โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

มะขามหวาน “ประกายทองและสีชมพู” แบรนด์ “คุณติ๋วมะขามหวาน” ผลไม้ดีและเด่น ประจำเมืองเพชรบูรณ์

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 29 ธ.ค. 2565 เวลา 04.21 น. • เผยแพร่ 01 ม.ค. 2566 เวลา 21.00 น.

“ประกายทอง” เป็นชื่อพันธุ์มะขามหวานที่โด่งดังของเพชรบูรณ์ มีแหล่งกำเนิดที่อำเภอชนแดน ความอร่อยเลื่องชื่อจนถูกนำมาตั้งเป็นคำขวัญประจำจังหวัด

ความจริงมะขามหวานที่เพชรบูรณ์มีหลายพันธุ์ แต่ละพันธุ์มีจุดเด่นต่างกัน แต่เหตุผลที่ประกายทองเป็นมะขามหวานที่ได้รับนิยมมากที่สุดในบรรดาพันธุ์มะขามหวานพันธุ์อื่น เพราะคุณลักษณะโดดเด่นที่มีฝักยาว ขนาดใหญ่โค้งงอไม่มีเหลี่ยม เมื่อฝักสุกเปลือกจะบางเป็นสีน้ำตาล เนื้อหนา และมีรสฉ่ำเป็นทรายออกมีสีน้ำผึ้ง เมล็ดเล็ก จึงเหมาะใช้ปลูกเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม มะขามหวานพันธุ์อื่นก็ยังได้รับความนิยมไม่แพ้ประกายทองเช่นกัน

สวนมะขามหวานแบรนด์ “คุณติ๋วมะขามหวาน” ตั้งอยู่เลขที่ 7 หมู่ที่ 8 ตำบลชนแดน อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ โทรศัพท์ 084-665-0368 ยึดอาชีพปลูกมะขามหวานบนพื้นที่จำนวน 10 ไร่ มีพันธุ์ประกายทอง 8 ไร่ และสีชมพู 2 ไร่ ทั้งหมดมีอายุต้นกว่า 30 ปี โดยประกายทองปลูกเพื่อขายฝัก ส่วนสีชมพูสำหรับไว้แปรรูป มีตลาดขายส่งและปลีกทั่วประเทศในแบบขายตรงและออนไลน์

คุณสมจิตร ชัยหอมนวล หรือ คุณติ๋ว เจ้าของสวนบอกเหตุผลที่เลือกปลูกมะขามหวานเฉพาะสองพันธุ์นี้ว่า จุดเด่นของพันธุ์ประกายทองมีลักษณะฝักใหญ่ เนื้อหนา เมล็ดเล็ก แห้ง หวาน และหอม มีเยื่อหุ้มเมล็ดนุ่ม ส่วนพันธุ์สีชมพูมีลักษณะฝักตรง เนื้อน้อยกว่าประกายทอง หวานอมเปรี้ยว เยื่อหุ้มเมล็ดนุ่มเช่นกัน ดังนั้น ในด้านการประกอบอาชีพจึงเลือกประกายทองสำหรับขายฝักและสีชมพูสำหรับใช้แปรรูป

คุณติ๋ว บอกว่า ในพื้นที่ 1 ไร่ปลูกมะขามได้ 14-16 ต้น ระยะปลูก 6 คูณ 6 เมตร มะขามหวานขยายพันธุ์ด้วยวิธีทาบกิ่ง ใช้เวลาประมาณ 45 วัน แล้วตัดมาชำต่ออีก 15 วัน หลังจากต้นฟื้นแข็งแรงจึงย้ายมาลงปลูกในแปลง จะปลูกในช่วงก่อนเข้าฤดูฝนเล็กน้อย เพราะเป็นการปลูกแบบธรรมชาติโดยใช้น้ำฝนเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ มะขามเป็นไม้ยืนต้นทนแล้ง จึงไม่จำเป็นต้องวางระบบน้ำ ยกเว้นไม่ควรขาดน้ำในช่วงที่มีดอกเท่านั้น

