"ชมพู่มะเหมี่ยว" ผลไม้ไทยที่กำลังจะหายไป - Madamnuch Nutchanad
เย็นวันหนึ่งของเดือนมกราคม 2549 ขณะที่ฉันกำลังเดินหาซื้อกับข้าวที่ตลาดสดตำบลแถวบ้าน ตลาดสดแห่งนี้เป็นตลาดใหญ่ เก่าแก่ยาวนานร่วม 100 ปี ร้านค้าเก่าสุดที่ยังคงอยู่ ณ ปัจจุบัน ก็น่าจะเป็น "ร้านโจ๊ก-ก๋วยจั๊บ ป้าตุ๋ยเจ้าเก่า 60 ปีและร้านปาท่องโก๋ป้าค้าง, ร้านเจ๊บูรณ์ก๋วยจั๊บ 2 ร้านหลังนี้ถือว่าเป็นร้านค้าระดับตำนานยาวนานกว่า 30 ปีเลยก็ว่าได้
ร้านเจ๊บูรณ์ก๋วยจั๊บนี้ นอกจากจะขายก๋วยจั๊บแล้ว" เจ๊บูรณ์"เจ้าของร้านยังห่อขนมกล้วย ขนมเทียน ขนมไทยต่างๆ มาวางขายหน้าร้านก๋วยจั๊บวันละเล็กละน้อยด้วย เท่าที่แกจะทำไหวบางทีแกก็จะเก็บมะนาวเอย กล้วยน้ำว้าเอย ผลหมากรากไม้จากสวนหลังบ้านมาวางขายร่วมด้วยเช่นกัน
บังเอิญวันนั้นฉันเหลือบไปเห็นผลไม้สีแดงเข้มหลาย 10 ลูก วางเรียงอยู่ในตะกร้าหน้าแก เป็นผลไม้แปลกๆ ที่ฉันไม่คุ้นตา แต่ก็ดึงดูดความสนใจจากฉันได้ไม่น้อยเลยทีเดียว หลังจากสอบถามที่มาที่ไปของผลไม้สีแดงเข้มจากเจ๊บูรณ์เจ้าของร้านแล้ว ฉันก็จ่ายเงินซื้อติดไม้ติดมือมา 1 กิโลกรัม
ผลไม้สีแดงเข้มนี้ เรียกว่า "ชมพู่มะเหมี่ยว" เป็นผลไม้ไทยโบราณ ที่ค่อนข้างหายากแล้วในปัจจุบัน เมื่อผลสุกจัดจะออกสีแดงเข้ม เนื้อด้านใน หนา นุ่ม ฟู รสชาติเปรี้ยวอมหวานนิดๆ นิยมกินผลสดจิ้มกับพริกเกลือ (นึกแล้วน้ำลายไหล) ตอนนั้นฉันตั้งครรภ์ใกล้คลอด และนึกอยากกินอะไรเปรี้ยวๆ อยู่พอดี จึงถูกอกถูกใจในรสชาติ ถึงกับเอาเมล็ดที่เหลือจากกินเนื้อหมดแล้ว ฝังไว้หน้าบันไดบ้านข้างๆ โอ่งน้ำ หวังไว้ในใจว่า ถ้ามันไม่ตาย มันก็จะกลายเป็นต้นกล้าแทงยอดโผล่พ้นดินในเวลาใกล้เคียงกับวันที่ฉันคลอดลูกพอดี
จากวันที่เป็นเมล็ดในวันนั้น จนถึงวันนี้ 17 ปีมาแล้ว ชมพู่มะเหมี่ยวต้นนี้ ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลอะไรมาก โตวันโตคืน ออกดอกออกผลมาให้ฉันเก็บกินนับครั้งไม่ถ้วน เป็นผลไม้ที่ลูกชายฉันชอบกินมากๆ อาจเป็นเพราะติดใจในรสชาติเมื่อครั้งอยู่ในครรภ์เมื่อ 17 ปีที่แล้วกระมัง
เมื่อไม่นานมานี้ ฉันได้อ่านเจอบทความๆ หนึ่ง ซึ่งเขียนถึง "ยำเกสรชมพู่มะเหมี่ยว" เมนูพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ฉันถึงบางอ้อว่า "อ้อ เกสรชมพู่มะเหมี่ยว นอกจากจะมีสีชมพูสวยสดแล้ว ยังนำมาปรุงอาหารได้อีกด้วย
จากนั้นมา เมื่อชมพู่มะเหมี่ยวออกดอกตระการตา ฉันมักจะแกะเกสรสีชมพูสวยสดที่ยังไม่ร่วงลงพื้นมาโรยหน้าข้าวผัดบ้าง โรยหน้าไข่เจียวบ้าง โรยหน้าไข่ตุ๋นบ้าง เกสรสีชมพูนี้ทำให้อาหารรสจืดๆ นั้น มีรสเปรี้ยวผสมได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว (อันที่จริงจะเรียกว่า "แกะเกสร" ก็คงไม่ตรงความหมายนัก เพราะเกสรที่รสชาติอร่อยไม่เปรี้ยวมากเหมาะกับการปรุงอาหารนั้น จะเป็นเกสรที่แก่จัดใกล้ร่วงโรยแล้ว เพียงแค่สะกิดนิดเดียวเกสรก็ร่วงลงพื้นอย่างง่ายดาย)
เมนูยำเกสรชมพู่มะเหมี่ยวก็เช่นกัน นิยมใช้เกสรที่ใกล้จะโรยแต่ยังไม่โรยลงพื้น รสชาติกำลังอร่อยไม่เปรี้ยวมาก ถ้าต้นสูงมากก็อาจใช้วิธีเขย่ากิ่งเล็กน้อย เกสรรสชาติอร่อยก็จะร่วงลงมา แต่อย่าลืมหาภาชนะรองด้วยนะคะ หากร่วงถึงพื้นละก็ จะคัดแยกเศษฝุ่นเศษดินลำบาก
นี่คือเสน่ห์ของชมพู่มะเหมี่ยว อีก 1 ผลไม้ไทยที่กำลังจะหายไปในยุคปัจจุบัน