โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“น้ำอภิเษกและน้ำสรงมุรธาภิเษก” ในพิธีบรมราชาภิเษก สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ใช้แม่น้ำจากที่ใด?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 03 ก.ย 2567 เวลา 06.01 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2567 เวลา 06.00 น.
จิตรกรรมฝาผนัง พระอุโบสถวัดอัมพวันเจติยาราม จังหวัดสมุทรสงคราม พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ภาพจาก หนังสือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก)

ปกติแล้วหากอ้างอิงตำราโบราณของพราหมณ์ “น้ำอภิเษกและน้ำสรงมุรธาภิเษก”จะต้องเป็นน้ำที่มาจาก“ปัญจมหานที” หรือแม่น้ำสำคัญ 5 สาย ประกอบด้วย แม่น้ำคงคา, แม่น้ำยมุนา, แม่น้ำมหิ, แม่น้ำอจิรวดี และแม่น้ำสรภู โดยมีความเชื่อว่าแม่น้ำทั้งหมดนี้ไหลมาจากเขาไกรลาส ซึ่งในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงเป็นที่สถิตของพระอิศวร

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากอินเดีย และปรากฏพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งต้องมีน้ำอภิเษกและน้ำสรงมุรธาภิเษกเช่นกัน ในสมัยอยุธยาปรากฏหลักฐานการใช้น้ำสรงมุรธาภิเษก จากน้ำในสระเกษ สระแก้ว สระคา สระยม ในแขวงเมืองสุพรรณบุรี

น้ำอภิเษกและน้ำสรงมุรธาภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์เอามาจากที่ใด?

ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจนถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรากฏการใช้น้ำจากสระทั้ง 4 สระในแขวงสุพรรณบุรี เหมือนในอยุธยา ทั้งยังเพิ่มแม่น้ำสำคัญ 5 สายหลักในการทำพิธีเข้ามา เรียกรวมกันว่า“เบญจสุทธคงคา”ได้แก่…

1. น้ำในแม่น้ำบางปะกง ตักที่บึงพระอาจารย์ แขวงเมืองนครนายก

2. น้ำในแม่น้ำป่าสัก ตักที่ตำบลท่าราบ แขวงเมืองสระบุรี

3. น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ตักที่ตำบลบางแก้ว แขวงเมืองอ่างทอง

4. น้ำในแม่น้ำราชบุรี ตักที่ตำบลดาวดึงส์ แขวงเมืองสมุทรสงคราม

5. น้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ตักที่ตำบลท่าไชย แขวงเมืองเพชรบุรี

สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังมีการใช้น้ำเบญจสุทธคงคาและน้ำจาก 4 สระในแขวงเมืองสุพรรณบุรีดังเดิม ทว่าต่อมาก็ได้เพิ่มน้ำปัญจมหานทีเข้ามาอีกตามตำราพราหมณ์ หลังจากที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ. 2415

สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังใช้น้ำเหมือนสมัยรัชกาลที่ 5 ขณะเดียวกันพระองค์ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชใน พ.ศ. 2454 รวมถึงนำน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั่วประเทศมาตั้งพิธีเสกทำน้ำพระพุทธมนต์ ที่มหาเจดีย์สถานหลักของพระมหานครโบราณ 7 แห่ง รวมถึงตามมณฑลต่าง ๆ

ทั้ง 7 แห่งนี้ ได้แก่

1. พระพุทธบาท มณฑลกรุงเก่า

2. พระวิหารพระพุทธชินราช

3. วิหารวัดพระพุทธมหาธาตุ เมืองสวรรคโลก

4. พระปฐมเจดีย์ เมืองนครไชยศรี

5. วัดพระมหาธาตุ เมืองนครศรีธรรมราช

6. วัดพระธาตุหริภุญไชย เมืองนครลำพูน

7. พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนม เมืองนครพนม

ส่วนมณฑลต่าง ๆ ทั้ง 10 มณฑล มีดังนี้… มณฑลนครสวรรค์, มณฑลเพชรบูรณ์, มณฑลนครราชสีมา, มณฑลอีสาน, มณฑลปราจีนบุรี, มณฑลจันทบุรี, มณฑลปัตตานี, มณฑลภูเก็ต, มณฑลชุมพร และมณฑลราชบุรี ซึ่งแต่ที่ก็จะทำพิธีเสกน้ำในสถานที่สำคัญของตนเอง

เข้าสู่สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว น้ำสรงมุรธาภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชภิเษก ก็จะตักน้ำและทำพิธีเสกน้ำทำน้ำอภิเษกตามหัวเมืองมณฑลต่าง ๆ เหมือนสมัยรัชกาลที่ 6 แต่เพิ่มมาอีกหนึ่งแห่งคือ พระธาตุช่อแฮ จ. แพร่ เป็น 18 ที่

ในสมัยรัชกาลที่ 8 ไม่ได้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ส่วนในสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ใช้น้ำแหล่งเดียวกับรัชกาลที่ 7 แต่เปลี่ยนจากพระธาตุช่อแฮ เป็น พระธาตุแช่แห้ง จ. น่าน

มาในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้นำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ถวายเป็นน้ำสรงอภิเษก ประกอบด้วยน้ำจาก 3 แหล่งสำคัญด้วยกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกในรัชสมัย ได้แก่ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ตามโบราณราชประเพณี แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รวมถึงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนเลื่อมใส อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง รวม 107 แห่ง ด้วยกัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://www.finearts.go.th/main/view/17772-นิตยสารศิลปากร-ปีที่-๖๒-ฉบับที่-๒-มี-ค—-เม-ย–๒๕๖๒-SILPAKORN-JOURNAL-Vol–62-No–2-March—April-2019-ISSN-0125—0531

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 กันยายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “น้ำอภิเษกและน้ำสรงมุรธาภิเษก” ในพิธีบรมราชาภิเษก สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ใช้แม่น้ำจากที่ใด?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...