีลใจเรายังไงบ้าง?
“เขาเป็นเด็กที่เข้มแข็งนะคะ เขามีความสุข เชื่อว่าได้รับความสุขเต็มเปี่ยม เพราะทุกๆ คนรอบตัวให้ความสุขเขาเต็มเปี่ยม คิดว่าน่าจะเหมือนใบเตยที่เป็นเด็กไม่งอแง ไม่ค่อยมีความเศร้าใดๆ เลย ร่าเริง ไม่เคยร้องไห้เลยเวลาไปโรงเรียน เขาจะเอ็นจอยด์กับเพื่อน เอ็นจอยด์กับทุกๆ วัน บางทีในวัยเขาแค่พาไปกินของอร่อย พาไปเล่นในสิ่งที่เขาอยากเล่นก็คือความสุขเขาแล้ว”
จะต้องให้ลูกได้รู้ความจริงมั้ย?
“ตอนนี้ยังค่ะ เพราะเขาเพิ่ง 4 ขวบ ยังอยู่ระหว่างคาบเกี่ยวระหว่างความรู้เรื่องกับไม่รู้เรื่อง รู้จักกับไม่รู้จัก ต้องใช้เวลา แต่ใบเตยเชื่อว่าเด็กสมัยนี้เป็นยุคติ๊กต่อกเกอร์เนอะ เพราะฉะนั้นพัฒนาการเขาและการรู้สึกนึกคิดทุกอย่างใบเตยว่าเขาเข้าใจความเป็นธรรมชาติสิ่งที่พบเห็นพอเจอทุกวัน และเราก็ค่อยๆ สอนเขา ค่อยๆ ปลอบประโลมเขาด้วยการพูดที่ดี หรือให้เขาถามมาและเราก็จะอธิบายด้วยเหตุผลทุกอย่าง ใบเตยใช้แบบนี้ ณ วันนี้”
มีถามถึงแมนบ้างมั้ย?
“มีค่ะ เราก็จะบอกว่าคุณพ่อไปทำงานต่างประเทศนะ เดี๋ยวก็จะกลับมา ณ วันนี้คือสิ่งที่เขารับรู้”
ได้เล่าเรื่องลูกให้แมนฟังมั้ย?
“เล่าค่ะ พี่แมนก็ได้ทราบหลายๆ อย่างจากโลกภายนอก ก็ทราบค่ะ พี่แมนก็เข้มแข็งค่ะ เพราะถ้าเรากับลูกเข้มแข็ง เขาก็เข้มแข็ง”
เขาถามถึงลูกมั้ย?
“ถามตลอด เป็นเรื่องแรกเลยที่เขาจะถาม”
ทุกวันนี้เราก็จะคอยอัพเดทให้แมนฟังตลอด?
“ใช่ค่ะ”
พลังใจของครอบครัวเราเป็นยังไงบ้าง?
“มันเป็นเรื่องที่ก็ต้องสร้างพลังให้กับทั้งครอบครัว ที่ผ่านมาเรามองแต่ความโชคร้ายของตัวเอง แต่บางทีเราลืมมองความโชคดี ที่ ณ วันนี้เรายังมีครอบครัวอยู่ครบ ใบเตยยังมีคุณพ่อคุณแม่ที่แข็งแรง และพร้อมดูแลซัพพอร์ตทุกอย่าง และยังมีน้องลุกส์ เราก็ต้องมองตรงนี้ว่าเราโชคดีแค่ไหนที่ครอบครัวเรายังอยู่กับครบ ถ้าวันนึงเราสูญเสียใครคนใดคนนึงไปอีก อันนี้หนูคงแย่กว่าเดิมเยอะ ก็รู้สึกว่าครอบครัวแข็งแรง เข้มแข็ง และเมื่อเขาได้เห็นเรากลับมาทำงาน ก็คือความปลื้มใจของพ่อและแม่ของเราอยู่แล้ว เขาก็ภูมิใจในตัวลูกสาวนี้มาตลอดในวันที่เราประสบความสำเร็จในเรื่องของการเป็นนักร้อง วันนี้ก็ดีใจที่มีเพลงใหม่ออกมา”
เป็นก้าวใหม่?
“ก็เหมือนนับหนึ่งใหม่ (หัวเราะ) หมายถึงหลายๆ อย่าง ตั้งแต่โควิดเลยแหละที่ใบเตยหยุดทำหลายๆ อย่างเกี่ยวกับธุรกิจเพลง วันนี้ก็นับหนึ่งใหม่มากๆ ในเรื่องของการทำเพลง ซ้อมเต้น ในวัย 36 ที่ต้องทำทุกอย่างเหมือนอายุ 16 จริงๆ มันก็เป็นสิ่งที่ดี และเราก็ดีใจ มันก็ฮีลใจเราให้ผ่านไปได้ทุกๆ วัน รักแฟนเพลงค่ะ (ยิ้ม)”
กดดันในการกลับมามั้ย?
“ไม่เลยค่ะ แค่ ณ วันนี้ได้โอกาสก็ดีใจมากแล้ว ต้องขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาส เป็นกำลังใจ และทุกเจ้าภาพที่จ้างงานเรา ให้โอกาสเราในทุกช่องทาง ทุกคนคือผู้มีพระคุณมากๆ ในชีวิต”
การนับ 1 ยากมั้ยสำหรับเรา?
“ทุกอย่างจริงๆ อยู่ที่ใจเราเลย ณ วันนี้ก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน ไม่ว่าจะผ่านอะไรมาในชีวิตค่อนข้างล้มเหลว หรือเจออะไรที่มันแย่ที่สุดในชีวิต จะบอกว่าสุดท้ายแล้วชีวิตมีขึ้นมีลง ฟ้าลิขิต ชีวิตมันกำหนดมาแบบนี้แล้ว มันแก้ไขอะไรไม่ได้ สุดท้ายแล้วมันก็คือเราต้องเดินหน้าอย่างเดียว ไม่กลับไปมองอดีต ชีวิตคนนี้วันนี้ พรุ่งนี้และมะรืนนี้ เพราะฉะนั้นอดีตไม่มีแล้ว แก้ไขได้แต่วันนี้และพรุ่งนี้เท่านั้น อนาคตยังแก้ไขได้เสมอค่ะ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ใบเตย’ ลั่นตัดขาดโซเชียล ขอมูฟออนข้ามความเศร้า เผยคำตอบเมื่อลูกสาวถามถึงพ่อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th