โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

เคล็ดลับเอาตัวรอด เมื่อรถเบรกแตก ทำอย่างไรให้รอดจากอุบัติเหตุ

Car2day

อัพเดต 18 ต.ค. 2567 เวลา 15.09 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2567 เวลา 03.00 น. • Car2Day

จู่ ๆ รถก็เบรกไม่อยู่! สถานการณ์สุดระทึกที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อรถเบรกแตก ในขณะที่กำลังขับรถอยู่ เราควรทำอย่างไรดี? การรักษาสติและการตัดสินใจที่ถูกต้องในเสี้ยววินาที จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ได้อย่างปลอดภัย มาเรียนรู้วิธีรับมือเมื่อรถเบรกแตกไปพร้อม ๆ กันเลย

1. ตั้งสติและจับพวงมาลัยให้มั่น

สิ่งแรกและสำคัญที่สุดเมื่อรถเบรกแตกคือการ รักษาสติ อย่าตื่นตระหนก รีบประเมินสถานการณ์รอบข้าง และจับพวงมาลัยให้แน่น เพื่อควบคุมทิศทางของรถ

2. เปิดไฟฉุกเฉิน เมื่อรถเบรกแตก

ทันทีที่รู้สึกว่ารถเบรกไม่ทำงาน ให้รีบเปิดไฟฉุกเฉิน เพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้รถคันอื่นได้ทราบว่า รถของคุณกำลังมีปัญหา จะได้เพิ่มความระมัดระมังมากยิ่งขึ้น

3. ลดความเร็วลง เมื่อรถเบรกแตก

พยายามลดความเร็วของรถลงอย่างช้า ๆ โดยการค่อย ๆ ปล่อยคันเร่ง เมื่อรถช้าลงแล้วให้ปรับเกียร์ลดลงตาม หากรถยนต์ของคุณเป็นรถเกียร์ธรรมดาให้คุณเหยียบคลัตช์แล้วเปลี่ยนเกียร์ลงมาเรื่อย ๆ ตามลำดับ หากเป็นรถเกียร์ออโต้ แล้วมีปุ่ม Over Drive ก็ให้กดปุ่มนี้แล้วเปลี่ยนจากเกียร์ D เป็น 3 แล้วค่อย ๆ ลดลงมาเรื่อย ๆ และห้ามเปลี่ยนมาเป็น L เด็ดขาด เพราะจะทำให้รถยนต์เสียหลักได้ แต่หากรถของคุณไม่มีเกียร์ D2 D3 ให้ใช้เป็น S หรือ M แทน แล้วลดเกียร์ลง

4. ใช้เบรกมือ

เมื่อทำตามข้อ 3 แล้ว ถัดมาให้ใช้เบรกมือเพื่อช่วยในการชะลอรถ การดึงเบรกมือห้ามดึงขึ้นในทีเดียวเพราะจะทำให้รถเสียการทรงตัวได้ ต้องดึงขึ้นแบบช้า ๆ จนสุด

5. ขับชิดซ้ายเพื่อหาที่จอดที่ปลอดภัย

เมื่อลดความเร็วลงได้ระดับหนึ่งแล้ว ให้พยายามขับรถไปจอดข้างทางในที่ที่ปลอดภัย เช่น ไหล่ทาง หรือพื้นที่ว่างข้างทาง ไม่ควรจอดบริเวณทางโค้ง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุอื่น ๆ ตามมา

6. ตรวจสอบสภาพรถยนต์ของคุณ

หลังจากจอดรถแล้ว ควรตรวจสอบสภาพรถยนต์เบื้องต้น เพื่อประเมินความเสียหาย และรอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาให้ความช่วยเหลือ

การเผชิญกับสถานการณ์รถเบรกแตกเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่หากเรามีความรู้และเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ก็สามารถรับมือกับเหตุการณ์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจเช็คสภาพรถยนต์เป็นประจำ ที่ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเช่นนี้ได้

บทความที่น่าสนใจ
ไขรหัส “สัญญาณไฟรถบรรทุก” ขับขี่ปลอดภัยในทุกเส้นทาง
น้ำมันเครื่องมีกี่แบบ? เลือกแบบไหนดี? คู่มือเลือกน้ำมันเครื่องให้เหมาะกับรถของ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...