โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คดีติดตัว บวชไปก็อาบัติปาราชิก !?

LINE TODAY ORIGINAL

เผยแพร่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 17.00 น. • O.J.

‘ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว’ 

ปฏิเสธไม่ได้ถึงสำนวนสุภาษิตข้างต้นที่มักจะได้ยินตั้งแต่เยาว์วัยจนถึงสูงอายุ ที่ไว้คอยเตือนสติถึงการกระทำและการดำเนินชีวิตให้อยู่ในกรอบของความดี ทำกรรมดีย่อมได้ผลดี แต่ถ้าทำชั่ว เราก็จะได้สิ่งที่ไม่ดีเป็นการตอบแทน 

แต่ปัจจุบันอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องด้วยโลกที่เปลี่ยนไปผู้คนต่างดำเนินชีวิตอย่างไร้กฎเกณฑ์ การกระทำในสิ่งที่ผิดก็มากขึ้น อาจด้วยเหตุผลทางสภาวะทางสังคมที่บีบบังคับหรืออาจเป็นเพียงข้ออ้างโดยใช้ความน่าสงสารเป็นชนวนการก่อเหตุ สุดท้ายแล้วทั้งหมดล้วนคือการก่อกรรมติดตัว ถึงจะทำความดีมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถลบล้างสิ่งที่ตัวเองก่อไว้  

จากประเด็นการเสียชีวิตของ #หมอกระต่าย ถูก ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ขี่บิ๊กไบค์ชนขณะกำลังข้ามทางม้าลายเสียชีวิต โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลเอาผิด ส.ต.ต.นรวิชญ์ ใน 7 ข้อหานั้นคือ ขับประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ,ขับไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย,ไม่หยุดรถให้ทางคนข้ามทางม้าลาย,นำรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทาง,นำรถที่มีส่วนควบไม่ครบ ไม่มีกระจก มาใช้ในทาง,นำรถไม่เสียภาษีมาใช้ในทางและนำรถที่ไม่มี พ.ร.บ.มาใช้ในทาง  

ถึงหลักฐานรัดกุมทั้งคลิปวงจรปิดและเอกสารต่าง ๆ ที่สามารถเอาผิด ส.ต.ต.นรวิชญ์ จำคุกและรับผิดกับสิ่งที่ก่อไว้ แต่ทว่าไม่มีการควบคุมตัวเนื่องด้วยสารภาพทุกข้อกล่าวหา ก่อนตัดสินใจ ‘บวช’ เพื่ออุทิศส่วนกุศลแทนการรับโทษ

สังคมจึงเกิดการตั้งคำถามต่อเนื่องว่าบุคคลที่กระทำความผิดมีคดีติดตัวสามารถบวชได้หรือไม่ และกรรมที่ก่อไว้จะลดลงได้จริงหรือ ส่วนการกระทำเช่นนี้อาจนำไปสู่พฤติกรรมเลียนแบบเพียงแค่บวชความผิดที่ก่อไว้จะลดลงเพียงเพราะได้ทำความดี ??

ทั้งนี้จากข้อมูลกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 17 (พ.ศ. 2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์ ในข้อ 14 พระอุปัชฌาย์ต้องงดเว้นการให้บรรพชาอุปสมบทแก่คนต้องห้ามเหล่านี้

-คนทำความผิดหลบหนีอาญาแผ่นดิน

-คนหลบหนีราชการ

-คนต้องหาในคดีอาญา

-คนเคยถูกตัดสินจำคุกโดยฐานเป็นผู้ร้ายสำคัญ

-คนถูกห้ามอุปสมบทเด็ดขาดทางพระศาสนา

-คนมีโรคติดต่อเป็นที่น่ารังเกียจ เช่น วัณโรคในระยะอันตราย

-คนมีอวัยวะพิการจนไม่สามารถปฏิบัติกิจพระศาสนาได้

ซึ่งการที่จะอุปสมบทได้นั้นจะต้องทำดำเนินการตามกฎมหาเถรสมาคมที่ขีดเส้นที่ว่า

 “เจ้าอาวาสผู้เป็นพระอุปัชฌาย์จะรับผู้ใดบวช ต้องมีผู้รับรองและให้ผู้รับรองของผู้นั้นและนำผู้จะบวชมามอบตัว พร้อมด้วยใบสมัคร และใบรับรองผู้จะบรรพชาอุปสมบท ซึ่งจะขอได้จากพระอุปัชฌาย์ ก่อนถึงวันบรรพชาอุปสมบทไม่น้อยกว่า 15 วัน และต้องไม่มีคุณสมบัติตามที่กล่าวในข้างต้น"

ในกรณีของ ส.ต.ต.นรวิชญ์ นั้นพบว่ายังถือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา รวมถึงเป็นเจ้าหน้าที่ราชการซึ่งการบวชโดยไม่มีหนังสือรับรองนั้นถือเป็นบุคคลหลบหนีราชการ (คลิกอ่านเพิ่มเติม )

ทั้งนี้การกระทำความผิดจากกรณีดังกล่าวถือเป็นเคสตัวอย่างที่ทำให้สังคมไทยเกิดการตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลายอย่าง ทั้งกระบวนการดำเนินคดีผู้กระทำผิด กฎหมายจราจรที่ไม่เข้มข้น จิตสำนึกการใช้ถนนรวมกัน

และที่สำคัญ ‘การทำความดีไม่สามารถชำระล้างผลกรรมที่ก่อไว้ แม้จะหลบอยู่ใต้ร่มเงาของผ้าเหลืองยังไงก็อาบัติปาราชิกอย่างแน่นนอน **

อ้างอิง

mahabunhome

thestandard

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...