“ช่วงเริ่มปลูกรองก้อนหลุมด้วยปุ๋ยคอกเล็กน้อยและหญ้าแห้ง ขุดหลุมลึกประมาณ 1 ศอก โดยระยะเริ่มปลูกไปจนถึง 5 ปี ควรเติมปุ๋ยคอกเป็นระยะ ต้นละ 1-2 กิโลกรัมโรยรอบต้น ขณะเดียวกัน ช่วงต้นมะขามอยู่ระหว่างเจริญเติบโตนี้สามารถปลูกพืชอย่างข้าวโพดหรือถั่วแซมระหว่างแถวเพื่อเป็นรายได้ ทั้งนี้ การให้ปุ๋ยกับพืชแซมอาจเพิ่มจำนวนอีกเล็กน้อยเพื่อแซมให้กับต้นมะขามไปด้วย”

มะขามหวานเริ่มมีผลผลิตในปีที่ 5 ยังมีไม่มากนักประมาณต้นละ 5-10 กิโลกรัม ทั้งยังไม่ค่อยสมบูรณ์ดี จะขายหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับผู้ปลูก แต่ควรบำรุงต้นต่อไปจนถึงประมาณ 7-8 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นมีความสมบูรณ์เต็มที่พร้อมให้ผลผลิตที่มีคุณภาพและดก

“ควรเริ่มบำรุงดอกอย่างจริงจังเมื่อต้นอายุ 7-8 ปี ช่วงมีดอกต้องเอาใจใส่ดูแลเรื่องแมลงศัตรู โดยเฉพาะหนอนกระทู้ที่มักเข้ามาทำลายดอก ดังนั้น ก่อนเข้าช่วงเริ่มมีดอกครั้งแรกควรใส่ปุ๋ยสูตร 16-20-0 ร่วมกับการฉีดฮอร์โมนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เกษตรและทางร้านจำหน่ายปุ๋ยยาที่มีความเชี่ยวชาญ”

มะขามหวานเริ่มมีดอกประมาณช่วงปลายเมษายน มีอายุเก็บเกี่ยวผลผลิต 9 เดือน สามารถเก็บผลผลิตได้ 3-4 ครั้งต่อรอบผลผลิต จนสิ้นฤดูประมาณเดือนมีนาคม แล้วจึงเริ่มตัดแต่งกิ่งบำรุงต้นเพื่อเตรียมผลผลิตในรอบต่อไป สำหรับต้นที่มีความสมบูรณ์สามารถให้ผลผลิตได้ไม่ต่ำกว่า 50 กิโลกรัมต่อต้น แล้วหากสวนไหนดูแลความสมบูรณ์ของต้นเป็นอย่างดี จะมีผลผลิตดกทุกปีอย่างสม่ำเสมอ

การขายมะขามหวานสวนคุณติ๋วจะเก็บขายให้กับคนมารับซื้อที่สวน ผลผลิตบางส่วนมีขายทางออนไลน์ ส่วนพันธุ์สีชมพูจะเก็บผลผลิตเข้าห้องเย็นเพื่อแปรรูปสำหรับไว้ขายตลอดปี

เมื่อถึงช่วงเก็บผลผลิตจะจ้างแรงงานมาเฉพาะเก็บเท่านั้น โดยให้ค่าตอบแทนกิโลกรัมละ 10 บาท จะต้องใช้บันไดปีนเก็บทีละฝักอย่างระมัดระวัง ผู้รับซื้อจะนำไปแพ็กใส่ถุงขายตามร้านในจังหวัดและจังหวัดอื่น หรือบางรายส่งมะขามหวานไปขายประเทศเพื่อนบ้าน อย่างลาว เขมร ขนาดผลประกายทองที่สมบูรณ์ประมาณ 15-16 ฝักต่อกิโลกรัม ส่วนสีชมพูประมาณ 20 ฝักต่อกิโลกรัม

คุณติ๋ว ชี้ว่า แม้ประกายทองมีข้อดีเรื่องเนื้อผลมาก แต่เสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราได้ง่ายหากได้รับความชื้นสูง ทำให้ยากต่อการป้องกันเชื้อรา ดังนั้น มะขามพันธุ์นี้จึงเหมาะปลูกในพื้นที่อย่างจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเคยมีการนำไปปลูกทางภาคเหนือพบว่าไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากพบมีเชื้อราเกิดในผล เพราะทางภาคเหนือเป็นพื้นที่มีความชื้นสูง

