โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คกก.สมุนไพรฯ เห็นชอบ “กัญชา-กัญชง” เป็นสมุนไพรแชมเปี้ยนของไทย พร้อมดัน “ขมิ้นชัน” สู่ตลาดโลก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ม.ค. 2566 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2566 เวลา 10.37 น.

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จัดประชุมคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ เห็นชอบ 5 แผนดำเนินงานด้านสมุนไพรปี 2566-2570 และเห็นชอบรายการสมุนไพแชมเปี้ยน 15 รายการ พร้อมรับทราบแนวทาง 3 ด้านพัฒนาสินค้า “ขมิ้นชัน” เพิ่มมูลค่าส่งออก

เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2565 โดยมี นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นพ.ประพนธ์กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 2 เรื่องสำคัญ คือ 1.แผนการดำเนินงานปีงบประมาณ 2566 ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2566-2570 ซึ่งมีทั้งหมด 5 แผน 5 ยุทธศาสตร์ โดยคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ได้แก่ คณะอนุกรรมการวัตถุดิบสมุนไพร, คณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพร, คณะอนุกรรมการส่งเสริมภาพลักษณ์และการตลาดสมุนไพร, คณะอนุกรรมการวิจัยและนวัตกรรมสมุนไพร และคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์สมุนไพรแห่งชาติ รวมทั้งสิ้น 73 โครงการ รับงบประมาณสนับสนุนมากกว่า 260 ล้านบาท และ 2.เห็นชอบรายการสมุนไพรแชมเปี้ยน (Herbal Champion) 15 สมุนไพร ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2566-2570 ซึ่งมีแนวทางการกำหนดรายการสมุนไพร Herbal Champion โดยดำเนินการวิเคราะห์ทุก 2 ปี หรือที่เหมาะสมเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้คัดเลือก Herbal Champion โดยใช้แนวทางการวิจัยการจัดลำดับความสำคัญ โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสมุนไพร

สำหรับผลของการคัดเลือก Herbal Champion แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 สมุนไพรที่มีความพร้อมตามห่วงโซ่การพัฒนาสมุนไพร Herbal Champion จำนวน 3 รายการ ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน และกระชายดำ และกลุ่มที่ 2 สมุนไพรที่มีศักยภาพในการผลักดันให้เป็นสมุนไพร Herbal Champion จำนวน 12 รายการ ได้แก่ กระชายขาว มะขามป้อม ไพล กวาวเครือขาว ขิง กระท่อม ว่านหางจระเข้ บัวบก มะระขี้นก กัญชง กัญชา และเพชรสังฆาต โดยจะจัดทำประกาศคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ เรื่อง สมุนไพร Herbal Champion ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 และจัดทำแผนพัฒนาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มสมุนไพร Herbal Champion ต่อไป

นพ.ประพนธ์กล่าวว่า ที่ประชุมยังรับทราบรายงานการศึกษา เรื่อง “โอกาสทางการค้าสินค้าสมุนไพรไทย กรณีศึกษา: สินค้าขมิ้นชัน” โดยกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ตลาดโลกมีมูลค่าการส่งออกขมิ้นชันถึง 366.78 ล้านเหรียญสหรัฐ อินเดียส่งออกสูงสุด 225.54 ล้านเหรียญ คิดเป็น 61.5% การนำเข้ามีมูลค่า 382.96 ล้านเหรียญ โดยสหรัฐอเมริกานำเข้าสูงสุด 62.74 ล้านเหรียญ คิดเป็น 16.4% ส่วนตลาดประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกขมิ้นชัน 2.97 ล้านเหรียญ ส่งออกไปอินเดียมากที่สุด 1.9 ล้านเหรียญ ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 1.19 ล้านเหรียญ นำเข้าจากเมียนมามากที่สุด 7.78 แสนเหรียญ และแม้ไทยจะมีราคาส่งออกต่อหน่วย 2,244 เหรียญ/ตัน สูงกว่าราคาต่อหน่วยของโลก (1,612 เหรียญ/ตัน)

“ไทยยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาและเพิ่มมูลค่าขมิ้นชันได้ เช่น การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรและการแปรรูปขมิ้นชัน เป็นต้น โดยอาจศึกษาแนวทางการเพิ่มมูลค่าขมิ้นชันจากประเทศผู้ส่งออกที่มีราคาส่งออกต่อหน่วยสูง เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้” นพ.ประพนธ์กล่าว

นพ.ประพนธ์กล่าวต่อว่า โดยมีข้อเสนอ 3 ด้านเพื่อสร้างโอกาสทางการค้า คือ 1.ด้านการเพาะปลูก โดยส่งเสริมเกษตรกรไทยปลูกขมิ้นชันเป็นพืชทางเลือก สร้างรายได้ สร้างมาตรฐานตั้งแต่การเพาะปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม ส่งเสริมความรู้การปลูกขมิ้นชันให้มีระดับราคาดี ปรับปรุงสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้และส่งเสริมให้มีการปลูกตามแผนที่ความเหมาะสมของที่ดิน (Agri-map) 2.ด้านการแปรรูปและการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยศึกษาแนวทางการเพิ่มมูลค่าจากประเทศส่งออกที่มีราคาต่อหน่วยสูง สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับระบบตรวจสอบย้อนกลับ ส่งเสริมผู้ประกอบการ/วิสาหกิจชุมชนให้เข้าถึงเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งเสริมการผลิตสารสกัดขมิ้นชันที่ได้มาตรฐานเพื่อป้อนสู่อุตสาหกรรม เชื่อมโยงหน่วยงานวิจัยกับเกษตรกรหรือผู้ประกอบการ และผลักดันให้เกิดการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าสมุนไพร และ 3.ด้านการตลาด โดยเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ขมิ้นชันสมุนไพรแปรรูปอื่นๆ กับภาคท่องเที่ยว ส่งเสริมตลาดภายในประเทศเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้ประกอบการ กระจายและเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปตลาดอื่นๆ และติดตามแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...