ส่วนกระบวนการแปรรูปพันธุ์สีชมพู เริ่มจาก 1. นำมาตากแดดทั้งเปลือกให้แห้งอีกรอบเพื่อไล่ความชื้นให้หมด 2. ปอกเปลือกแล้วดึงซังออก 3. ผ่าแล้วนำเมล็ดออก 4. นำไปอบ 5. บรรจุใส่แพ็ก สำหรับสินค้ามะขามหวานที่แปรรูป ได้แก่ 1. แบบดั้งเดิมที่มีรสเปรี้ยวหวานเล็กน้อย 2. แบบคลุก 3 รส (เผ็ด เค็ม หวาน) และ 3. คลุกบ๊วย

ผลมะขามที่จำหน่ายมีหลายแบบโดยกำหนดตามข้อผลตั้งแต่ 1-3 ข้อ ไปจนถึงแบบเกรด A คุณติ๋ว เล่าว่า ผลมะขามแบบข้อเดี่ยวเมื่อก่อนมีเยอะมากเก็บไปขายให้ใครก็ไม่สนใจ จึงลองมาคัดความสมบูรณ์แล้วบรรจุใส่แพ็กเกจสวย สะอาด นำไปขายทางออนไลน์ราคากระปุกละ 50 บาท ขนาด 200 กรัม (เนื้อล้วน) ปรากฏว่าได้รับความนิยมอย่างดีที่จังหวัดขอนแก่น สั่งซื้อกันเป็นร้อยกระปุก

เรื่องการตลาดคุณติ๋วมองว่า ถ้าต้องการให้สินค้าขายดีควรได้รับการการันตีคุณภาพจากหน่วยงานที่ได้มาตรฐาน ดังนั้น จึงได้นำมะขามหวานในสวนส่งประกวดเพื่อชิงรางวัลมาตั้งแต่ปี 2560 ก็ไม่ประสบผล แต่ไม่ลดละหรือท้อแท้ กลับไปพัฒนาปรับปรุงคุณภาพ จนเมื่อปี 2563 ได้ส่งพันธุ์สีชมพูเข้าประกวดได้รางวัลที่ 3 ระดับจังหวัด และปี 2564 ส่งอีก คราวนี้ส่งทั้งประกายทองและสีชมพูเข้าประกวดได้รางวัลชนะเลิศทั้งคู่ พร้อมกันนี้ พันธุ์สีชมพูยังได้รางวัลยอดเยี่ยมถ้วยพระราชทานอีก 1 รางวัล จึงทำให้ในปี 2564 สวนมะขามคุณติ๋วกวาดรางวัลประกวดมะขามไปถึง 3 รางวัลเลยเชียว

สวนมะขามหวานคุณติ๋ว จำหน่ายมะขามแบบฝักและแปรรูปมาอย่างยาวนาน จนได้รับความนิยมจากลูกค้าจำนวนมากทั้งแบบขายตรงและออนไลน์ สวนแห่งนี้ยังกระจายรายได้สู่ชุมชนด้วยการชักชวนผู้สูงอายุมาช่วยงานบางประเภทที่ทำไม่ยาก อาทิ การแกะเปลือกมะขาม ช่วยให้บรรดาผู้สูงอายุมีกิจกรรมทำกันทุกวัน มาพูดคุยกันอย่างสนุกสนานทำให้ไม่เหงา ช่วยให้พวกเขามีความสุขแทนการอยู่เฉยๆ ทั้งยังสร้างรายได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรบกวนลูกหลาน

“อยากเชิญชวนผู้อ่านมาเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง หลายสไตล์ตามรสนิยม แต่ที่สำคัญอย่าลืมแวะอุดหนุนมะขามที่สวนคุณติ๋วด้วยแล้วกัน โทรศัพท์สอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข 084-665-0368” คุณติ๋ว กล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณ : สำนักงานเกษตรอำเภอชนแดน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...